.
 
 
.
 
 
.
 
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์

 

 

 

Note :: จุด จุด จุด // และเนื่องจากปัจจุบันนี้ท่านอ๋องน้อยของเรากล้ามล่ำเหลือเกิน ยากต่อการจินตนาการยิ่งนัก เหมี่ยวจึงเอารูปที่เหมาะกับคาแรคเตอร์อูยองในเรื่องนี้มาแปะค่ะ (แอบสารภาพว่า เห็นรูปนี้แล้วก็อยากเขียนฟิคชั่นแนวพีเรียดเลยล่ะค่ะ แฮ่)

 

 

 ท่านอ๋องน้อย..

 

 

 

(credit : as tag)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๙

 

 

 

 

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองร่างน้อยในอ้อมแขน ทอดยิ้มให้อย่างนุ่มนวลเมื่ออีกคนขยับใบหน้าซุกเข้าหาอกกว้างของตน อ๋องน้อยจางอูยองคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งเล่นในสวนดอกไม้ และคงเหนื่อยจากการร้องไห้อย่างหนัก กว่านิชคุณจะปลอบให้หยุดร้องไห้ได้ ก็ใช้เวลาไปเสียนาน พอรั้งร่างบางออกจากอกก็พบว่า ท่านอ๋องน้อยแสนซนร้องไห้จนหลับปุ๋ยไป เขาจึงตัดสินใจสั่งให้ทุกคนเก็บข้าวของ ยุติการพักผ่อนท่ามกลางสวนดอกไม้เพียงเท่านี้ และเดินทางกลับเรือนรับรอง

 

ไม่รู้ว่าเพราะวิ่งเล่นมากเกินไป หรือร้องไห้มากเกินไปกันแน่ ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาจึงได้หลับลึกขนาดนี้

 

เมื่อมาถึงเรือนรับรอง นิชคุณอุ้มร่างน้อยที่ยังอยู่ในนิทรารมย์เดินผ่านเข้าไปยังห้องบรรทม มินจีและมินอาช่วยกันเปิดผ้าม่านเพื่อให้กษัตริย์หนุ่ม ได้พาร่างของท่าอ๋องน้อยขึ้นไปนอนบนเตียงนอน นิชคุณกอดอูยองไว้มิห่างกาย ทอดตัวลงนอนข้างๆแล้วรั้งเข้ามาซุกในอกกว้างเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นแก่เด็กน้อยที่กำลังหลับฝัน ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาสะอื้นฮักเพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มก้มลงจูบกลุ่มผมหอมนิ่มราวกับเส้นไหม มือเล็กที่เคยขยุ้มสาบเสื้อคลุมของนิชคุณแน่นค่อยๆคลายออกเมื่อความอบอุ่มปลอบโยนถูกส่งเข้าไปถึงในความฝัน

 

รักเหลือเกิน.. รักมานานแสนนาน..

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

เพล๊ง!!

 

 

เสียงถ้วยน้ำชาเนื้อดีกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงเพราะแรงเหวี่ยงลงมาจากมือ ภายในห้องโถงว่าการของเมืองจันทรานทีตกอยู่ในความเงียบงันแม้นจะมีผู้คนอยู่นับสิบ เหล่าเสนาธิการจากกรมต่างๆ ต่างก็พากันนั่งนิ่งก้มหน้า มิกล้าแม้แต่จะสบตาเข้ากับสายตาคมกริบที่กำลังกราดเกรี้ยวราวกับมีเปลวเพลิงสุมอยู่ภายใน

 

ชเวซึงฮยอน กษัตริย์หนุ่มผู้ปกครองเมืองจันทรานีทีอันยิ่งใหญ่มิแพ้เมืองอื่น มิเคยกระทำการขัดข้องหมองใจกับเมืองใด ปกครองไพร่ฟ้าด้วยความสงบสุขร่มเย็นเสมอมา แค่เพียงเขาต้องการเจริญสัมพันธไมตรีกับอาทิติยา เหตุใดธารดาราถึงได้กระทำหยามหน้ากันเยี่ยงนี้!

