DeepLyConfessions

[Fic] Deeply Confessions : 21_END

posted on 17 Dec 2010 22:51 by secrecy-time in DeepLyConfessions
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: Deeply Confessions

Status :: Chapter 21 [END]

Author :: kumameaw

Beta reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Unknow(?)

Genre :: Against / Dark comedy

Rate :: R

 

 

 

Note :: 1.เอิ่ม...มันจบแล้วนะ จบแล้วจริงๆ  2.มันมีตอนพิเศษด้วยนะ แต่อยู่ในเล่มนะจ๊ะ ไม่ลงในนี้นะ   3.ใครชอบจบแบบนี้ก็โอเค อ่านแค่นี้ แค่ถ้าใครชอบจบอีกแบบ ซาบซึ้งซึนๆบ้าๆบอๆก็..ในเล่มนะจ๊ะ ตอนพิเศษมันฟินาเล่มาก(?)

 

 

 

คำเตือน! :: ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคอิงวง(2PM) และผู้แต่งใช้ภาษารุนแรงทำร้ายจิตใจตัวละครมาก ถ้าคุณไตร่ตรองดีแล้วว่า คุณรับได้ที่ศิลปินที่คุณรักจะโดนว่าร้ายในทางฟิคชั่นไม่ใช่ชีวิตจริง ก็ขอให้สนุกกับจินตนาการของเรา แต่ถ้ารับไม่ได้ และยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการก็ปิดเรื่องนี้ไปเถอะ เราเตือนคุณแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อไรสิ่งที่กั้นขวางระหว่างหัวใจ มันจะสิ้นสุดไปเสียที 

 

 

 

ร่างสูงโปร่งในชุดนอนขยับกายไปมาบนเตียง ลำแขนวาดออกไปหวังจะสวมกอดร่างนุ่มนิ่มที่ตระกองกอดถ่ายทอดความอบอุ่นให้ทั้งคืน แต่ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า..  เปลือกตาเปิดขึ้นมาและกวาดมองไปรอบห้อง ทุกอย่างในกรอบสายตายังคงปกติยกเว้นหัวใจเขาที่กระตุกวูบเพียงแค่คนในอ้อมกอดหายไป

 

นิชคุณรีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกไปจากห้องนอนของตนเองอย่างรวดเร็ว เขาตื่นสายทั้งๆที่วันนี้ก็มีงานแท้ๆ หรือเมื่อคืนเขาอาจจะหลับสบายเกินไป ได้นอนกอดคนที่ตนเองรัก ได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของจางอูยอง นิชคุณมีเวลาอีกยี่สิบนาทีที่จะต้องเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่เขาไม่สนใจ เขาอยากจะเจอหน้า อยากกอด อยากปลอบประโลม และอยากพูดความในใจทุกสิ่งทุกอย่างให้อูยองฟังทันทีที่น้องตื่น แต่ทว่าตอนนี้กลับไม่มีอูยองแล้ว

 

 

“ชาน!! ใจเย็นๆ”

 

 

เป็นจุนโฮกับจุนซูที่รีบมารั้งน้องชายตัวโตเอาไว้ก่อนจะถลาปล่อยหมัดเข้าใส่นิชคุณ ร่างสูงมองมาที่คนที่อยู่ในที่นี้อย่างงงๆ เมมเบอร์ทั้งสามคนทำหน้าซีเรียสใส่โดยเฉพาะน้องเล็กของวงที่ทำสายตาราวกับอยากจะฆ่าเขาเสียเต็มประดาแต่ถึงอย่างนั้นแววตาของน้องเล็กก็คลอไปด้วยน้ำตา

 

 

“เกิดอะไรขึ้น?”  นิชคุณพยายามถามอย่างใจเย็นแม้ว่าตอนนี้จิตใจกำลังร้อนรุ่มแล้วก็ตาม

 

“เราต่างหากที่ต้องถามนาย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”  จุนซูถามกลับ

 

“ไม่ต้องถามแล้วมั้งฮยอง! หลักฐานก็บอกอยู่แล้ว”  ชานซองตะโกนขึ้น และดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรใครแล้ว

 

“ชาน..” จุนโฮปรามขึ้น

 

“นี่มันอะไร? พี่บอกพวกผมมานะนิชคุณ! ทำไมเสื้อยืดตัวโปรดของอูยองถึงได้มีสภาพเป็นแบบนี้!!!”

