.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์

 

 

Note :: อยากรวมเล่มเรื่องนี้....(ภายในปีนี้ TTATT)

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๑๖

 

 

 

 

 

ถ้าเป็นเพลาปกติ กษัตริย์หนุ่มแห่งธารดาราจะต้องแอบลุกจากที่นอนเบาๆไม่ให้ร่างน้อยตื่นจากฝันหวานเพื่อไปว่าราชการ แต่ทว่าวันนี้เขาขอทอดมองใบหน้าน่ารักในยามหลับก่อนที่จะต้องเตรียมตัวออกเดินทาง

 

นิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆบนปรางแก้มนิ่ม ไล้ไปตามริมฝีปากที่เขาชอบจูบตักตวงความหวานไม่รู้เบื่อ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรถึงจะได้เจอกัน เขามิอาจรู้เลยว่ากลับไปเมืองหลวงคราวนี้เขาต้องมีงานอะไรบ้างต้องสะสาง แค่ปกติงานของกษัติร์ก็มีมากพออยู่แล้ว แต่ครานี้ เขากำลังจะมีราชินีเคียงคู่บัลลังค์ เขาอาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะปลีกตัวมาที่วังบูรพา

 

 

 

“อืม..”

 

 

ร่างเล็กครางละเมอเมื่อนิชคุณจูบลงบนกลีบปากหวาน บดเบียด ลุกไล้ จนคนที่กำลังหลับสนิทค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงงงวย

 

 

 

“ท่านพี่!!”

 

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยเล่า”

 

“ข้านึกว่าข้าฝันไป ข้านึกว่าท่านพี่จะกลับเมืองหลวงไปแล้วพะย่ะค่ะ”

 

 

ร่างเปลื่อยเปล่าซุกกอดอย่างออดอ้อน จางอูยองจะรู้หรือไม่ว่ายิ่งมาทำแบบนี้ เขายิ่งไม่อยากจากไปไหนเลย

 

 

“ข้ารอเจ้าตื่นก่อน ไปอาบน้ำด้วยกันนะ”

 

 

 

นิชคุณยิ้มอ่อนโยนมาให้ อูยองจึงพยักหน้า ทุกอย่างเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว ภายในห้องตอนนี้มีเพียงแค่เขาและร่างสูงนี้เท่านั้น อูยองถูกอุ้มเข้าไปในห้องสรงน้ำ น้ำอุ่นที่ถูกเตรียมไว้ในสระส่งไอระเหยพวยพุ่งกำจายไปทั่วห้อง ร่างเปลือยเปล่าของพวกเขาทั้งสองค่อยๆแช่ลงไปในน้ำ

 

กษัตริย์หนุ่มนั่งลงก่อนจะรั้งร่างน้อยมาพิงอก แผ่นหลังบางแนบชิด อูยองครางฮือเมื่อรู้สึกสบายตัว

 

มือหนากวักน้ำขึ้นมารดตรงหัวไล่บาง พร้อมทั้งลูบผิวเนียนลื่นมือไปมา อูยองหลับตาพิงศีรษะลงบนไหล่กว้าง ฝ่ามือหนาทำหน้าที่ชำระล้างร่างกายเขาอย่างนุ่มนวล

 

 

ทุกๆอย่างเป็นไปอย่างเงียบเชียบ..

 

..ไม่มีใครพูดอะไร

 

อ๋องน้อยอูยองได้ยินเพียงเสียงลมหายใจกันและกัน และเสียงน้ำที่นิชคุณกวักขึ้นมาล้างตัวให้เขาเท่านั้น

 

 

 

“อูยอง อยู่ที่นี่ก็ดูแลรักษาตัวเองให้ดี อย่าดื้อ อย่าซนล่ะรู้ไหม ท่านอาจารย์ฮงไม่ได้ใจดีกับทุกๆคนหรอกนะ” กษัตริย์หนุ่มเกรงว่าร่างน้อยจะซนจนถูกลงโทษ

 

“พะย่ะค่ะ” เสียงเล็กขานรับแผ่วเบา

 

“จะไปไหนให้จุนโฮตามไปด้วยทุกที่ ไม่จำเป็นก็อย่าออกนอกวังบูรพา ข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมาหาเจ้า และพาเจ้าไปเที่ยวเล่นอีก”

 

“พะย่ะค่ะ”

 

“อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยล่ะ”

 

“พะย่ะค่ะ ท่านพี่ก็เช่นเดียวกันนะพะย่ะค่ะ”

 

“ข้าคิดถึงเจ้าทุกวินาทีอยู่แล้ว ขนาดกอดเจ้าแนบกายเช่นนี้ ข้าก็ยังคิดถึงเจ้า”

 

“ฮึก...ม...ไม่...” ร่างน้อยกลืนก้อนสะอื้นและคำพูดต่อจากนั้นลงลำคอไปเสีย

 

 

 

ไม่อยากให้ไปเลย 

 

อยากให้อยู่ด้วยกัน 

 

อยากให้อยู่เคียงข้างกันตลอดไป 

 

 

ไม่ได้หรือ.. 

 

 

 

“อย่าร้องไห้เลย เจ้าต้องเข้มแข็ง เจ้าต้องเติบโตด้วยตัวของเจ้าเอง หยุดร้องไห้เถิด ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไปยกเลิกงานอภิเษกนั่นเสียแล้วสละบัลลังค์มาอยู่กับเจ้า”

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาพลิกตัวกลับมามองหน้าอันหมองเศร้าของกษัตริย์หนุ่ม นิ้วเรียวแตะเบาๆบนริมฝีปากได้รูปเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดพูดในสิ่งที่ผู้เป็นกษัตริย์มิควรพูด

 

 

 

“ท่านพี่อย่าทำเช่นนั้นนะพะย่ะค่ะ ฮึก..ข้าไม่ร้องไห้แล้วก็ได้ ท่านพี่ห้ามสละบัลลังค์นะพะย่ะค่ะ ชาวธารดารายังคงต้องการกษัตริย์ที่ดีเช่นท่านพี่ และข้าก็ไม่อาจเห็นแก่ตัว”

 

“อืม”

 

“ข้าเข้าใจท่านพี่ และข้าจะปฏิบัติตามที่ท่านพี่บอกเอาไว้พะย่ะค่ะ”

 

“จงรักษาตัว และหัวใจของเจ้าให้ดี แล้วข้าจะกลับมา”

 

 

 

ร่างน้อยในอ้อมกอดหลับตาลงรับสัมผัสอันนุ่มนวลตรงริมฝีปาก

 

นิชคุณประทับจูบแนบนิ่งไม่ได้ดูดดื่มเฉกเช่นทุกครั้ง ริมฝีปากแนบริมฝีปาก

 

อ่อนโยน นุ่มนวล

 

 

จูบแห่งการจากลา..

