.
 
 
.
 
 
.
 
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์

 

 

 

 

 

Note :: ขอโทษที่หายไปนานนะฮะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๑๒

 

 

 

 

 

 

เพลาบ่ายของวันต่อมา

 

 

ท่านอ๋องน้อยจางอูยองนั่งฟังวิธีการปักผ้าคาดเอวจากมินจีอย่างตั้งอกตั้งใจ ร่างน้อยนำไม้ที่มีลักษณะเป็นโครงสี่เหลี่ยมมาขึงผ้าให้ตึง นำเข็มมาร้อยด้ายสีแดง ค่อยๆบรรจงปักลงบนเนื้อผ้าตามที่ได้วาดแบบลายกลีบกุหลาบเอาไว้ โดยมีมินจีคอยสอนในคราแรก และมินอาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ท่านอ๋องน้อยเคยเรียนปักผ้ามาจากพระสนมจางก็จริงอยู่ แต่มิเคยปักบนผ้าคาดเอวที่มีเนื้อที่น้อยนิดเช่นนี้ มินอาจึงกลัวนักว่าเข็มจะทิ่มเนื้อของเจ้านายตัวน้อย

 

 

 

“อ๊ะ!”

 

 

ยังมิทันขาดคำ..

 

 

“ท่านอ๋องน้อยเพคะ!”

 

 

มินจีและมินอาต่างถลาเข้ามาดูที่นิ้วมือเล็กเป็นการใหญ่ มินจีสั่งให้นางกำนัลคนอื่นส่งผ้าขนหนูชุบน้ำมาให้เพื่อห้ามพระโลหิตของท่านอ๋องน้อย

 

 

 

“เหตุใดพวกเจ้าต้องตกใจขนาดนี้ ข้าเพียงแค่โดนเข็มทิ่มนิ้วเท่านั้น ข้ามิเป็นอะไร” อูยองพูดกับนางกำนัลด้วยท่าทีขำขันเพราะไม่อยากให้นางกำนัลของตนคิดมาก ยิ่งมินจีทำท่าจะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อยิ่งน่าขัน

 

“ถ้าฝ่าบาทนิชคุณทรงทราบเข้า พวกหม่อมฉันต้องหัวหลุดออกจากบ่าแน่เลยเพคะ ที่ทำให้ท่านอ๋องน้อยหลั่งพระโลหิตเช่นนี้”

 

“มันเป็นความผิดของข้าต่างหากเล่า ท่านพี่จะว่าพวกเจ้าได้อย่างไร อย่าคิดมากเลย เห็นหรือไม่ เลือดหยุดไหลแล้ว”

 

 

พูดจบก็ยกนิ้วที่โดนเข็มทิ่มขึ้นมาอวดแก่นางกำนันทั้งสองคน รวมทั้งคนอื่นๆที่ยืนหน้าซีดกันอยู่รอบๆศาลากุหลาบ

 

 

“หากท่านพี่นิชคุณจักลงโทษพวกเจ้า ข้าจักขอพระราชทานอภัยโทษให้ พวกเจ้ามิต้องกลัว”

 

 

 

หลังท่านอ๋องน้อยกล่าวจบ ทั้งเหล่านางกำนัลและองครักษ์ผู้ทำหน้าที่ติดตามต่างก็คุกเข่าอย่างโล่งใจ

 

 

 

“เจ้าจักขอพระราชทานอภัยโทษให้ใครรึ ท่านอ๋องน้อยจางอูยอง” 

 

 

 

น้ำเสียงอันน่าเกรงขามของกษัตริย์หนุ่มดังขึ้นจากด้านหลัง เหล่านางกำนัลและองครักษ์ต่างก้มหัวและคุกเข่าทำความเคารพ รวมถึงจางอูยองด้วย

 

 

 

“ถวายพระพรท่านพี่”

 

 

 

