.
 
 
.
 
 
.
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์

 

 

 

 

 

Note :: ขอโทษที่หายไปนานนะฮะ คิดถึงกันมั้ยเอ่ย ส่งเสียงหน่อย ยู้ฮูวววว TT____TT

 

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๑๓

 

 

 

นิชคุณละสายตาจากงานตรงหน้ามองไปยังท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาที่นั่งหน้าบึ้งอยู่เบาะนั่งถัดจากโต๊ะทำงานของตนไปไม่ถึงสามวา

 

 

“เหตุใดจึงนั่งหน้าบึ้งเยี่ยงนั้นเล่า หรือโกรธที่ข้ามิยอมให้เจ้านั่งตักเฉกเช่นทุกครั้ง”

 

“............”

 

 

 

ร่างน้อยหน้างอง้ำยิ่งกว่าเดิม อูยองไม่ได้โกรธเรื่องนั้นเสียหน่อย เขาโกรธเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมให้เขาได้เปิดม่านชมทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างที่เดินทางไปวังบูรพาตอนนี้ต่างหาก แม้นิชคุณจะอธิบายเหตุผลแล้วว่าทำไม แต่เขาก็ทั้งน้อยใจในโชคชะตาของตน และพาลไปโกรธอีกฝ่ายอย่างไร้เหตุผลด้วย

 

เพราะอูยองเป็นแค่องค์ประกัน จึงไม่มีสิทธิ์เผยใบหน้าตนเองให้ใครเห็น ตอนอยู่ในวังหลวงก็อยู่แต่บริเวณตำหนักขององค์กษัตริย์ พักในเรือนรับรอง มีเพียงองครักษ์และนางกำนัลไม่กี่คนที่คอยรับใช้ พอออกมาจากวังหลวงได้ อูยองก็อุตส่าห์ดีใจที่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตา แต่กลายเป็นว่าต้องโดนสั่งให้อยู่แต่ในพลับพลารถม้าเคลื่อนที่นี้เสียอย่างนั้น

 

 

 

“มานั่งกับข้าเถิดท่านอ๋องน้อย”

 

 

 

นิชคุณเก็บงานทุกอย่าง วางพู่กันลง มินจีและมินอามาช่วยกันยกโต๊ะเล็กออกไปวางมุมพลับพลาอย่างรู้งาน ตบลงบนตักของตน มองท่านอ๋องน้อยที่ค่อยๆคลานเข่าเข้ามาหา รวบคนขี้งอนเอาไว้ในอ้อมกอด มองใบหน้ากลมงอง้ำอย่างอารมณ์ดี

 

ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาก็ยังน่ารักน่าเอ็นดูเสมอ

 

 

 

“เจ้าโกรธข้า ที่ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเปิดม่านออกใช่หรือไม่”

 

“ข้าจะโกรธท่านพี่ได้อย่างไร กฏข้อนี้ข้ารู้ดีพะย่ะค่ะ”

 

“ข้าก็อยากให้เจ้าเห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านสองข้างทางเหมือนกัน แต่ชาวธารดาราเองก็ห้ามยลใบหน้าของเจ้า”

 

“ข้าเข้าใจพะย่ะค่ะ”

 

 

เข้าใจแต่ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้ นิชคุณก็ร้อนรุ่มหัวใจยิ่งนัก

 

 

“ข้ามีวิธีที่ที่จะให้เจ้าออกไปข้างนอกพลับพลาโดยที่ไม่โดนลงโทษนะท่านอ๋องน้อย แม้มันจะเป็นวิธีที่ขี้โกงสักหน่อย”

 

“วิธีอันใดหรือพะย่ะค่ะ” ร่างน้อยเอียงใบหน้ามาถามด้วยความตื่นเต้น แต่ทว่าเมื่อสายตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของกษัตริย์หนุ่มแล้วก็เม้มปากแน่น คนอย่างท่านพี่ จักต้องมีเงื่อนไขที่ทำให้ข้าเสียเปรียบอยู่เป็นแน่ อ๋องน้อยอูยองค่อนขอดในใจ

 

“เจ้ากำลังอ่านใจข้าหรือท่านอ๋องน้อย” มือหนาข้างหนึ่งละจากเอวบางค่อยๆคลายปมผ้าผูกเอวอย่างช่ำชองโดยที่ท่านอ๋องน้อยไม่รู้ตัว

 

“วิธีที่ท่านพี่กำลังจะบอกข้า หวังว่ามันคงไม่ทำให้ข้าเสียหายนะพะย่ะค่ะ”

 

“ไม่เลยแม้แต่น้อย”

 

“เช่นนั้นท่านพี่ได้โปรดบอกข้า”

 

“เจ้าจักต้องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วแต่งตัวเป็นน้องหญิงจางอูยองอย่างไรเล่า”

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยทำตาโตเมื่อกษัตริย์หนุ่มจอมเจ้าเล่ห์กล่าวจบ มือเย็นแตะลงบนผิวอุ่นตรงแผ่นอกทำเอาร่างบางสั่นสะท้าน มือเล็กรีบตะครุบเอาไว้ก่อนมือหนาจะซุกซนไปมากกว่านี้ ตาเรียวค้อนให้แก่นิชคุณ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอพลางมองแก้มขาวค่อยๆซับสีเลือด

 

 

 

“หากเจ้าไม่ปลอมตัว เจ้าก็จักอดชมทิวทัศน์สองข้างทางนะท่านอ๋องน้อย”

 

 

ยอมละฝ่ามือออกมาอย่างเสียดาย จ้องมองไปยังตาเรียวเพื่อรอคำตอบ

 

 

เด็กที่อยากรู้อยากเห็นเช่นจางอูยองน่ะหรือ จะทนนั่งอยู่ในนี้ได้ เคยหาญกล้าปลอมตัวหนีออกจากวังเพื่อเที่ยวเล่นก็เคยมาแล้ว

 

 

“อีกกี่เพลาเราจึงจักถึงวังบูรพาพะย่ะค่ะ?”