 

 

นิชคุณเบิกตากว้าง มองเสื้อยืดที่ไม่คงเหลือสภาพที่เรียกกันว่าชิ้นดีในมือชานซอง มันมาอยู่ในมือของมักเน่ได้ยังไง ในเมื่อเขาทิ้งไปแล้ว

 

 

“พี่ทำอะไรอูยอง! ทำไมอยู่ดีๆหมอนั่นก็มานั่งร้องไห้ละเมอราวกับคนบ้า ฮึก.. แถมยังรีบเก็บกระเป๋าจะหนีออกจากที่นี่ ฮึก..พี่ทำอะไรเหรอนิชคุณ!! ทำไม อูยอง..ฮึก..อูยองไปแล้ว!!”

 

 

ฮวางชานซองกำคอเสื้อชายหนุ่มทั้งเขย่าทั้งตะโกนราวกับคนบ้า จุนโฮและจุนซูจึงมาช่วยกันสองคนนี้ให้ห่างจากกันเพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้

 

 

“จุนโฮ พาชานซองมันไปสงบสติอารมณ์ในห้อง เดี๋ยวพี่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดเอง”  จุนซูที่เป็นผู้ใหญ่สุดและอารมณ์เย็นสุดพูดขึ้น จุนโฮพยักหน้าพลางลากชานซองให้ออกจากห้องรับแขกของบ้านแล้วเข้าห้องไป

 

 

นิชคุณใช้แรงที่เหลืออยู่พยุงตัวเองไปนั่งลงบนโซฟา จุนซูเดินตามไปนั่งข้างๆกัน

 

 

“นายต้องไปทำงานก่อน”

 

“ผมไม่ไป”

 

“อย่าเอาเรื่องส่วนตัวไปปนกับเรื่องงาน นี่คือกฏ นายต้องไปทำงานก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้จะถึงหูจินยองฮยอง”

 

 

นิชคุณรู้ว่าพี่ชายคนนี้ของพวกเขาพูดจริง ดูจากสีหน้าและฟังจากน้ำเสียงที่จริงจังเย็นเยียบ แต่จะให้เขาเอาสมาธิที่ไหนไปทำงาน ในเมื่อคนที่เขาอยากจะเจอหายไปไหนก็ไม่รู้ แถมชานซองยังมาพูดแบบนั้นอีก เรื่องราวมันยังไม่เคลียร์แบบนี้ เขาไม่มีกระจิตกระใจจะไปทำงานแน่ๆ

 

 

“ผมจะไม่ไปไหน ถ้ายังไม่รู้ว่าอูยองอยู่ไหน”  และนิชคุณก็คือนิชคุณ ถ้าไม่ได้อย่างใจต้องการแล้วเขาก็ดื้อหัวชนฝาเช่นกัน

 

 

จุนซูถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แววตากลับหมองเศร้าและเคร่งเครียด

 

 

 

“อูยองอยู่ที่สนามบิน” 

 

“อะไรนะ!!?!”

 

“ฟังฉันก่อน..”  จุนซูบีบไหล่หนาให้ใจเย็นก่อนจะเริ่มพูดต่อ

 

“น้องจะบินไปอเมริกาก่อนเราพร้อมมินแจฮยอง อีกห้าชั่วโมงเครื่องจะออก น้องไม่อยากอยู่ที่บ้านเลยยอมไปรอที่นั่น ตอนแรกเราจะไม่ยอมแต่สภาพของอูยองเมื่อเช้า....”  จุนซูเงียบระงับความโกรธแต่ก็ต้องพูดต่อ “จุนโฮเปิดประตูห้องเข้าไปเจออูยองกำลังเก็บเสื้อผ้า เลยตะโกนเรียกทุกคนเข้าไปดู พอแทคยอนหรือชานซองจะเข้าไปแตะตัวและถาม อูยองก็สะดุ้งตกใจพร้อมทั้งปัดมือพวกเราออกแล้วยังตะโกนว่า –อย่าเข้ามาใกล้ ผมมันสกปรก- ซ้ำๆอยู่แบบนี้เหมือน...เหมือนคนกำลังเสียสติ”

 

“........................” 

