.
 
 
.
 
 
.
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์

 

 

Note :: อยากรวมเล่มเรื่องนี้....(ภายในปีนี้ TTATT)

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๑๕

 

 

 

 

 

องครักษ์หนุ่มคนสนิทของกษัตริย์แห่งธารดาราบรรจงวางเด็กทารกที่เพิ่งคลอดได้ไม่ถึงสัปดาห์ไว้ข้างๆมารดาของเด็ก พี่สาวเขารับลูกชายตัวน้อยไปตระกรองกอด หลานชายของเขา เด็กทารกที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเพราะคนเป็นแม่เองก็ไม่รู้จะตั้งว่าอย่างไรดี อีกทั้งนางได้ยินมาว่าท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาที่ฝ่าบาทนิชคุณทรงมอบหัวใจให้เสด็จมาเยือนเมืองบูรพา นางจึงอยากให้อีจุนโฮไปขอพระราชทานชื่อให้แก่เด็กคนนี้

 

 

 

“พี่ต้องการแบบนี้จริงหรือ”

 

“เจ้าหมายถึงอันใด”

 

“ก็หมายถึงว่าจะให้เด็กคนนี้มีความเป็นอยู่แบบนี้ตลอดไปน่ะสิ”

 

“ข้าอยากให้ลูกข้าอยู่แบบเด็กปกติทั่วไป ข้าไม่อยากให้เขาต้องไปเสี่ยงอันตราย”

 

 

 

อีจุนโฮพยักหน้าเข้าใจ เขาพยายามเกลี้ยกล่อมพี่สาวคนเดียวของเขาตั้งแต่รู้ว่านางตั้งครรภ์แล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไร อีนาอึนก็ยังยืนยันคำเดิม

 

 

 

“เขารู้แล้วว่าเจ้าคลอดลูก”

 

“งั้นหรือ รู้แล้วได้อะไรขึ้นมาเล่า ให้เป็นแบบนี้ต่อไปเถอะจุนโฮ พี่ขอให้เจ้าทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด”

 

“เรื่องนั้นข้ารู้”

 

“ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาทรงน่ารักหรือไม่”

 

“มากเชียวล่ะ ใครอยู่ใกล้เป็นต้องหลงทุกคน ทรงน่ารักน่าเอ็นดู”

 

 

 

นาอึนพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะวางลูกน้อยลงบนแปลผ้า นางซวนเซเล็กน้อยเมื่อลุกขึ้น จุนโฮรีบปราดเข้าไปพยุงพี่สาวของตน นาอึนเป็นคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร แล้วยังคลอดลูกในฤดูหนาวจัดแบบนี้อีก ร่างกายนางจึงยังไม่ฟื้นฟูเท่าไรนัก แต่ยังโชคดีที่พอมีน้ำนมอยู่บ้าง แต่กระนั้นอีจุนโฮก็ต้องจ่ายเงินเพื่อจ้างแม่นมมาให้เด็กทารกเช่นกัน

 

 

 

“ข้าต้องกลับไปแล้วนะพี่ วันนี้ฝ่าบาทจะเสด็จเดินเล่นในตลาดกับท่านอ๋องน้อยอูยอง”

 

 

 

นาอึนพยักหน้ารับ นางนอนพักข้างๆลูกของนางที่อยู่ในแปล หญิงมีอายุเดินเข้ามาในห้อง นางเป็นทั้งแม่นมและเป็นผู้ดูแลขณะที่นาอึนพักฟื้นซึ่งอีจุนโฮเป็นคนจ้างวานนางมา

 

 

จุนโฮกลับออกไปแล้ว นาอึนมองลูกชายแล้วร้องไห้

 

 

ไม่มีทางที่หญิงสาวธรรมดาๆอย่างนางจะกุมหัวใจของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ได้เลย

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาหมดสติไปได้สองวันแล้ว

 

 

นิชคุณร้อนอกร้อนใจจนแทบไม่เป็นอันทำการทำงาน แม้แพทย์หลวงประจำวังบูรพาจะบอกว่ายอดดวงใจของเขานั้นปลอดภัยแล้วก็ตาม กำหนดการอภิเษกสมรสก็ใกล้เข้ามาทุกที อีกสองวันข้างหน้าเขาต้องรีบกลับเมืองหลวงเพื่อเตรียมการหลายอย่าง อีกทั้งงานราชการที่เขาปล่อยทิ้งไว้ที่วังหลวงอีกมากมาย เขาเหนื่อยล้าเหลือเกิน

 

 

 

“อูยอง เจ้าหลับไปนานแล้วนะ รีบตื่นขึ้นมาเถิด หิมะด้านนอกช่างงดงามนัก เจ้ามิอยากเห็นหรือ”  นิชคุณกุมมือบางแล้วเอามาแนบไว้กับแก้มของตน ตัวอูยองอุ่นขึ้นแล้ว แต่อูยองก็ยังไม่ฟื้นเลย

 

“.........................”

 

“ท่านอ๋องน้อยของข้า ได้โปรดตื่นขึ้นมาเสียที”

 

“อืม...”

 

 

 

กษัตริย์หนุ่มยิ้มกว้างเมื่อร่างน้อยที่นอนอยู่ยนเตียงมีท่าทางตอบสนอง ใบหน้าขาวเริ่มมีเลือดฝาด เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้น จางอูยองมองมาด้วยสายตางงงวย ช่างน่ารักยิ่งนัก

 

 

 

“มินจี มินอา ไปตามแพทย์หลวงมา ท่านอ๋องน้อยฟื้นแล้ว”

 

“เพคะฝ่าบาท / เพคะฝ่าบาท”

 

“ท่านพี่..”