นิชคุณเดินยิ้มกว้างเข้ามายังศาลากุหลาบ แต่แปลกไปตรงที่ครานี้มีหญิงสาวใบหน้างดงามหมดจดเดินตามหลังมาด้วย อ๋องน้อยแห่งอาทิติยาหน้าเจือนลงทันที แต่ก็ยังรักษามารยาทอันดีเอาไว้โดยการก้มหัวทำความเคารพต่อหญิงสาวที่อูยองคาดเดาเอาไว้ในใจว่า น่าจะเป็นว่าที่องค์ราชินีแห่งธารดารา

 

กษัตริย์หนุ่มที่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอาท่านอ๋องน้อยไม่ทันได้เตรียมตัว ร่างน้อยยืนบังผ้าคาดเอวที่ปักค้างไว้ มือที่ไขว้ไว้ด้านหลังส่งสัญญาณให้มินอาและมินจีเก็บซ่อนเอาไว้ก่อน เพราะการปักผ้าครั้งนี้อ๋องน้อยจางอูยองตั้งใจจะทำถวายให้แก่นิชคุณเพียงคนเดียว

 

ร่างสูงนั่งลงตรงที่นั่งที่ยกสูงขึ้น ก่อนจะแนะนำหญิงสาวและผู้ติดตามให้แก่ท่านอ๋องน้อยได้รับรู้

 

 

 

“จางอูยอง นี่คืออิมยุนอา ผู้ที่จะมาเป็นองค์ราชินีองค์ต่อไปของที่นี่ ยุนอา นี่คือจางอูยอง เป็นองค์ประกันแห่งธารดารา”

 

 

ฐานันดรช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว 

 

อ๋องน้อยอูยองตัดพ้อในหัวใจด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังฝืนยิ้มและทำความเคารพอิมยุนอาตามบรรดาศักดิ์

 

 

 

“ถวายพระพร.. ว่าที่องค์ราชินีพะย่ะค่ะ”

 

 

อิมยุนอาก็ทำความเคารพอูยองตอบเช่นเดียวกัน

 

 

“ส่วนนั่นคือองค์ชายอิมฮันวู และองค์หญิงอิมอึนบี พระญาติของยุนอา เป็นผู้ติดตามมาอยู่ที่นี่ด้วย จนกว่าจะมีพระราชพิธีแต่งตั้งองค์ราชินี”

 

 

ทั้งสามคนทำความเคารพกันและกัน ก่อนจะแยกย้ายขึ้นมานั่งตรงที่นั่ง

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองยืนกำมือแน่นตอนที่ว่าที่องค์ราชินีเคลื่อนตัวไปนั่งข้างๆกษัตริย์หนุ่ม ร่างน้อยหวั่นใจว่า นิชคุณจะให้ยุนอานั่งที่นั่งประจำของตน แต่ยุนอาก็เพียงนั่งเยื้องไปข้างหลังนิชคุณเท่านั้น ทำเอาท่านอ๋องน้อยแอบโล่งใจและต่อว่าตนเองว่าคิดอะไรแปลกๆ คงไม่มีใครแปลกประหลาดเท่าเขาแล้วที่มีที่นั่งเป็นตักขององค์กษัตริย์ของธารดารา

 

อูยองนั่งตรงข้ามกับนิชคุณอย่างรู้มารยาท เพลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เขามิควรทำตัวสนิทสนมกับร่างสูงจนเกินไป เพราะอาจจะเกิดคำครหาทำให้นิชคุณเสียหายได้

 

อ๋องน้อยอูยองลอบพิจารณาหญิงสาวอยู่เงียบๆ อิมยุนอามีความงดงามทั้งกิริยาและใบหน้า หญิงสาวมีความสวยสง่า สูงศักดิ์ เหมาะสมที่จะเคียงคู่กับนิชคุณยิ่งกว่านางสนมคนไหนๆ

 

 

และแน่นอน เหมาะสมกว่าจางอูยอง..