 

“แต่ด้วยความที่พวกเราตัวโตกว่า แทคยอนจึงกอดปลอบอยู่ตั้งนานกว่าน้องจะอ่อนลง เราถามอะไรก็ไม่ตอบ มีแต่ละเมอว่าจะไปจากที่นี่ พวกเราเครียดกันมาก และนายจะว่าพวกฉันมั้ย เพราะคนที่พวกฉันสงสัยคนแรกก็คือนาย เพราะเมื่อคืนน้องนอนกับนาย”

 

“..............................”  นิชคุณพยักหน้าช้าๆ เพราะสิ่งที่จุนซูสงสัยนั่นเป็นจริง

 

“แล้วอูยองก็ร้องไห้อย่างหนัก ชานซองทั้งเขย่าทั้งร้องเรียกชื่อ แต่ก็ไม่ตอบเลย เหมือนคนที่อยู่ต่อหน้าพวกเราไม่ใช่..จางอูยอง.. ชานซองมันก็พลอยร้องไห้ไปด้วยที่เห็นพี่ชายมันเป็นแบบนั้น แล้วแทคยอนก็เลยเลิกเสื้ออูยองขึ้นแม้น้องจะกำลังดิ้นหนีเอาเป็นเอาตาย..แล้วพวกเราก็เจอ...นั่นแหละ นายเป็นคนทำหรือ? นายทำแบบนั้นกับน้องชายที่นายรักนักรักหนาเหรอนิชคุณ?”

 

“......................” 

 

 

 

นิชคุณหน้าชาตัวชาราวกับถูกตบอย่างแรง คำกล่าวหาของคิมจุนซูมันกระแทกใจจนแหลกละเอียด ความผิดพลาดในจิตใจ คำสารภาพที่อยู่ก้นบึ้ง มันวิ่งแล่นขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ ทั้งๆที่วันนี้ นิชคุณตั้งใจจะพูดทุกอย่างกับจางอูยอง จะบอกออกไปในสิ่งที่เก็บไว้มานาน แต่ทว่ามันกลับสายเกินไปและอาจจะเอากลับคืนมาอีกไม่ได้

 

 

“พ..พี่..ผมรัก..”

 

“พวกฉันรู้ว่านายรักอูยอง แต่ฉันไม่เข้าใจว่าอะไรมันสั่งให้นายทำกับคนที่นายรักแบบนั้น”

 

 

 

..ก็ความรักอีกนั่นแหละ.. 

 

ความรัก..มันสามารถเป็นตัวขับเคลื่อนให้คนเราเกิดอารมณ์ได้หลากหลาย ทั้งหวง ห่วง หึง โมโห เศร้า หรืออีกมากมาย ล้วนแล้วต่างเกิดจากความรักที่เรามีให้กับคนคนหนึ่งทั้งนั้น.. กับคนที่เรารัก

 

 

 

“ไปทำงานเถอะ แล้วเราก็ค่อยเดินทางไปอเมริกาตามกำหนดเดิม”

 

“...........”

 

 

มันอีกกี่วันกัน สองวัน? แต่สำหรับเขาแล้วมันเหมือนสองปีหรือมากกว่านั้น นิชคุณทำใจลำบากเหลือเกินที่ต้องจำยอมอยู่ห่างจากจางอูยองแสนไกลทั้งๆที่เรายังไม่เข้าใจกัน ทั้งๆที่น้องยังโกรธและเกลียดเขาอยู่อย่างนั้นน่ะหรือ ใครมันจะไปทนได้

 

 

“คุณ นายยังเป็นนิชคุณแห่งทูพีเอ็มอยู่นะ”

 

 

และแล้วความจริงก็ฟาดหน้าเขาให้ได้สติ

 

 

“นั่นสิ ผมคือนิชคุณแห่งทูพีเอ็ม..หึ..”  เสียงทุ้มหัวเราะให้กับตนเองด้วยความสมเพช นิชคุณแห่งทูพีเอ็มที่มีคนรักนับหมื่นนับพัน และนิชคุณคนนั้นก็ทำให้คนหลายหมื่นมีความสุข แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือนิชคุณที่โง่งี่เง่า ที่คอยทำร้ายคนที่รักเขาสุดหัวใจอย่างจางอูยอง

 

 