 

ท่านอ๋องน้อยจางอูยอง ผู้ที่มีความน่ารักน่าเอ็นดู เป็นยอดดวงใจของพระเชษฐา เขาก็เพียงหมายใจได้ยลใบหน้า ได้ศึกษาอุปนิสัยส่วนตัว และเจริญสัมพันธไมตรีในแต่ละด้าน หากแต่เขายังมิได้ต้อนรับขับสู้ เพียงแค่ส่งท่านทูตสูงสุดไปเจรจา แต่ก็เกิดเรื่องที่ไม่น่าคาดคิดขึ้นมาจนได้

 

 

 

“เจ้าช่างกระทำเกินกว่าเหตุนัก นิชคุณ!”

 

 

 

เสียงทุ้มต่ำพึมพำเบาๆหากแต่น่าเกรงขาม แววตาดุกร้าวราวกับราชสีห์มุ่งมองไปตรงหน้า เหล่าเสนาธิการ องครักษ์และเหล่าทหารหาญต่างก็ต้องรีบหลบสายตาและก้มหน้ากันพัลวัน

 

มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นโลหิต เขาอุตส่าห์ไม่กรีธาทัพไปถล่มเมืองอาทิติยานั้นก็ดีเท่าไร การเจริญสัมพันธไมตรี ถือเป็นกลยุทธ์การผูกมิตรอย่างหนึ่งที่ลดการหลั่งเลือดเนื้อของไพร่ฟ้ามากที่สุด เป็นสิ่งที่กษัตริย์ควรจะทำ การเสียสละสิ่งสำคัญเพื่อความเป็นอยู่ของประชาราษฎร์นับเป็นหนึ่งในการสาบานตนเป็นพ่ออยู่หัวผู้ยิ่งใหญ่ การที่อ๊กแทคยอนตอบรับที่จะส่งน้องชายมาเป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีนั้น ชเวซึงฮยอนก็ยกย่องนับถือการเสียสละในข้อนี้ แต่ทว่า..

 

 

 

“นิชคุณ”

 

 

เพราะคนคนเดียว กล้าดีอย่างไรมาชิงทูตเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างจันทรานทีและอาทิติยาไป!

 

 

“ในวันพรุ่งนี้ เรียกตัวพยัคฆ์ขาวเข้ามาพบข้า”

 

“เอ่อ..ทูลฝ่าบาท ทรงคิดดีแล้วหรือพะย่ะค่ะที่จะเรียกตัวท่านผู้นั้นมาร่วมวางแผน”

 

 

ชเวซึงฮยอนยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงสหายเก่าที่มิได้เจอกันมานาน

 

 

“ในเมื่อนิชคุณยังทำตัวเยี่ยงโจรใจต่ำ ข้า ก็จะใช้ความเป็นโจรตอกกลับมันเช่นกัน!”

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ กระพริบปริบๆเพื่อปรับสายตาให้คุ้นกับแสงที่เล็ดลอดผ่านม่านบางเพียงเล็กน้อย ร่างน้อยขยับกายหวังจะลุกขึ้น แต่ก็มาตระหนักได้ว่า ตนเองนั้นนอนซุกกายเข้าหาอกแกร่งของใครบางคน..

 

เหมือนกับว่าการขยับกายของเขานั้นไปปลุกเจ้าของอ้อมกอดให้ตื่นจากการหลับใหล ลำแขนแกร่งโอบกระชับแนบแน่น จมูกโด่งก้มลงมากดจูบลงบนปรางแก้มของเขา อูยองยิ่งซุกหน้าเข้าหาอกมากยิ่งขึ้น เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหยุด

 

เสียงครางอื้ออึงดังสอดประสานกับเสียงหัวเราะด้วยความพอใจแผ่วเบาในเตียงกว้าง ไม่มีแม้แต่นางกำนัลคนสนิทอยู่ในห้องบรรทม หากนิชคุณไม่อนุญาต ผู้ใดก็ห้ามย่ำกรายมารบกวนเวลานอนของยอดดวงใจ ร่างนุ่มนิ่มพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขน ชุดทรงเมื่อตอนกลางวัน ถูกแปรเปลี่ยนเป็นชุดนอนเพราะเขาแอบผลัดเปลี่ยนให้ผ่านมาไม่กี่ชั่วยาม ท่านอ๋องน้อยผู้น่ารักคงจะเล่นซนจนเหนื่อยถึงได้ไม่รู้ตัวว่าถูกผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์

 

 

 

“อื้อ..ท่านพี่..”

