.
 
 
.
 
 
.
 
 
 
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์

 

 

 

 

 

Note :: ตอนนี้ให้โอ๋ท่านอ๋องน้อยอย่างเดียวเลย กรี้ดดดด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๑๑

 

 

 

 

 

 

 

ทุกๆครั้งที่ตื่นขึ้นมา จางอูยองไม่เคยได้เจอนิชคุณเลยสักครั้ง..

 

 

ด้วยภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของอีกฝ่าย จะมานอนกอดก่ายเขาจนถึงเที่ยงก็กระไรอยู่ แต่อูยองก็มิได้อยากตื่นสายเสียหน่อย เพราะคนบางคนกว่าจะปล่อยให้เขาได้นอนก็ล่วงเข้าวันใหม่ทุกครั้งไป ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาแทบค่อนคืน ประกอบกับอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆของที่นี่ ทำเอาคนที่มีนิสัยตื่นเช้าต้องกลายเป็นคนขี้เกียจไปเสียแล้ว เพราะนิชคุณคนเดียว

 

 

 

“คนร้ายกาจ” การบ่นพึมพำกับลมฟ้าอากาศนี่ก็แทบจะติดเป็นนิสัยอีกอย่างไปเสียแล้ว

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบข้างหูยังตราตรึงมิห่างหาย ราวกับว่านิชคุณยังย้ำประโยคนั้นกับตนอยู่ตลอดเวลา

 

มือเล็กเลื่อนไปกุกอกข้างซ้าย พบว่าก้อนเนื้อภายในนั้นเต้ารัวแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาพยายามหลับตา แต่เสียงกระซิบนั้นก็ยังดังกังวานราวกับนิชคุณยังกระซิบอยู่ข้างหู

 

 

 

“อดีตองค์ราชินีเสด็จ” 

 

 

 

เสียงขององครักษ์หน้าตำหนักทำเอาท่านอ๋องน้อยถึงกับสะดุ้งกายลุกขึ้นนั่ง มินอาและมินจีรีบวิ่งมาเปิดม่านพร้อมทั้งสวมชุดคลุมให้เจ้านายตัวน้อยที่เร่งรีบตะเกียกตะกายลงจากเตียงนอน มินอาพยายามจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงพร้อมทั้งนำผ้าชุบน้ำมาซับใบหน้าของผู้เป็นนาย ส่วนมินจีก็ดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ลุกลี้ลุกลนทั้งเจ้านายจอมซนและนางกำนัลคนสนิท

 

 

 

“เหตุใด อดีตองค์ราชินีจึงได้เสด็จมาที่นี่เล่ามินจี”

 

“หม่อมฉันก็มิทราบเพคะท่านอ๋องน้อย ทรงเสด็จมาแบบมิแจ้งล่วงหน้า เราไม่ได้เตรียมการต้อนรับเลยเพคะ”

 

“อย่าตื่นตระหนกไป สภาพเราตอนนี้เรียบร้อยดีใช่หรือไม่”

 

 

 

นางกำนัลทั้งสองพยักหน้า ก่อนมินอาจะถลาเข้ามาจัดคอเสื้อขนสัตว์ให้กระชับเข้าไปอีกเมื่อรอยรักสีกุหลาบโผล่พ้นออกมาอวดแก่สายตาคนมอง

 

 

 

“เหตุใดฝ่าบาทนิชคุณถึงได้สร้างหลักฐานไว้โจ้งแจ้งเช่นนี้นะ”

 

“เห๋?”

 

“ท่านอ๋องน้อยควรนำผ้าพันคอมาพันเอาไว้นะเพคะ เสื้อขนสัตว์ก็คลุมไม่อยู่แล้ว”

 

 

 

แก้มกลมๆแดงก่ำ ในใจก็ค่อนขอดไปถึงตัวต้นเหตุ

 

 

ท่านพี่นะท่านพี่!