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

และวันนี้ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาก็ได้พิสูจน์ให้ใครหลายคนเห็นถึงความเข้มแข็งของผู้ที่มีสายเลือดกษัตริย์แห่งอาทิติยา

 

ขบวนของคณะเดินทางกำลังเคลื่อนตัวจากวังบูรพาช้าๆ ไม่มีการเอื้อนเอ่ยอันใดระหว่างนิชคุณและจางอูยอง มีเพียงสายตาที่สื่อถึงกัน และรอยยิ้มบางๆ สื่อออกมาแทนคำพูดนับล้านที่เข้าใจกันเพียงสองคน

 

 

จางอูยองไม่มีน้ำตาแม้เพียงหยดเดียว

 

 

เขาเคยรับรู้ถึงรสชาติของการลาจากมาแล้วตอนที่อยู่อาทิติยา เพราะฉะนั้นครั้งนี้อูยองจึงทำได้ดี ไม่ร้องไห้เสียใจ ไม่โวยวาย ไม่ดื้อรันดึงดัน และไม่เหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้เลย

 

คนเราก็มีเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ส่วนเส้นทางชีวิตของเขาและนิชคุณนั้น มันเคยมาบรรจบกันแล้ว ตอนนี้แม้จะหันเหออกไปเพื่อทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย แต่อูยองก็เชื่อมั่นว่า มันจะมาบรรจบกันอีกครั้ง

 

 

เขาจะรอ..

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยเพคะ เข้าไปข้างในเถิดเพคะ หิมะกำลังตกเลยเพคะ” มินอาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองเพียงพยักหน้าเบาๆแล้วเดินก้มหน้าออกไป เขายิ้มให้ท่านอาจารย์ฮง ก่อนจะเดินทางกลับตำหนักที่เคยอยู่โดยมีมินจี มินอา และจุนโฮเดินตามหลังไปด้วยกัน

 

ทันที่ที่มาถึงตำหนัก ร่างเล็กของท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาก็พุ่งเข้าไปบังห้องบรรทมทันที ความอดอทนอดกลั้นพังทลายลงเมื่ออยู่คนเดียว อูยองปราดไปที่ประตูห้องจัดการปิดแล้วลงกลอนไม้เอาไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามา มินอาที่เข้าใจถึงนิสัยของเจ้านายของตนดีจึงได้แต่รออยู่ข้างนอกและบอกแก่มินจีและจุนโฮว่า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ท่านอ๋องน้อยของนางต้องการจะอยู่เพียงลำพัง

 

ภายในห้องบรรทม ไม่มีแม้เสียงสะอื้นใดๆเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น

 

อูยองเพียงนั่งอยู่บนเตียงนอนขนาดกว้างแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ หยุดแล้วหยดเล่า จนกลายเป็นสาย

 

ร่างน้อยใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วนั่งตัวตรง

 

 

 

“ข้าเป็นสายเลือดกษัตริย์แห่งอาทิติยา ข้าไม่ควรจะอ่อนแอ”

 

 

 

ตาเรียวฉายประกายมุ่งมั่น แม้ในใจนั้นจะเจ็บปวดเจียนตายแค่ไหน เขาก็ต้องอดทน เพราะอูยองรู้ว่านิชคุณเองก็ต้องใช้ความอดทนเช่นเดียวกัน

 

ประตูห้องบรรทมถูกเปิดออกอ๋องน้อยอูยองยิ้มบางๆให้กับนางกำนัลทั้งสองที่ปราดเข้ามากอดเอวเขา อูยองแอบเห็นว่าพวกนางตาแดงก่ำก่อนหน้านี้คงจะร้องไห้กันอยู่ อูยองยิ้มให้จุนโฮที่เดินมาสมทบ

 

 

 

“อะไรกันจุนโฮ เจ้าปล่อยให้หญิงสาวสองคนร้องห่มร้องไห้โดยไม่ปลอบได้อย่างไรกัน”

 

“กระหม่อมปลอบจนไม่รู้จะปลอบอย่างไรแล้วพะย่ะค่ะ แต่พวกนางก็ยังร้องไห้กันอยู่นั่น”

 

“เจ้าไม่เข้าใจพวกข้าหรอกจุนโฮ พวกข้าสงสารท่านอ๋องน้อยกับฝ่าบาทที่ต้องแยกกันอยู่นี่นา ฮึก” มินจีหันไปต่อว่าก่อนจะกอดเอวอูยองแน่นขึ้นไปอีก

 

“ข้าไม่เป็นอะไรมากหรอก เดี๋ยวทุกๆอย่างก็ดีขึ้นเอง แล้วมันจะผ่านไป”

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองได้แต่ปลอบตัวเองและนางกำนัลได้เพียงแค่นั้น

 

ลำพังตัวเขาก็แทบจะไม่มีแรงยืน คงไม่มีคำพูดที่ดีไปกว่านี้แล้ว เขาคิดไม่ออกหรอกว่าจะต้องพูดอย่างไรให้พวกนางหายเศร้า เพราะตอนนี้เขาเองก็เศร้าไม่ต่างจากพวกนางเลย

 

 

 

“เราไปหาอะไรทำให้หายเศร้ากันดีกว่า มินจีมินอา จำผ้าที่เพิ่งซื้อมาได้หรือไม่”

 

“จำได้เพคะ”

 

“ข้าว่าจะเอามาเย็บให้เหมือนกับที่เราเคยทำที่เมืองหลวงสักหน่อย มาลองดูว่า ผ้าของเมืองบูรพาจะสู้ผ้าเมืองหลวงได้หรือไม่”

 

“เพคะ / เพคะ”

 

 

 

นางกำนัลทั้งสองคนแยกออกไปเตรียมผ้าและอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยแล้ว อูยองจึงเดินไปนั่งยังที่นั่งริมหน้าต่างที่ถูกปิดเอาไว้เพราะหิมะด้านนอกกำลังตกหนัก ร่างน้อยอดเป็นห่วงผู้ที่กำลังเดินทางกลับวังหลวงไม่ได้

 

 

 

“จุนโฮ ข้าขอบใจเจ้ามากนะที่อยู่เป็นเพื่อนข้า”

 

“มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อมพะย่ะค่ะ”

 

“ข้าได้ข่าวว่าเจ้าได้หลานชายใช่หรือไม่”  อูยองเคยได้ยินมินจีกับมินอาคุยกันเมื่อวันก่อน ว่าที่นี่เป็นบ้าเกิดของจุนโฮ และตอนนี้พี่สาวของจุนโฮเพิ่งจะคลอดอีกทั้งยังได้ลูกชาย

 

“พะย่ะค่ะ”

 

“เอาไว้ข้าจะออกไปเยี่ยมพี่สาวเจ้าและหลานชายเจ้านะ”

 

“ขอบพระทัยท่านอ๋องน้อยพะย่ะค่ะ”

 

“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ เพราะอยู่ที่นี่ก็ยังถือว่าเป็นตัวประกันคนหนึ่ง” อูยองรีบบอกจุนโฮที่นั่งคุกเข่าให้ลุกขึ้น

 

 

 

องครักษ์หนุ่มดีใจอย่างสุดซึ้งเพราะท่านอ๋องน้อยเอ่ยปากมาว่าจะไปเยี่ยมพี่สาวและหลานชายของเขา นางคงจะดีใจมากเพราะนางอยากให้ท่านอ๋องน้อยประทานชื่อให้แก่บุตรชายของนาง

 

 

มินจีและมินอาเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว อูยองก้มลงมองผ้าหลายผืนและหลากสีตรงหน้า มือเรียวหยิบขึ้นมาลูบไล้เบาๆ จัดว่าเนื้อผ้าของเมืองบูรพาก็นิ่มดีทีเดียว หากนำมาเย็บเป็นผ้าผูกเอวแล้วปักลวดลายลงไปคงจะงามดีไม่น้อย  ส่วนผ้าเนื้อบางที่เหมือนผ้าม่าน หากนำมาเย็บเป็นถุงเล็กๆแล้วใส่กลีบกุหลาบเมืองหนาวเข้าไป นำไปตากแดดให้แห้งสักสองสามแดดก็จะช่วยลดกลิ่นอับได้ หรือนำพกติดตัวก็จะช่วยเรื่องความหอมอ่อนๆสำหรับคนที่ไม่ชอบน้ำหอมที่กลิ่นแรงติดตัวจนเกินไป

 

ความรู้เรื่องเนื้อผ้าและของประดับประดาเหล่านี้ ท่านแม่ของอูยองเป็นคนสอน ท่านแม่ชอบปักผ้าให้ท่านพ่อ ให้พระราชินี ท่านพี่แทคยอน และอูยอง แม้อูยองจะทำไม่ค่อยเป็นเพราะส่วนใหญ่จะดูท่านแม่ทำเสียมากกว่า แต่วันนี้อูยองจะพยายามทำมันอีกครั้ง

 

อันที่เคยทำไว้เมื่อครั้งอยู่เมืองหลวงแห่งธารดารา อูยองก็ยังมิได้ทิ้งมัน แต่มันยังดูไม่งดงามพอ เขาอาจจะใช้ผ้าพวกนี้ฝึกปรือฝีมือ แล้วค่อยลงมือทำจริงๆจังๆสักชิ้นเพื่อมอบให้แก่คนสำคัญ

 

การปักผ้ากินเวลาไปหลายชั่วโมง อ๋องน้อยอูยองให้มินจีและมินอาสอนจากลวดลายง่ายๆไปก่อน แม้ผลที่ออกมาก็ยังดูไม่ค่อยดีนัก แต่อูยองก็ไม่ละความพยายาม ตอนนี้อาหารมื้อกลางวันถูกเตรียมไว้รอแล้ว ท่านอาจารย์ฮงให้เด็กรับใช้ที่นี่ดูแลอูยองดีจริงๆ แม้ตอนนี้เจ้าตัวจะไปคุมเด็กๆให้กวาดหิมะที่ลานฝึกวิชาอาวุธก็เถอะ อูยองก็ให้นางกำนัลเดินไปขอบคุณที่กรุณาตัวประกันอย่างเขาขนาดนี้

 

พอตกบ่าย ท่านอ๋องน้อยกลับรู้สึกง่วงนอน อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเขาไม่ค่อยได้นอนนักแล้วยังต้องตื่นเช้าเพื่อมาส่งกษัตริย์แห่งธารดาราอีก ตอนนี้เขาจึงไม่มีเรี่ยวแรงหรือสมาธิจะจับเข็มกับด้ายแล้ว

 

 

เมื่อร่างน้อยเอนลงบนเตียงนอน อูยองก็ขดตัวเข้าหาผ้าห่มทันที

 

เตียงนอนหลังนี้มันกว้างเกินไปหากนอนเพียงลำพัง

 

ผ้าห่มขนสัตว์ต่อให้หนาเพียงใดก็ยังทำให้รู้สึกหนาวเหน็บหากไร้ซึ่งคนมากอด

 

ห้องบรรทมในฤดูหนาวตกแต่งงดงามเพียงใดก็รู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่า

 

 

เหงาเหลือเกิน.. 

 

 

นี่ยังไม่พ้นวันเสียด้วยซ้ำ จางอูยองกลับคิดถึงนิชคุณจนเจ็บหัวใจไปหมดแล้ว

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

เมืองหลวงแห่งธารดารากำลังวุ่นวายเพราะเร่งเตรียมงานสำคัญในเดือนหน้า

 

 

กษัตริย์หนุ่มแห่งธารดาราเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดออกมาจากห้องว่าราชการโดยข้างกายมีองครักษ์คนสนิทฮวางชานซองเดินตามมาด้วย เขาใช้เวลาเกือบทั้งวันในการว่าราชกิจร่วมกับที่ปรึกษาและเหล่าเสนาธิการแห่งราชสำนัก เหตุเพราะเขาไปอยู่เมืองบูรพาเสียหลายวัน และวังหลวงก็กำลังจะมีงานสำคัญ..

 

 

งานอภิเษกสมรสของเขาและองค์หญิงอิมยุนอา

 

 

การโหมงานหนักของกษัตริน์หนุ่มคงได้ยินไปถึงหูอดีตองค์ราชินี จนตอนนี้นิชคุณถูกเรียกตัวให้ไปเสวยอาหารเย็นเป็นเพื่อนมารดาของตน เมื่อมาถึงตำหนักของอดีตองค์ราชินี นิชคุณเดินไปกอดผู้เป็นมารดา ก่อนจะเอ่ยบอกให้ยุนอาที่ทำความเคารพเขาทำตัวตามสบาย

 

อาหารมื้อนี้ มีผู้ร่วมโต๊ะอยู่สามคนเท่านั้น บรรดาน้องๆของยุนอาเลือกที่จะทานกันเพียงลำพัง

 

 

 

“งานราชการหนักมากนักหรือ ใบหน้าเจ้าจึงได้หมองลงไปเพียงนี้ ราวกับคนมิได้พักผ่อน”

 

“พะย่ะค่ะเสด็จแม่”

 

“ก็กำลังใจอยู่ไกลถึงวังบูรพานี่ ท่านอ๋องน้อยอูยองเป็นเช่นไรบ้าง”

 

“อูยองเข้มแข็งกว่าที่ลูกคิดพะย่ะค่ะ สายเลือดแห่งอาทิติยาเข้มข้นนัก”

 

“ท่านอ๋องน้อยสบายดีใช่หรือไม่เพคะฝ่าบาท”

 

“อูยองสบายดี น้องหญิงมิต้องเป็นห่วง ป่านนี้คงแข่งกันปั้นตุ๊กตาหิมะกับนางกำนัลในวังแล้วกระมัง”

 

“เพคะ” ยุนอายิ้มรับก่อนจะตักอาหารถวายอดีตองค์ราชินีและกษัตริย์แห่งธารดารา

 

 

 

บทสนทนาดำเนินไปพร้อมกับการรับประทานอาหาร จนกระทั่งตอนนี้ร่างสูงของกษัตริย์หนุ่มกำลังทำหน้าที่ของลูกที่ดีที่เขาไม่ค่อยมีเวลาทำให้มารดาเท่าใดนั่นคือการล้างเท้าให้ผู้เป็นแม่ก่อนนอน กษัตริย์หนุ่มคุกเข่าลงบนพื้นต่อหน้ามารดาที่นั่งอยู่บนเตียงนอน ผู้หญิงคนนี้เท่านั้นที่เขาจะยอมก้มหัวและคุกเข่าให้

 

น้ำอุ่นจากถังไม้ค่อยๆชะโลมเท้าทั้งสองข้างของอดีตองค์ราชินี เมื่อล้างเท้าทั้งสองเสร็จแล้ว นิชคุณรับผ้ามาจากยุนอาที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลังมาซับน้ำออกจากปลายเท้าทั้งสองข้างพร้อมกับนวดเบาๆ

 

อิมยุนอามองสองแม่ลูกกอดกันด้วยรอยยิ้ม นางจะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ ช่างเป็นบุญแก่นางยิ่งนัก หญิงสาวที่ต้องจากบ้านเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เป็นหน้าที่ที่หญิงสาวทั้งแคว้นใฝ่ฝันอยากจะทำ และนางก็เช่นเดียวกัน

 

ยุนอาอยากเป็นองค์ราชินี อยากอยู่เคียงข้างฝ่าบาทนิชคุณในฐานะอัครมเหสี มิใช่เพียงฐานะสนม กษัตริย์หนุ่มแห่งธารดาราผู้เปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีนั้นมีความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ ซึ่งนางก็รู้ดีว่าผู้ที่ได้รับความอ่อนโยนนี้มีเพียงไม่กี่คน คนที่นิชคุณมอบให้ด้วยความเต็มใจมิใช่เพียงเพราะหน้าที่..