 

 

กษัตริย์หนุ่มมองใบหน้ากลมที่หม่นหมองราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบแล้วอยากจะดึงเข้ามากอดปลอบแต่ก็ไม่สามารถทำได้ อูยองไม่ยอมมองมาหรือสบตาเขาเลย ร่างน้อยจะรู้หรือไม่ว่าเขาเป็นห่วงแค่ไหน หวั่นใจว่าจางอูยองจะคิดมากไปต่างๆนาๆ

 

 

 

“เมื่อครู่ ข้าได้ยินว่าเจ้าจะขออภัยโทษเรื่องอันใดหรือ”

 

 

ร่างน้อยสะดุ้งกายทันทีที่ถูกถาม ก่อนจะหันไปมองเหล่านางกำนัลคนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาเลิกลั่กกันไปหมด

 

 

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมและนางกำนัลเพียงแต่พูดคุยเล่นกันเท่านั้น มิได้มีสิ่งใดสำคัญหรอกพะย่ะค่ะ” เอ่ยบอกพร้อมทั้งซ่อนนิ้วมือที่ยังมีโลหิตซึมเล็กน้อยเพื่อมิให้นิชคุณเห็น

 

 

 

กษัตริย์หนุ่มยิ้มบางๆให้แก่จางอูยอง ก่อนจะอธิบายถึงเหตุผลที่ตนพายุนอามาหาอูยองวันนี้

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อย วันนี้ข้ามีข่าวมาแจ้งแก่เจ้า..”  ข้าเป็นห่วงความรู้สึกเจ้า ข้าจึงมาแจ้งแก่เจ้าด้วยตนเอง ยอดดวงใจของข้า  ประโยคหลังกษัตริย์หนุ่มคิดในใจ

 

“ตามกฏแล้ว ยุนอายังมิได้ถูกแต่งตั้งเป็นราชินี ที่พำนักของยุนอา จักต้องเป็นเรือนรับรอง ข้าจึงอยากให้เจ้า ย้ายออกชั่วคราว ไปอยู่ในที่ที่ข้าจัดไว้ให้”

 

 

 

ที่ซุกหัวนอนที่ท่านพี่จัดไว้ให้ข้า คือคุกหลวงชั้นไหนหรือพะย่ะค่ะ 

 

 

 

ร่างน้อยร่ำร้องในหัวใจอย่างทรมาน มิกล้าตัดพ้อออกไปเพราะรู้ว่าตนไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง อูยองเป็นเพียงตัวประกัน ได้พำนักอยู่ในเรือนรับรองติดกับตำหนักขององค์กษัตริย์ของธารดาราก็ถือว่าเป็นบุญแก่ชีวิตเขามากพอแล้ว หากจักต้องถูกขับไล่ไปอยู่ที่อื่น มันก็ไม่น่าแปลกใจตรงไหนเลย

 

 

 

“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”

 

 

 

อ๋องน้อยแห่งอาทิติยากลั้นสะอื้นจนตัวสั่นระริก ทุกอิริยาบทอยู่ในสายตาของนิชคุณตลอด อยากดึงมากอดปลอบเหลือเกิน แต่เขาต้องทำทีเป็นนิ่งเงียบเอาไว้ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฏของธารดาราและแผนที่เขาวางเอาไว้ ได้แต่ส่งสายตาไปให้อีกฝ่ายแต่จางอูยองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่มองหน้ากัน คนอื่นๆอาจจะคิดว่าเป็นเพราะความนอบน้อมของฐานะคนเป็นตัวประกันที่ห้ามสบตาเจ้าเหนือหัว แต่นิชคุณรู้ดีว่าไม่ใช่

 

 

มีแค่นิชคุณเท่านั้นที่รู้ ว่าจางอูยองกำลังน้อยใจ และสาเหตุหลักก็มาจากความใจร้ายของเขาเอง

 

 

 

“ทูลท่านอ๋องน้อย ข้ายังมิได้ย้ายเข้าวันนี้ ท่านอ๋องน้อยมิต้องกังวลเพคะ ข้าต้องขอโทษท่านอ๋องน้อยที่มาแบบปุบปับเกินไป”

 

 

อูยองยิ้มกลับไปให้ว่าที่องค์ราชินี พลางส่ายหน้าเป็นการบอกว่าตนเองนั้นไม่เป็นไร

 

 

“ข้าต่างหากเล่าที่ต้องขอโทษท่าน แต่เดิมที เรือนรับรองก็หาใช่