 

 

 

เมื่อนางกำนัลน้ำผ้าพันคอมาพันให้เรียบร้อย อ๋องน้อยอูยองก็รีบเร่งเดินออกจากห้องบรรทมเพื่อไปถวายพระพรอดีตองค์ราชินี ด้วยความที่รีบจนเกินไป ร่างน้อยจึงสะดุดชายเสื้อคลุมขนสัตว์จนแทบจะล้มหน้าคะมำไปกับพื้น ยังดีที่ทรงตัวทัน ถึงกระนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูของผู้เป็นมารดาของนายเหนือหัวแห่งธารดารา

 

 

 

“ถวายพระพรอดีตองค์ราชินีพะย่ะค่ะ กระหม่อมขอพระราชทานอภัยที่ออกมาช้าพะย่ะค่ะ”

 

“ลุกขึ้นเถิดท่านอ๋องน้อย”

 

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”

 

 

 

อดีตองค์ราชินีแห่งธารดาราเพ่งพินิตใบหน้าของจางอูยองด้วยรอยยิ้ม นางเคยเห็นพระสนมเอกแห่งอาทิติยาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเมื่อครั้งนางเดินทางไปเป็นตัวแทนของธารดาราในพิธีแต่งตั้งพระสนมเอก ครานั้น นางอดชื่นชมในใบหน้าของพระสนมเอกไม่ได้ องค์หญิงจากเมืองหนาวทางตอนเหนือถูกส่งตัวเพื่อไปเจริญสัมพันธไมตรี ต้องตาต้องใจของกษัตริย์แห่งอาทิติยาองค์ก่อน จนถูกแต่งตั้งเป็นพระสนมเอก

 

และนางไม่แปลกใจเท่าใดนัก หากพระสนมเอกแห่งอาทิติยาจะให้กำเนิดบุตรชายที่น่ารักน่าเอ็นดู ผิวขาวผุดผ่อง ใบหน้ากลมน่ารักจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อยคล้ายคลึงกับมารดาซึ่งเป็นหญิงสาวจากเมืองหนาวไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อย”

 

“พะย่ะค่ะ อดีตองค์ราชินี”

 

“วันนี้ข้ามีเรื่องมากมายอยากจะสนทนากับเจ้า เจ้าจงไปอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ แล้วข้าจักรอรับประทานอาหารกลางวันกับเจ้าที่ศาลากุหลาบ”

 

“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”

 

 

 

เมื่อขบวนเสด็จออกจากเรือนรับรองไป อ๋องน้อยอูยองก็แทบเข่าอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้น เขาไม่เคยพบปะเป็นการส่วนตัวของพระมารดาของกษัตริย์เมืองนี้เลยสักครั้ง พบหน้ากันคราวก่อนก็วันทำพิธีลงนาม ครั้งนี้ อดีตองค์ราชินีถึงกับมาหาอูยองถึงที่ มิหนำซ้ำยังชวนสนทนาต่อที่ศาลากุหลาบ ใจดวงน้อยเต้นเร็วรัวหวั่นเกรงว่าจะมีเรื่องอันใดไม่ดีเกิดขึ้น

 

 

 

“มินจี มินอา รีบมาอาบน้ำให้เราเถิด หากให้อดีตราชินีทรงรอนาน ข้าจะถูกติติงเอาได้”

 

“เพคะ ท่านอ๋องน้อย”

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

ศาลากุหลาบร่มรื่นในตอนกลางวัน สายลมในฤดูเหมันต์พัดผ่านให้ความเย็นจนต้องสวมชุดคลุมขนสัตว์ เหล่านางกำนัลและบรรดาพ่อครัวแม่ครัวได้ยกสำรับอาหารออกไปหลังจากที่อดีตองค์ราชินีและท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาได้

 

รับประทานอาหารรสเลิศเสร็จแล้ว ชากุหลาบร้อนๆหอมกรุ่นถูกยกมาถวาย อ๋องน้อยอูยองยังรู้สึกประหม่าจึงมีท่าทางเก้ๆกังๆไปเสียหมด ตาเรียวคอยลอบมองกิริยาของอดีตองค์ราชินีอยู่ตลอดเวลา บ้างก็หรุบต่ำลงเมื่อสบสายตาเข้ากับแววตาของหญิงผู้สูงศักดิ์

 

 

 

“ทำตัวตามสบายเถิดท่านอ๋องน้อย”

 

“พะย่ะค่ะ”

 

“ท่านอ๋องน้อยจงมานั่งข้างๆข้า ขอให้ให้ข้าได้ยลพระพักตร์เจ้าสักหน่อยเถิด”

 

 

 