 

 

 

อดีตองค์ราชินีแห่งธารดารา และท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยา  

 

 

 

แม้นางจะรักและเทิดทูนบุรุษผู้นี้มากเพียงใด ยุนอาก็รู้ดีว่านางไม่สามารถครอบครองหัวใจของบุรุษผู้นี้ได้เลย ดังนั้น นางจึงเตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่รู้ข่าวว่าฝ่าบาทนิชคุณไปชิงตัวท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาด้วยพระองค์เองแล้ว จากนี้ต่อไป นางเพียงแค่ทำตามหน้าที่ หน้าที่ของหญิงสาวที่จะทำให้บุรุษผู้มีจิตใจที่แสนดีงามคนนี้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่โดยสมบูรณ์

 

ท่านอ๋องน้อยจางอูยอง คือคนที่นางรักและเอ็นดูเช่นเดียวกัน นางได้รู้นิสัยจากปากของฝ่าบาทนิชคุณ รวมทั้งประจักษ์กับตนเองแล้วหนึ่งครั้ง ท่านอ๋องน้อยจางอูยองเป็นคนดี สดใส และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ จนนางมิอาจจะแย่งอ้อมกอดของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่มาเป็นของนาง

 

 

 

“ฝ่าบาทคิดว่า ท่านอ๋องน้อยจะเกลียดหม่อมฉันหรือไม่เพคะ”  อิมยุนอาถามขึ้นเมื่อพวกเขาออกมาจากตำหนักอดีตองค์ราชินีได้สักพัก

 

“อูยองมิใช่คนเช่นนั้น เขาเข้าใจข้าและสถานการณ์ทุกอย่าง อูยองเติบโตมาในวังหลวง เขาเองก็รู้และเห็นเกี่ยวเรื่องพวกนี้มามาก น้องหญิงมิต้องกังวลใจไป ข้าต่างหากที่เขาจะเกลียด”

 

“หม่อมฉันมิคิดเช่นนั้นนะเพคะ ในเมื่อฝ่าบาทตรัสมาแล้วว่าท่านอ๋องน้อยเข้าใจ ท่านอ๋องน้อยต้องไม่เกลียดฝ่าบาทแน่นอนเพคะ”

 

“ข้าดูเหมือนคนใจร้าย ที่พาเขาไปอยู่ไกลๆเหมือนไม่เหลียวแลหรือไยดี”

 

“แต่ที่ฝ่าบาททำไปทุกอย่าง ฝ่าบาทก็มีเหตุผลนี่เพคะ ฝ่าบาทมิต้องการให้ท่านอ๋องน้อยมารับรู้หรือเห็นในสิ่งที่เราสองคนจำเป็นต้องทำ หม่อมฉันเองก็คงกระอักกระอ่วนใจหากท่านอ๋องน้อยยังอยู่ในวังหลวง เรารีบทำหน้าที่ให้เสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อไรที่หม่อมฉันตั้งครรภ์ ฝ่าบาทค่อยไปรับท่านอ๋องน้อยกลับมาอยู่ด้วยกัน หม่อมฉันก็ไม่ติดอะไรเพคะ”

 

“ยุนอา.. ข้าไม่รู้จะขอบใจ หรือจะตอบแทนความเสียสละของเจ้าอย่างไรดี” ทั้งๆที่นางก็รู้ว่าเขามิได้รักนาง แต่นางก็ยอมเพื่อเติมเต็มหน้าที่ของเขาให้สมบูรณ์

 

“มันเป็นหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ เพียงแค่ท่านพี่มอบโอรสหรือธิดาให้หม่อมฉัน นั่นก็ถือเป็นการตอบแทนแล้วเพคะ”

 

“ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ ที่เข้าใจข้า”

 

“เพคะ เช่นนี้แล้ว ฝ่าบาทควรกลับเข้าตำหนักไปพักผ่อนให้เต็มที่เถิดเพคะ ยังมีงานมากมายรอฝ่าบาทอยู่ในวันพรุ่งนี้”

 

 

 

นิชคุณยิ้มบางๆ วันนี้เขาสะสางงานไปมากแล้ว วันรุ่งขึ้น เขาตั้งใจจะเริ่มงานว่าราชการตอนบ่าย เพราะตอนเช้าเขาจะต้องนั่งคุยกับทหารจากวังบูรพาเพื่อไถ่ถามความเป็นอยู่ของท่านอ๋องน้อยผู้เป็นยอดดวงใจ

 

 

 

“เจ้าเองก็เช่นเดียวกัน นี่ก็ถึงเรือนรับรองแล้ว เข้าไปพักผ่อนเถิด”

 

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่กรุณาเดินมาส่งเพคะ”

 

 

 

องค์หญิงอิมยุนอาเดินเข้าตำหนักพร้อมนางกำนัลไปแล้ว ร่างสูงเดินต่อไปยังตำหนักของตนที่อยู่ใกล้กัน แต่ทว่าก็ต้องผ่านสวนดอกไม้ เขาจึงค่อยๆทอดน่องอย่างไม่เร่งรีบ

 

 

ลมหนาวแห่งฤดูเหมันต์พัดผ่านต้องผิว แม้จะไม่เย็นจัดเท่าเมืองบูรพาแต่ก็ทำให้ร่างกายกำยำสั่นสะท้าน

 

ขนาดอยู่เมืองหลวงยังรู้สึกหนาวขนาดนี้ แล้วเมืองบูรพาที่มีหิมะตกจะเป็นเช่นไร

 

คนทางโน้นจะดูแลตัวเองตามที่สัญญาเอาไว้หรือไม่

 

หรือจะเอาแต่เที่ยวเล่นจนลืมทานข้าวทานน้ำ หรือจะเอาแต่นอนกอดหมอนร้องไห้เพราะไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง

 

หรือจะเอาแต่ต่อว่าตัดพ้อว่าเขาเป็นผู้ชายใจร้าย

 

 

 

“อูยอง...จางอูยอง”

 

 

 

แววตาเหม่อลอยมองดวงดาวที่กระจ่างเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

ดวงดาวนับล้านกระจัดกระจายเต็มท้องฟ้า บ้างก็จับกลุ่มเป็นแนวยาวไปจนสุดปลายฟ้า ทำเอานิชคุณหวนคำนึงถึงคืนหนึ่งที่เขาเคยพาอูยองออกมาดูดาวตรงระเบียงของเรือนรับรอง

 

 

 

 

“ท่านพี่! ข้ามิเคยเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้ามากมายขนาดนี้เลยพะย่ะค่ะ”