 

“อูยอง”

 

 

 

นิชคุณขึ้นไปนั่งบนเตียงบรรทม ก่อนจะค่อยๆพยุงร่างน้อยให้พิงลงมาที่อกตน มินอานำน้ำอุ่นสำหรับดื่มมาให้อย่างรู้งาน กษัตริย์หนุ่มคอยป้อนจนท่านอ๋องน้อยดื่มน้ำจนพอใจ

 

แพทย์หลวงที่นั่งม้าเร็วมาจากเมืองหลวงตามคำสั่งขององค์เหนือหัวค่อยคลานเข่าเข้ามานั่งใกล้ๆเตียงบรรทม ชายชราขอตรวจจับชีพจรตรงข้อมือ แล้วเลื่อนหลังมือมาอังตรงหน้าผากของท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาแล้วจึงทูลรายงานอาการด้วยสีหน้าที่ดีใจ

 

 

 

“ทูลฝ่าบาท พระอาการของท่านอ่องน้อยทรงดีขึ้นมากพะย่ะค่ะ อาจจะต้องรักษาอาการประชวรจากไข้หวัดเล็กน้อย ข้าจะจัดพระโอสถไว้ให้ และไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วงแล้วพะย่ะค่ะ”

 

“ข้าขอบคุณท่านมากท่านแพทย์หลวง ข้าจะจัดคนไปส่งท่านที่วังหลวงโดยเร็ว ยังมีคนมากมายที่นั่นต้องการหมอที่เก่งกาจเช่นท่าน”

 

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะฝ่าบาท พระองค์ทรงชมเกินไปแล้ว”

 

“ชานซอง จัดทหารและองครักษ์ไปส่งท่านแพทย์หลวงให้ถึงที่เลยนะ ข้าฝากเจ้าดำเนินการต่อด้วย”

 

“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”

 

 

 

เมื่อแพทย์หลวงและองครักษ์บางส่วนออกไปจากห้องบรรทมแล้ว

 

 

อูยองจับมือที่กอดประสานเขาเอาไว้แล้วบีบเบาๆ

 

 

 

“ข้าได้เห็นหิมะสีขาวเต็มทุ่งกว้างพร้อมกับแสงแดดของพระอาทิตย์สาดส่อง มันคือรุ่งอรุณของหิมะแรกของปี แสงแดดต้องหิมะสีขาวเป็นประกายระยิบระยับสวยงามเหลือเกิน”

 

“.........................”

 

“ทุกสิ่งทุกอย่างข้าเห็นมันก่อนหลับไป.. ข้า..ข้าทำสำเร็จ พวกเราทำสำเร็จใช่หรือไม่พะย่ะค่ะ”

 

“.........................”

 

“ท่านพี่...”

 

 

 

นิชคุณก็สวมกอดร่างน้อยแน่นยิ่งกว่าเดิมจนอูยองอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง

 

 

 

“ช่วยอยู่แบบนี้สักพักได้หรือไม่”  เสียงทุ้มดังอยู่บริเวณหัวไหล่ ร่างสูงก้มหน้าซุกลงหาไหล่บาง

 

 

 

นางกำนัลและองค์รักษ์ที่เหลือค่อยๆทยอยออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

 

 

 

“ท่านพี่..? เป็นอะไรไปหรือพะย่ะค่ะ?”

 

“...................”

 

“ท่านพี่!...เหตุใดจึงร้องไห้กันเล่าพะย่ะค่ะ...ท่านพี่”

 

 

 

ร่างน้อยพลิกตัวกลับไปหากษัตริย์หนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งบัดนี้ใบหน้าคมแดงก่ำจากการกลั้นสะอื้น อูยองรับรู้ถึงน้ำตาที่เปียกชุ่มบนไหล่ของตน นั่นทำให้เขารู้ว่าคนตรงหน้ากำลังร้องไห้ ใจดวงน้อยเจ็บปวดราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น น้ำตาขององค์กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรหลั่งไหลอาบใบหน้าคมจนอูยองต้องคอยเช็ดออกให้แต่มันก็ไม่หยุดไหลเสียที

 

 

 

“ท่านพี่..ฮึก!...หยุดร้องไห้เถิดพะย่ะค่ะ..ฮือ..ข้า...ข้าเจ็บไปหมดแล้ว..ฮือ..”

 

“ข้าขอโทษ..อูยอง ข้าควรจะเข้มแข็ง..แต่พอข้ามาคิดว่า หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมา...ข้า..มันเป็นความผิดของข้าที่พาเจ้าออกไปเสี่ยงตายข้างนอกนั่น”

 

 

 

กระแสเสียงสั่นเครือเพราะต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ นิชคุณประคองใบหน้าขาวเนียนและจดจ้องผ่านม่านน้ำตา ขอให้ชีวิตและวิญญาณของตนจดจำใบหน้านี้ไว้ตลอดไป ไม่ว่าชาติหน้าจะมีจริงหรือไม่ ข้าจะไม่มีทางลืมใบหน้าของยอดดวงใจของข้าแน่นอน

 

 

 

“หาใช่ความผิดของท่