ร่างน้อยลุกขึ้นจากที่นั่งตรงข้ามอดีตองค์ราชินี ก่อนจะขยับกายเข้าไปหาและนั่งลงข้างๆ นางวางมือไว้บนต้นแขนเล็ก ลูบเบาๆ ละมือหนึ่งข้างขึ้นไปประคองแก้มนิ่ม ทอดมองใบหน้าขาวเนียนแล้วจึงยิ้มให้ สบตากับประกายตาใสแจ๋วดุจลูกกวางแรกเกิดด้วยความเอ็นดู

 

 

 

“เจ้าช่างมีใบหน้าที่เหมือนกับพระสนมจางมิมีผิดเพี้ยน”

 

“พระองค์เคยเจอกับเสด็จแม่?” เสียงเล็กเอ่ยถามพร้อมมีท่าทีตื่นเต้น

 

“ใช่แล้วท่านอ๋องน้อย ข้าเคยเจอเมื่อตอนที่เจ้ายังไม่เกิด”

 

 

 

อ๋องน้อยแห่งอาทิติยาระบายยิ้มจนเต็มแก้ม สบสายตากับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในแคว้นจักรา อดีตองค์ราชินีเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี แววตาที่ทอดมองอูยองด้วยความเอ็นดู ทำให้อูยองลดความกังวลจากใจไป

 

 

 

“มาอยู่ที่นี่ เจ้าสุขสบายดีหรือไม่ นิชคุณลูกชายข้าดูแลเจ้าเป็นอย่างดีหรือเปล่า”

 

“ข้าสุขสบายดีพะย่ะค่ะ ดีเสียจนคิดว่า มันมากไปสำหรับฐานะองค์ประกันด้วยซ้ำ” ส่วนเรื่องนิชคุณดูแลตนดีหรือไม่นั้น อูยองไม่ขอพูดออกไปดีกว่า ถ้าไม่ติดเรื่องเอะอะก็กลั่นแกล้งกัน เอะอะก็รังแกกัน นิชคุณก็ดูแลจางอูยองได้ดีเชียวล่ะ

 

“ท่านอ๋องน้อยสุขสบายดีข้าก็เบาใจ ข้านึกว่าลูกชายของข้าจะตอนรับเจ้าไม่ดีเสียอีก” พูดพลางเอามือไปลูบศีรษะของท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาด้วยความเอ็นดู

 

“เอ่อ..พระองค์พูดว่า พระองค์เคยเจอกับเสด็จแม่ของกระหม่อมหรือพะย่ะค่ะ”

 

 

 

อดีตองค์ราชินีหัวเราะน้อยๆที่อ๋องน้อยอูยองถามย้ำอีกครั้ง การที่ถามอีกครั้งเช่นนี้ คงมิแคล้วอยากจะรู้เรื่องมารดาของเจ้าตัวเป็นแน่ แต่อ๋องน้อยอูยองคงไม่กล้าถามนางออกมาตรงๆ

 

 

 

“ข้าเคยไปร่วมพิธีแต่งตั้งพระสนมเอกของของอาทิติยา”

 

“ร่วมพิธี...? ร..หรือว่า..?”

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยหวนนึกกลับไปถึงคำสอนของพระเชษฐาเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ท่านพี่แทคยอนเคยบอกว่า หากเมืองใดมีพระราชพิธีอันสำคัญ จะต้องมีตัวแทนของแต่ละเมืองไม่ว่าจะเมืองน้อย เมืองใหญ่ในแคว้นไปร่วมแสดงความยินดีด้วย เพราะถือเป็นการแสดงความเป็นมิตรอย่างหนึ่ง และยิ่งเมืองใดมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ยิ่งต้องส่งผู้มีฐานันดรอันสูงส่งไปร่วมงาน

 

 

หากอดีตองค์ราชินีทรงเดินทางไปร่วมงานเองเช่นนี้ นั่นก็แสดงว่า ธารดาราต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งพระสนมเอกของอาทิติยาอย่างมาก

 

 

 

“เป็นอย่างที่เจ้าคิด ทุกเมืองจะมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่คล้ายคลึงกัน”  นางทอดมองแววตาที่เจือไปด้วยความสงสัยใคร่รู้แล้วจึงพูดต่อ

 

“ธารดารา มีเมืองในปกครองน้อยใหญ่มากมาย แต่ละเมืองเล็กๆล้วนแล้วต้องส่งเครื่องราชบรรณาการเพื่อแลกกับความอยู่ดีกินดีของประชาชน หรือไม่ก็ต้องส่งทูตเจริญสัมพันธไมตรีเพื่อความสมานฉันท์และบ่งบอก