 

“งั้นหรือ?”  เขาสวมกอดร่างน้อยจากด้านหลัง วางปลายคางบนลาดไหล่พร้อมยิ้มให้กับเด็กน้อยที่ตื่นเต้นกับความสวยงามบนท้องฟ้า 

 

“อาทิติยาเป็นเมืองร้อนที่มีฟ้าเปิดอยู่ตลอดเพลาแท้ๆ เหตุใดจึงไม่มีดวงดาวมากมายขนาดนี้กันนะ”  ร่างน้อยหน้ามุ่ยเอียงหน้าหันมาถาม “และข้ารู้สึกว่า ดวงดาวอยู่ห่างข้าเพียงเอื้อมมือถึงเท่านั้น”  พูดจบก็เอื้อมมือออกไปราวกับจะคว้าดวงดาวมาอยู่ในมือ 

 

 

นิชคุณหัวเราะให้กับท่าทางน่ารัก ก่อนจะสูดความหอมบนแก้มนิ่มแล้วอธิบาย 

 

 

“เพราะที่นี่อยู่สูงกว่าบ้านเมืองเจ้าอย่างไรล่ะ ธารดาราเป็นเมืองที่ห้อมล้อมด้วยภูเขา มีเพียงตอนใต้เท่านั้นที่ติดกับแม่น้ำที่กั้นเขตแดน อีกทั้งเมืองหลวงก็อยู่บนภูเขาขนาดใหญ่ ทำให้เรารู้สึกว่า เราอยู่ใกล้ท้องฟ้ามากกว่าเมืองอื่นๆ” 

 

“แล้วกลางวันมิร้อนหรือพะย่ะค่ะ” 

 

“แล้วเจ้ารู้สึกร้อนหรือไม่” 

 

“ก็...ไม่” 

 

“เพราะเรามีภูเขาและช่องเขามากมาย จึงมีลมเย็นตลอดกลางวัน”

 

“ทุกคืนที่ฟ้าเปิดโล่ง ดวงจันทร์เหลือเพียงเสี้ยว เหล่าหมู่ดาวจะปรากฏบนท้องฟ้ามากมาย ยิ่งอยู่ยนเขาสูง ยิ่งจะเห็นดวงดาวมากมาย ชัดเจน และเหมือนอยู่แค่ปลายมือ”

 

“เพราะเหตุนี้ เลยเรียกเมืองนี้ว่าธารดารา ใช่หรือไม่พะย่ะค่ะ”

 

“ฉลาดยิ่งนัก เช่นนี้ต้องให้รางวัล”

 

“อื้อ...”

 

 

 

คืนนั้นเขามอบรางวัลให้แก่อูยองด้วยการจูบร่างน้อยท่ามกลางหมู่ดาวนับล้าน ร่างเล็กในอ้อมกอดจูบตอบกลับมาด้วยความนุ่มนวลมิแพ้กัน

 

ดวงดาวส่องประกายระยิบระยับราวกับหยอกล้อพวกเขา หรือหากจะคิดเข้าข้างตนเอง..

 

คืนนั้นเหล่าดวงดาวนับล้านกำลังร่วมยินดีกับจุมพิตแสนหวาน รับรู้และเป็นพยานให้แก่ความรักที่เขามอบให้จางอูยองจนหมดหัวใจ

 

 

จุมพิตท่ามกลางหมู่ดาวที่เป็นสายธาร

 

ยอมรับในตัวเด็กคนนี้ ยอมรับในความรักของพวกเขา

 

 

 

 

ขานรับดวงใจแห่งธารดารา..

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

“ฮารัง”

 

 

ริมฝีปากคู่สวยเปล่งชื่อออกมาแผ่วเบา

 

 

ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาทอดมองเด็กทารกในอ้อมกอดด้วยสายตาที่อ่อนโยน เด็กตัวน้อยมองอูยองตาแป๋ว มือเล็กๆนั่นขยับไปมาในอากาศราวกับอยากจะคว้ามืออูยองเอาไว้ ร่างน้อยนั่งลงก่อนจะอุ้มทารกด้วยมือเดียวแล้วใช้อีกมือหยอกล้อกับฝ่ามือเท่าฝาหอยนั่น

 

 

 

“ข้าอยากให้เด็กคนนี้ชื่อฮารัง ที่แปลว่าความรักจากพระเจ้า” ท่านอ๋องน้อยจางอูยองหันไปบอกแก่มารดาของเด็กคนนี้

 

 

 

เช้าอีกสามวันถัดมา หลังจากที่อูยองได้รับแจ้งข่าวจากวังหลวงแล้วว่าขบวนเสด็จขององค์กษัตริย์แห่งธารดาราเดินทางถึงวังหลวงโดยปลอดภัยตั้งแต่วันนั้นแล้ว อูยองก็ให้อีจุนโฮพาออกมาที่บ้านเพื่อเยี่ยมพี่สาวของชายหนุ่ม รวมทั้งหลานชายตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดอูยองนี้ด้วย

 

เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มากยิ่งนัก ดวงตาสีดำกลมโต ทอประกายใสแจ๋วดุจลูกกวางแรกเกิดกำลังจ้องมองมาที่ใบหน้าของเขา กลีบปากสีชมพูอ่อนแย้มยิ้มราวกับเจอสิ่งถูกใจเสียเต็มประดา ขนคิ้วที่แม้จะยังขึ้นมาแค่บางๆแต่แนวคิ้วที่อูยองเห็นก็รู้ว่าในอนาคตจะคิ้วคู้นี้จะเข้มแค่ไหน จมูกได้รูปนั่นก็คุ้นตายิ่งนัก

 

 

 

“หม่อมฉันขอบพระทัยท่านอ๋องน้อยมากเพคะ หม่อมฉันดีใจเหลือเกิน ที่ท่านอ๋องน้อยทรงประทานชื่อแก่บุตรชายของหม่อมฉัน”

 

“แล้วพ่อของเด็กไปไหนเสียเล่า” อูยองถามเพราะในบ้านหลังนี้ มีเพียงหญิงสาวที่จุนโฮแนะนำว่าชื่ออีนาอึน แม่นมของเด็ก และทารกน้อยในอ้อมกอดนี้เท่านั้น

 

 

 

ใบหน้าของนาอึนที่หมองเพราะพิษไข้อยู่แล้วแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยและหมองลงทันทีที่ได้ยินประโยคคำถามจากท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยา

 

 

 

“พระองค์...เอ่อ...เขามิได้อยู่ที่นี่เพคะ”

 

“เขาทิ้งเจ้ากับลูกหรือ?..อ่ะ..ข้าขอโทษที่พูดเช่นนี้ ข้านี่นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย”

 

“หามิได้เพคะท่านอ๋องน้อย เขาคนนั้นมิได้ทิ้งหม่อมฉันกับลูก แต่หม่อมฉันมิต้องการให้ลูกชายของหม่อมฉันเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่น่าอึดอัดและเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีเพคะ ทุกอย่างหม่อมฉันเลือกเอง”

 

 

 

คนที่เฉลียวฉลาดอย่างท่านอ๋องน้อยเริ่มเอะใจอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังไม่กล้าด่วนสรุปเท่าใดนัก และอูยองก็เลือกที่จะไม่ถามนางอีก เพราะเพียงเท่านี้ก็น่าจะดูสะเทือนใจสำหรับนาง