 

“มีอันใดหรือ ท่านอ๋องน้อยของข้า”

 

 

 

แก้มกลมแดงระเรื่อเมื่อสดับถึงคำพูดคำจาที่แสดงความเป็นเจ้าของของกษัตริย์หนุ่ม ครั้นจะขยับปากขึ้นเถียง แต่ทว่ามานึกไตร่ตรองดูอีกที มันก็เป็นดั่งที่นิชคุณว่า เขามิใช่ท่านอ๋องน้อยของอาทิติยา จางอูยองเป็นองค์ประกันของธารดารา เป็นท่านอ๋องน้อยของนิชคุณ เมื่อนึกได้ดังนั้น แก้มที่ระเรื่อสีชมพูจางๆก็แดงปลั่งจนรู้สึกถึงความร้อน

 

 

 

“เจ้าเขินข้าหรือ?”

 

“...........” ใบหน้ากลมซุกลงไปในผ้าห่มขนสัตว์แล้วพยักหน้าน้อยๆ เมื่อมานึกขึ้นได้ก็ส่ายหน้าเป็นพัลวัน เรียกเสียงหัวเราะพอใจจากร่างสูงที่นอนตะแคงโดยใช้มือรองใบหน้าตนเองได้เป็นอย่างดี

 

“สรุปแล้วเจ้าเขินข้า หรือมิได้เขินข้ากันแน่จางอูยอง”

 

“ข้า..ข้าไม่รู้จริงๆว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ข้าได้เขินท่านพี่หรือเปล่าพะย่ะค่ะ”

 

“เจ้าช่างน่ารักนัก”

 

 

 

น่ารัก.. 

 

 

อูยองหวาดระแวงกับคำคำนี้ที่ออกมาจากปากนิชคุณเหลือเกิน เพลาที่ชายผู้นี้เอ่ยพูดกับเขาว่าน่ารักทีไร เขาจะต้องโดนเอาเปรียบมิเรื่องใดก็เรื่องหนึ่งทุกทีไป อูยองจึงมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มมากกว่าเดิมจนตอนนี้มีเพียงแต่ตวงตาและกลุ่มผมสีดำบางส่วนโผล่พ้นออกจากผ้าผืนหนาอันอบอุ่นนี้เท่านั้น

 

 

 

“ทำตัวน่ารักเช่นนี้ ข้าชักอยากจะ...”

 

“ข้าง่วงแล้วพะย่ะค่ะ! ง่วงมากเหลือเกิน”

 

 

นิชคุณหัวเราะในลำคอ ตอนนี้ร่างน้อยที่ซุกอยู่ในผ้าห่มต้องตัวแดงก่ำเพราะความเขินอายเป็นแน่

 

 

 

“เจ้าจะนอนตอนนี้มิได้ อย่าลืมสิว่าวันนี้เจ้าวิ่งเล่นซุกซนในสวนกลางแจ้งแต่เจ้ายังมิได้อาบน้ำเลย”

 

“มันหนาว..”

 

“แต่เจ้าจะไม่สบายตัว”

 

“ท่านพี่..”

 

 

 

นิชคุณยิ้มให้กับร่างน้อยที่ช้อนตามองขึ้นมามองอย่างเว้าวอน จางอูยองมาไม้นี้อีกแล้ว อยากได้อะไรเพื่อให้สมดั่งใจก็ออดอ้อนให้อีกฝ่ายใจอ่อน แต่ท่านอ๋องน้อยคงจ