 

“ก็นานอยู่ ยิ่งใกล้ถึงเขตวังบูรพามากเท่าใด ก็จักมีร้านรวงที่ประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสี เพื่อต้อนรับหิมะแรกของปีนะ”

 

“ตกลงพะย่ะค่ะ” ในที่สุดท่านอ๋องน้อยแสนซนก็มิสามารถทนได้ “ท่านพี่ได้โปรดสั่งให้ทหารหยุดรถ แล้วให้มินจีกับมินอามาแต่งตัวให้ข้า”

 

“ได้ตามที่เจ้าขอ และข้ายินดีที่จะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้าด้วย”

 

 

 

ร้องโอดโอยเมื่อถูกหยิกเข้าที่ต้นแขน กดจมูกลงบนแก้มนิ่มไปหนึ่งที ก่อนจะทำตามคำขอของร่างน้อย หากยังกวนใจอยู่แบบนี้ มีหวังท่านอ๋องน้อยคงจะงอนนิชคุณไปจนถึงวังบูรพาเป็นแน่

 

 

พลับพลาเคลื่อนที่เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งหลังจากหยุดพักราวครึ่งชั่วยาม แต่ครานี้ กษัตริย์หนุ่มไม่ได้พำนักอยู่ในตัวพลับพลาเช่นเคย นิชคุณสั่งให้องค์รักษ์นำม้าสีดำตัวใหญ่ที่สั่งให้เตรียมไว้มา เหล่าทหารต่างก็รู้ในทันทีว่ากษัตริย์ของตนใคร่จะทรงม้าไปด้วยพระองค์เอง

 

องครักษ์ผู้ติดตามต่างก็มองไปยังประตูพลับพลาด้วยความตกตะลึง หญิงสาวผู้มีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มก้าวเดินออกมาด้วยกิริยาที่สง่างามดุจองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ภายในหัวต่างก็สันนิษฐานกันไปว่าเด็กสาวคนนี้อาจจะเป็นพระสนมของกษัตริย์นิชคุณ เพราะเมื่อเสด็จเยือนไปที่ใด ก็ต้องมีหญิงสาวข้างกายมากมายประดับบารมี แต่หญิงสาวผู้นี้ไม่น่าจะเป็นนางบำเรอไปได้ น่าจะเป็นพระสนมจากตำหนักในแน่นอน

 

องครักษ์และทหารผู้ติดตาม ก้มหน้าและแหวกทางให้จางอูยองได้เดินไปหากษัตริย์หนุ่มที่ยืนอยู่กับม้าตัวสูงใหญ่ นิชคุณกระโดดขึ้นนั่งบนหลังอานม้าด้วยท่าทางกำยำ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงกังวานพร้อมทั้งโน้มตัวลงมาหาร่างน้อยที่ยืนรออยู่และยื่นมือออกไปด้วย

 

 

 

“ข้าจักขี่ม้าไปวังบูรพา...กับน้องหญิงของข้า” 

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยในคราบน้องหญิงของนิชคุณหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายเหลือกำลัง กลีบปากบางขยับอุบอิบเพราะแอบก่นด่ากษัตริย์หนุ่มในลำคอ ก่อนจะยื่นมือออกไปวางบนฝ่ามือที่ยื่นมาหา

 

นิชคุณคว้ามือเล็กไว้มั่น มืออีกข้างคว้าเอวบางก่อนจะอุ้มร่างน้อยจนตัวลอยขึ้นมานั่งบนหลังม้าด้วยกัน โอบกอดท่านอ๋องน้อยไว้แนบกายก่อนจะใช้เท้ากระทุ้งสีข้างม้าให้ออกวิ่งเหยาะๆเพื่อให้ร่างน้อยได้ชมทิวทัศน์สองข้างทาง ตามด้วยองครักษ์คนสนิทจุนโฮและชานซองที่ควบม้าคนละตัวตามมาติดๆ

 

 

 

“ตอนนี้ยังเป็นทุ่งกว้างที่แห้งแล้งเนื่องจากยังมิใช่เขตหมู่บ้าน หรือเขตเมือง ฤดูหนาวที่หนาวจัดต้นไม้จะผลัดใบเพื่อความอยู่รอด ความเขียวชอุ่มจึงหาได้ยากยิ่ง หนาวมากหรือไม่”

 

 

กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงร่างน้อยที่สะท้านกายยามที่ลมเย็นพัดต้องผิว

 

 

“หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะฝ่าบาท” อูยองค่อยๆอุ่นขึ้นทีละน้อยพลางซุกกายเข้าหาร่างสูงราวกับลูกแมวน้อยหาไออุ่นจากผ้าห่มผืนหนา เมื่อยามที่อยู่ต่อหน้าผู้คนในคราบของหญิงสาว อ๋องน้อยอูยองก็จำต้องพูดให้เหมือนกับหญิงสาวหรือนางกำนัลเพื่อมิให้ชาวบ้าน หรือทหารที่มิใช่องครักษ์คนสนิทจับได้

 

 

“หากเราเดินทางเข้าเขตเมืองบูรพา ก็จะมีดอกไม้