 

 

 

“ข้าจะให้แพทย์ประจำวังบูรพาจัดยามาให้เจ้า และหากเป็นไปได้ ข้าจะมาเยี่ยมเจ้ากับลูกทุกๆวัน”

 

“ท่านอ๋องน้อย จะดีหรือพะย่ะค่ะ ฝ่าบาทอาจไม่พอพระทัยหากท่านอ๋องน้อยออกมาจากวังบูรพาบ่อยจนเกินไป”

 

“ป่านนี้ฝ่าบาทของเจ้าคงไม่มีเพลามาสนใจข่าวสารของข้าทางนี้นักหรอก อีกอย่างบ้านเจ้ากับรั้ววังบูรพาก็มิได้อยู่ไกลกันเลย ข้าเดินออกมาทางประตูฝั่งตะวันตก แล้วข้ามธารน้ำตกและเดินมาอีกหน่อยก็ถึงบ้านพี่สาวเจ้าแล้ว”

 

“ท่านอ๋องน้อย”

 

“หากเจ้ากังวล ข้าจะไม่มาเพียงลำพัง ตกลงไหม”

 

“แต่ว่า...”

 

“อย่างน้อยก็จนกว่าพี่สาวเจ้าจะหายดีและหลานชายเจ้าจะแข็งแรง เถอะนะจุนโฮ”

 

 

 

เจอลูกอ้อนของท่านอ๋องน้อยของอาทิติยาเข้าไปก็ทำเอาองครักษ์หนุ่มผู้เยือกเย็นอย่างอีจุนโฮถึงกับไปต่อไม่ถูก ชายหนุ่มหันไปมองหน้าพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียง นาอึนเพียงยิ้มบางๆมาให้เท่านั้น

 

 

ไม่แปลกใจเลยที่คนคนนี้คือคนที่กษัตริย์แห่งธารดารายอมให้แต่เพียงผู้เดียว

 

 

 

“กระหม่อมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของฝ่าบาทนิชคุณก็วันนี้พะย่ะค่ะ”

 

“เห?”

 

 

 

อีจุนโฮเพียงยิ้มให้เท่านั้น ก่อนจะหันไปบอกพี่สาวของตนด้วยสายตาว่า ‘เห็นความน่ารักของท่านอ๋องน้อยหรือไม่ ใครได้ใกล้ชิดเป็นต้องรักและเอ็นดู’ นาอึนหัวเราะเบาๆและทอดมองเด็กหนุ่มที่กำลังอุ้มลูกชายของนางในอ้อมกอด

 

 

ฮารัง

 

 

ในที่สุดลูกชายของนางก็มีชื่อเรียก ถึงแม้จะเป็นชื่อพระราชทานจากคนในราชวงศ์ต่างเมือง แต่นางก็รู้สึกปลื้มปิติเหลือเกิน และยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าตอนนี้ท่านอ๋องน้อยทรงพอพระทัยในตัวฮารังเหลือเกิน

 

 

 

“ฮารัง ข้าต้องกลับเข้าไปในวังแล้ว เอาไว้วันพรุ่งนี้ข้าจะมาเล่นกับเจ้าใหม่นะเด็กน้อย” เอ่ยจบก็ก้มลงหอมแก้มเด็กทารกที่ยิ้มมาให้จนตาปิด

 

 

 

นอกจากอ๋องน้อยอูยองจะติดฮารังแล้ว ดูท่าฮารังก็ติดท่านอ๋องน้อยเช่นเดียวกัน เพราะตั้งแต่ถูกท่านอ๋องน้อยอุ้มเล่น ฮารังก็ไม่ร้องไห้เลย

 

ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาเอ่ยลาอีนาอึนแล้วส่งฮารังคืนแก่แม่นมเพราะถึงเวลาที่ต้องป้อนนมให้ฮารังแล้ว ตอนนี้น้ำนมของนาอึนยังคงมีไม่เพียงพอ จุนโฮจึงต้องจ้างแม่นมมาช่วยดูแลหลานชาย

 

 

 

เมื่อออกมาจากบ้านของนาอึน ท่านอ๋องน้อยจางอูยองก็เดินเงียบๆโดยไม่พูดอะไร หิมะสีขาวยังคงโปรยปรายแต่ก็ไม่ได้ตกหนัก รองเท้าที่ทำจากหนังกวางยังทำหน้าที่ห่อหุ้มเท้าจากความเย็นจัดได้เป็นอย่างดี เมื่อมาถึงธารน้ำตกที่น้ำไหลอยู่ตลอดเวลาจางอูยองก็หยุดเดิน

 

ร่างน้อยทอดมองไปยังน้ำที่ไหลเอื่อย ตามริมฝั่งก็จับกันเป็นก้อนน้ำแข็งบ้าง หรือบนหินบางก้อนก็ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน แถวนี้ไม่ค่อยมีชาวบ้านเดินพลุกพล่านนัก จะมีก็แถวๆใต้ลงไปอีก อีกทั้งตอนนี้เป็นฤดูหนาว ชาวบ้านจึงชอบผิงไฟหาความอบอุ่นอยู่ในบ้าน จะมีออกมาก็เพียงเวลาหาอาหารเท่านั้น

 

อ๋องน้อยอูยองมองไปยังหญิงสาวสองคนที่มาตักน้ำริมธาร ถัดไปเป็นชายหนุ่มกำลังเดินเลาะตามก้อนหินเพื่อกลับบ้าน และใกล้ๆตรงที่พวกเขายืนอยู่ก็มีท่านลุงแก่ๆนั่งมองน้ำตกที่ไหลเลาะตามก้อนหินดุจคนใจลอย

 

วีถีชีวิตของชาวธารดาราที่อยู่ในเมืองบูรพาช่างเรียบง่าย ไม่วุ่นวายเช่นเมืองหลวงที่อูยองพึ่งจากมา ใช้ชีวิตใกล้ธรรมชาติ มีความเป็นอยู่แบบพอเพียง ช่างทำให้อูยองอยู่แล้วสบายใจเหลือเกิน นิชคุณเลือกที่จะนำเขามาเก็บไว้เสียถูกที่จริงๆ

 

 

 

“จุนโฮ”

 

“พะย่ะค่ะ”

 

“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ว่าใครเป็นพ่อของหลานชายเจ้า”

 

“เอ่อ...พะย่ะค่ะ” อีจุนโฮไม่ใช่คนโกหก แต่ห่กเขาโกหก ท่านอ๋องน้อยก็ต้องสืบหาความจริงอยู่ดี

 

“คนในวังหลวงใช่หรือไม่?”

 

“พะย่ะค่ะ”

 

“เป็นราชนิกูล..ใช่หรือไม่?”

 

“พะย่ะค่ะ”

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยหลับตาแล้วกัดฟันถามต่อไป..

 

มือเล็กกำแน่น ในอกราวกับถูกบีบรัดด้วยโซ่ตรวน หนักอึ้ง เต้นรัว

 

 

 

“ฮารัง..เป็นโอรสของกษัตริย์แห่งธารดารา..ใช่หรือไม่”

 

“..........”