จุนซูมองร่างสูงที่ดูไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตเข้าไปทุกทีเดินคอตกเข้าไปห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมทั้งถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ ยิ่งความรักของสองคนนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่มาเกี่ยวข้องมากมาย หากไม่ระวังและไม่เข้าใจกันเรื่องมันคงจะจบลงไม่ดีแน่ๆ จุนซูหวังว่าอูยองที่เดินทางไปก่อนจะไปพักและทำใจให้สบาย สิ่งที่เจ้าเด็กนั่นเจอมันเลวร้ายจริงๆ

 

จุนซูลุกขึ้นเดินเข้าไปยังห้องที่จุนโฮลากชานซองไปสงบสติอารมณ์เพื่อที่จะไปบอกให้สองคนนั้นเตรียมตัวเข้าบริษัทกัน เนื่องจากอูยองและผู้จัดการวงเดินทางก่อนกำหนดแบบกระทันหัน พวกเขาที่เหลือจะต้องเข้าไปพูดกับประธานบริษัทถึงเหตุผลของเรื่องนี้ แทคยอนที่ไปส่งอูยองกับพี่มินแจจะตามไปสมทบทีหลัง

 

พวกเขาเตรียมข้อแก้ตัวหรือพูดง่ายๆคือเรื่องโกหกเอาไว้แล้ว และหวังว่าคนฉลาดๆอย่างปาร์คจินยองจะไม่สงสัยอะไร หรือสงสัยคงจะไม่คาดคั้นที่พวกเขามาก หากไม่รอดจริงๆพวกเราทูพีเอ็มจะลองขอโอกาสจัดการเรื่องนี้กันเองก่อน ถ้าหากไม่สำเร็จ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด หากทูพีเอ็มจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร พวกเขาก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับปัญหาและผลที่ตามมา

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

ตลอดเวลาที่ถ่ายทำ นิชคุณแทบจะไม่มีสมาธิใดๆเลย เขาต้องก้มหัวขอโทษผู้กำกับและทีมงานอยู่หลายครั้ง จิตใจเขาจดจ่ออยู่ที่สนามบิน อีกสองชั่วโมงอูยองจะไปอเมริกาแล้ว ถึงแม้เขาจะตามไปอีกสองวันให้หลังแต่มันก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ไปอยู่ในที่ต่างแดนในสภาพจิตใจบอบช้ำแบบนั้นน้องจะเป็นยังไง อยากจะพูดทุกอย่างที่อยู่ในใจออกไปก่อนที่น้องจะไปจากเขา นิชคุณอยากสารภาพความในใจที่เก็บซ่อนเอาไว้มานานให้จางอูยองได้รับรู้

 

เหมือนพระเจ้าจะเข้าข้างคนบาปอย่างเขาโดยการประทานโอกาสให้ PD ขอยกเลิกกองเร็วกว่ากำหนด แทนที่นิชคุณจะรีบตรงดิ่งไปที่สนามบินแต่เขาไม่ทำเช่นนั้น ร่างสูงบอกให้คนขับรถของบริษัทให้รีบพาเขากลับไปที่หอพักทันที เขาไม่ได้อยากจะไปสนามบินเพื่อไปส่งน้อง แต่เขาต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่อีกหนึ่งชั่วโมงเก็บของเก็บกระเป๋าแล้วจะไปพร้อมกับอูยองต่างหาก นิชคุณอยากจะขอร้องเรื่องการเปลี่ยนตั๋วกับมินแจ และหากใช้เส้นสายของบริษัทสักหน่อยก็น่าจะได้ เพราะเรื่องตั๋วเครื่องบินสำหรับศิลปินแนวหน้าอย่างพวกเขามันไม่เคยมีปัญหาอยู่แล้ว

 

ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าหอพัก สองขารีบพาตนเองวิ่งไปยังห้องที่พวกเราทูพีเอ็มเรียกมันว่า “บ้าน” โดยไม่ได้สนใจมองอะไรหรือใครทั้งนั้น เวลาที่กำลังเดินไปเรื่อยๆไม่ได้หยุดนิ่งรอคอยใครเลยสักนิด แต่ตอนนี้หัวใจของนิชคุณมันเต้นรัวและเร็วกว่าเข็มวินาทีไปไกลโข อย่าให้ทุกสิ่งทุกอย่างมาขัดขวางอะไรเขาตอนนี้เลยนะ

 

มือหนารีบเอากุญแจห้องออกมาจากกระเป๋าแล้วทำการไขปลดล็อกแต่ยังไม่ทันได้หมุนลูกบิด ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออกกว้าง..

 

 

 

..