 

“ข้าคิดถูกใช่หรือไม่? เป็นความจริงใช่หรือไม่จุนโฮ”

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองหันหน้ากลับไปหาองครักษ์หนุ่ม คราแรกเขาก็ไม่กล้าเดาหรอกเพราะมันเป็นเรื่องไม่สมควร หากเป็นชาวบ้านธรรมดาคงต้องโทษตัดลิ้นขาดไปแล้ว แต่ข้อสันนิษฐานที่อยู่ในหัวสมองของอูยองก็ถูกรวบรวมและประมวลผลแล้ว ทั้งคำตอบจากจุนโฮเมื่อครู่ ทั้งใบหน้าของฮารังก็คล้ายคลึงกับนิชคุณราวกับแกะ และท่าทางอึกอักของอีจุนโฮในตอนนี้อีกเล่า

 

 

หัวใจเต้นรัวเร็วเพราะรอคำตอบที่สำคัญ

 

อากาศหนาวเย็นหรือเปล่าที่ทำให้เขาหายใจติดขัดอยู่เช่นนี้

 

ไอเย็นพวยพุ่งเป็นควันออกจากริมฝีปากเพราะลุ้นรอคำตอบจวนเจียนจะไม่ไหว

 

 

อยากรู้เหลือเกิน

 

ใจหนึ่งก็อยากรู้ความจริง อีกใจหนึ่งก็ยังไม่อยากรับรู้ในเพลานี้

 

 

มือเล็กบีบเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก เล็บแทบจะจิกทะลุถุงมือผ้า ลมหายใจแทบจะสะดุดเมื่ออีจุนโฮเริ่มขยับปากเพื่อเอ่ยคำตอบออกมา

 

 

 

“ทูลท่านอ๋องน้อย.....”

 

“......”

 

 

ความจริง..ก็คือความจริง

 

 

 

 

“ฮารัง..เป็นทายาทของฝ่าบาทนิชคุณ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

 

 

 

Talk :: กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เหนื่อยยยยยยยยย ตอนนี้มันดราม่าหลายคนมากเกินไป ไม่มีใครผิดอ่ะ ว่าใครไม่ได้อ่ะ มันเลยอึดอัด ขนาดเขียนเองยังอึดอัดเอง กร้ากกกกกกก (บ้าเนอะ- -) เอาละเหวยยยย ฮารังน้อยเป็นลูกของนิชคุณได้ไงยังไง แล้วยุนอาอีก แล้วนาอึนอีก ท่านอ๋องน้อยต้องท้องแข่งพวกนางนะเพคะ (ผิด- -)

ตัวละครเพิ่มมมมมม โอ้ยยยยยยยย ภาคแรกยาวสุดๆๆๆ เอาใจแม่ยกธารดาราจริงๆค่ะ ฉากย้อนคิดถึงสวีทจนหมั่นไส้ แต่ก็โรแมนติกแบบย้อนยุคๆโบราณๆดี ไม่อยากให้หวานมากกว่านี้ เดี๋ยวเลี่ยนกัน  555555555 นั่งจัดหน้าถึงตอน16 นี้ปาเข้าไป 360 หน้าแล้วอ่ะ ถถถถถถถถ TT_______TT (อาจจะต้องจัดใหม่หรือยังไง- -) มีแฟนฟิคบางคนเข้าไปคุยใน kakao กรีดร้อยโหยหวนกันชื่นมื่นมาก บางคนของจองหนังสือเลยก็มี ใจเย็นนะคะ ขอเช็คฟีดแบ็คก่อน แต่ก็จัดหน้าแล้วอ่ะ 5555 แอดมาคุยได้ค่ะ เรื่องฟิคนะ kumameaw0303

ขอบคุณทุกๆคนที่ยังรอและติดตามอีกเช่นเคยนะคะ ช่วงนี้จะพยายามเขียนและเอามาลงให้อ่าน แต่งานก็เยอะมากจนปลีกตัวไม่ได้เลย อาจจะอาทิตย์ละตอน หรือสองอาทิตย์ตอน ก็จะพยายามนะคะ ขอบคุณที่รอ ขอบคุณที่ยังอ่าน ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหน ขอบคุณจริงๆค่ะ TT^TT

ปล.หลงแดนอยยยยยยยยยยยยมายบอยยยยยย โงหัวไม่ขึ้นเลยยยยย TT_____TT

ปลล.ฝากฟิคอีกคู่ค่ะ บล็อกนี้เลย http//:kumameaw.exteen.com ตัวเอกคือ Bang Yongguk x Jung Daehyun  คู่แรร์แห่ง B.A.P. กร้ากกกกกก ไม่อ่านไม่เป็นไรค่ะ เพราะเรื่องคู่มันบังคับกันยาก เอาเป็นว่าใครชอบผลงานเราที่ความสนุกและความเกรียน ชอบที่เนื้อหาก็อ่านได้นะคะ ไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ อยากฝากเฉยๆ อิอิ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านตอนที่ทั้งสองคนบอกลากันระหว่างอาบน้ำ แล้วยิ่งเศร้าเลยน้องเหมี่ยว T_T การที่เข้าใจหน้าที่และสถานะของกันและกัน ไม่ได้ทำให้ความเศร้ามันน้อยลงเลย น้องยองเก่งมากเลย ตอนที่กลับมานั่งในห้องคนเดียว ก็เด็ดเดี่ยวมากเลย ร้องไห้เสร็จเงียบๆ คนเดียว ก็ออกมาทำตัวตามปกติ ไม่ให้ใครเป็นห่วง ตอนกลับมานอนคนเดียวที่ห้องอีก น้องเหมี่ยวเขียนได้เศร้ามากเลยจ้า พี่สงสารน้องยอง T______T
<div>ฝั่งน้องคุณ พี่ดีใจทีแม่น้องคุณชอบน้องยอง แล้วก็รู้ด้วยนะว่าน้องคุณรัก ไม่ได้ห้ามอะไร ส่วนยุนอาก็ดีที่ไม่ใช่ตัวร้าย รู้ว่าน้องคุณรักอูยอง ก็ดูจะเข้าใจตรงนี้ รู้สึกว่าตำแหน่งนี้มันมากับหน้าที่ใหญ่หลวงจังเลย
</div>
<div>เด็กน้อยดูน่ารักจังเลย เป็นลูกของน้องคุณจริงด้วย T_T น้องยองคงตกใจแย่ เรื่องนี้ยิ่งอ่านยิ่งสงสารอูยองที่สุด ต้องจากบ้านจากเมืองมา พอรักกับน้องคุณ ยังไม่อยู่ในฐานะที่จะอยู่เคียงข้างกันอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ขั้นก็ดูจะน้อยลง เฮ้อ.. สงสารน้องจังเลยอ่าน้องเหมี่ยว >_<
ปล. นับพี่ไปด้วยน้า สั่งแน่นอนจ้า ^^  </div>

#14 By love-khunyoung (174.109.244.95) on 2013-11-11 11:25

แต่ละคนจิตใจดีงามอะไรเช่นนี้ ทั้งองค์หญิงยุนอาที่ใจกว้างยอมรับอูยองโดยไม่คิดแย่งชิง ทั้งอูยองที่เอ็นดูฮารังแม้จะรู้ว่าเป็นลูกใคร แต่กำหมัดแน่นอย่างนั้นก็คงจะเจ็บใจไม่น้อยที่ฝ่าบาททำอย่างนี้ ฝ่าบาทนิชคุณเนี่ย น่าหมั่นไส้สุดละ ทำให้ใครต่อใครรักไปทั่ว กับท่านอ๋องน้อยก็ยังปล่อยให้น้อยใจคิดว่าเป็นได้แค่ตัวประกัน ดราม่าสุดๆค่ะ

#13 By ~iii~ (125.24.167.162) on 2013-11-10 19:44

สงสารทั้งเรื่องเลย

#12 By littlerey on 2013-11-06 21:58

ฮารังเป็นน้องหมาของปาร์คยูชอน #ผิด #พี่เหมี่ยวตบ 55555555555
โงยยยยยยยยยยย
ตอนนี้ดราม่าอะ เศร้า ;;_____;;
ตอนจากกันนี่แบบน้ำตาร่วงเลย
สงสารทั้งสองคน ต้องอดทน ต้องทำใจ
คิดถึงอูยองแทนนิชคุณ
คิดถึงนิชคุณแทนอูยอง
นี่เพิ่งจะจากกันแปปเดียวเอง
คิดถึงกันจะขาดใจแล้ว จะบ้าาาาาาาาาาาาาาาาา
ยุนอาทำไมเปนคนดีงี้อะ ดีเกิน
เปนเราเราไม่ยอมหรอก เราจะไฟว้!! #อูยองตบด้วยเหนียง
คือยิ่งยุนอาเปนคนดีขนาดนี้ เราก็ยิ่งกลัว
กลัวใจนิชคุณบอกตรง เราอาจจะคิดมากไป
แต่เราคิด -3-
ฮารังน่าร๊ากกกกกกกกก
เรารักฮารัง

#11 By nananan (58.97.34.50) on 2013-10-15 11:59

อ๋อยยยยยยยยยย ..... เศร้าสุด อ่องน้อยน่าสงสารอ่ะ เป็นเรานี่น้อยใจนะ ฮือออออออ ถึงพยายามทำความเข้าใจก็เถอะ ฝ่าบาทใจร้ายมากเลย อ๋องน้อยต้องเข้มแข็งนะ รักกับคนที่มีภาระหน้าที่อย่างฝ่าบาทอ๋องน้อยต้องเข้มแข็งไว้นะ น้อยใจแทนอ๋องน้อย มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ท่านพี่รีบกลับมาอธิบายให้อ๋องน้อยฟังเถอะ หน้าที่กับหัวใจเลือกยากจิงๆ เลือกทางไหนก็เจ็บ
ปูลู ไรต์สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจเสมอ

#10 By Ammysoso (202.28.78.151) on 2013-10-04 17:35

เจ็บ

บอกคำเดียวว่าเจ็บ ฮื่อออออ
ปกติรักความดราม่า แต่นี่เจ็บเกินไป น้ำตากลั้นไว้ไม่อยู่
โอ้ย รักส่วนรัก แต่หน้าที่บางอย่างอ๋องน้อยก็ทำไม่ได้
ฮื่ออออ  
เจ็บจนแล่นไปถึงฝ่าเท้า ปวดใจ โฮ้ยยยย

จองหนังสือด้วยคนค่ะ เปิดพรีเมื่อไหร่ขอให้บอก
อยากเก็บเรื่องนี้ไว้จริงๆเลอค่ามาก
เฝ้ารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ

#9 By P-ratcha on 2013-10-04 03:12

ฮอลลลลลลลลลลลล ไม่ไหวอะ อึดอัดสงสารทุกคนเลย
สงสารสุดก็คงเป็นท่านอ๋องน้อย คือแบบสงสารทั้งที่ไม่ได้อยู่กัยท่านพี่ สงสารที่ต้องรู้ว่าฮารังเป็นลูกของท่านพี่ สงสารท่านพี่ที่ต้องทำหน้าที่ของกษัตริย์ให้สมบูรณ์ ใจนึงก็อยากให้ท่านพี่สละบัลลังก์ ใจนึงก็ไม่อยาก สงสารที่ท่านพี่ไม่ได้อยู่กับท่านอ๋องน้อย สงสารนาอึนกับยุนอาที่ถึงแม้ถ้าทำอย่างไรก็ไม่มีวันได้หัวใจของกษัตริย์แห่งธารดาราอยู่ดี
ชอบตอนที่ท่านพี่พูดกับท่านอ๋องน้อยตอนอาบน้ำอะ แบบฮือออออ มันอธิบายไม่ถูกแต่ชอบอะ พวกเขาไม่อยากจากกันแบบนี้ ;;______;;

ติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ

#8 By PintooPim on 2013-09-30 10:30

 อย่าเกลียดคนพี่เลยนะท่านอ๋องน้อย จงเข้าใจท่านพี่ รักท่านพี่ คิดถึงท่านพี่ให้มากๆๆนะๆๆ จงเข้าใจท่านพี่ด้วยๆๆ อย่าัอัง อัง คนพี่นักเลย แค่ว่าราชก็เหนื่อยพอแล้ว

#7 By เมนคุณด้ง (27.130.208.222) on 2013-09-29 23:22

โอ๊ย..มันบีบสุดๆอ่ะ สงสารท่านอ๋องน้อย
ไหนจะถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว
ไหนจะต้องเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเติมเต็มหน้าที่กษัตริย์ที่สมบูรณ์ได้
แล้วยังต้องทำใจยอมรับ หน้าที่ของท่านพี่นิชคุณอีก
แถมพ่วงทายาทตัวน้อยอีกนะเออ อยากดึงท่านอ๋องน้อยมากอดปลอบ

#6 By khundong (124.120.169.104) on 2013-09-29 23:06

“ฮารัง..เป็นทายาทของฝ่าบาทนิชคุณ”
นั่นไง ว่าแล้ว  สงสารอ๋องน้อยจริงๆเลยต้องมาเรื่องแบบนี้เพิ่มอีก
เรื่ององค์หญิงยุนอาอีก
โอ๊ยยย   ปวดหัวแทน

#5 By Maw_mewmew on 2013-09-29 20:39

อ่านแล้วเจ็บปวดแทนท่าอ๋องน้อยมากค่ะ ดราม่ามากและสนุกมากค่ะ เอาใจช่วยท่านอ๋องน้อย คงอึดอัดน่าดู T^T  
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ

#4 By only_khunwoo (202.28.78.180) on 2013-09-29 17:26

ฮารังกะอ๋องน้อยน่ารักมาก
สงสารอ๋องน้อยแต่คิดว่าท่านอ๋องน้อย
คงเข้าใจแล้วรักฮารังนะค่ะ เพราะฮารังน่ารักมาก
เจอกันครั้งแรกก็ติดท่านอ๋องน้อยแล้ว

#3 By nong (10.129.71.107, 49.230.95.247) on 2013-09-29 16:57

#2 By hwmm (58.11.212.103) on 2013-09-29 15:28

“ฮารัง..เป็นทายาทของฝ่าบาทนิชคุณ”
ตบเข่าฉาด นั่นไง ว่าแล้ว เดาถูกด้วย
หน้าที่ก็คือหน้าที่ ความรักก็ส่วนความรัก
ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ฝ่าบาท
องค์หญิงยุนอา อ๋องน้อย นาอึน
แต่ตอนนี้อึดอัดไปหมด ฮือๆๆ
อ๋องน้อยโปรดช่วยเอ็นดูฮารังด้วยเถอะ