.
 
.
 
.
 
 

เปิดจอง SWEETHEART รอบรีปริ้นท์ >> CLICK!! <<

 

 

 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด - โย่ง อาร์มแชร์

 

 

 

Note :: ถึงไม่มีใครอ่าน เราก็จะหน้าด้านอัพ ก้ากกก *โบกพู่เชียร์ท่านอ๋องน้อย*

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๘ 

 

 

 

 

 

สองนางกำนัลคนสนิทขององค์ประกันแห่งธารดารากำลังนั่งคุกเข่าทำหน้าราวกับจะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อ ในใจของนางทั้งสองนั้นช่างร้อนรุ่มเพราะไม่ว่าจะพูดเช่นไรเจ้านายตัวน้อยก็ไม่ฟังกันเลย

 

อ๋องน้อยอูยองนั่งทับส้นอยู่ยนพื้นที่ยกสูงขึ้นในห้องนั่งเล่นของเรือนรับรอง สองแขนประสานกอดไว้ยังอก ใบหน้ากลมขาวเนียนสะบัดเชิดออกไปมองด้านนอกหน้าต่าง ไม่สนใจนางกำนัลทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย จางอูยองกำลังแง่งอน งอนจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ไม่มีผู้ใดช่วยเขาจากเงื้อมมือของคนเจ้าเล่ห์ มิหนำซ้ำยังเป็นอกเป็นใจปิดม่านปิดประตูห้องนอนให้นิชคุณตักตวงรางวัลจากเขาแทบค่อนคืน

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยเพคะ”

 

“ได้โปรดยกโทษให้มินอากับมินจีเถอะเพคะ”

 

 

 

กลีบปากบางเม้มแน่น ใบหน้ากลมหันมามองนางกำนัลทั้งสองเพียงชั่วครู่ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอีกครั้งจนนางกำนัลทั้งสองแทบจะร่ำไห้

 

เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตื่นจากบรรทมแล้ว ท่านอ๋องน้อยของพวกนางไม่ยอมพูดยอมจา ทำหน้ามุ่ยไม่แย้มยิ้ม มิหนำซ้ำยังเมินหน้ากันอีก ตอนนี้ฝ่าบาทนิชคุณกลับไปสะสางงานรอบเช้า และฝากให้ชานซองมารายงานท่านอ๋องน้อยของพวกนางว่า จะมารับท่านอ๋องน้อยออกไปเสวยอาหารกลางวัน ณ ศาลากุหลาบ ในสวนหน้าเรือนรับรอง ท่านอ๋องน้อยก็ดีอกดีใจราวกับเด็กน้อยที่จะได้ออกไปเล่นซนนอกบ้าน พอมินอากับมินจีมาร่วมแสดงความยินดีด้วย ท่านอ๋องน้อยก็กลับมาเมินกันอยู่ดี

 

 

คงต้องรอฝ่าบาทนิชคุณมาช่วยไกล่เกลี่ยและจัดการเสียแล้วกระมัง

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยลองนึกดูสิเพคะ หากหม่อมฉันกับมินอาช่วยท่านอ๋องน้อย หม่อมฉันทั้งสองคนก็ต้องถูกฝ่าบาทนิชคุณลงโทษนะเพคะ”

 

“..........”

 

“ท่านอ๋องน้อย อย่าทรงเมินพวกหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันขอร้องเถอะเพคะ”

 

 

พูดจบนางกำนัลทั้งสองก็ก้มลงเอาหน้าผากจรดพื้นไว้เช่นนั้น

 

 

 

ร่างน้อยหันกลับมามองแล้วลอบยิ้มซุกซน ใบหน้ากลมพยายามกลั้นเสียงหัวเราะที่อาจจะเผลอหลุดออกมาแล้วทำให้ความแตก อูยองแค่อยากแกล้งนางกำนัลของตนเท่านั้นแหละ ก็ใครใช้ให้ไม่เข้าข้างกันเลย อูยองแอบทำเมินมาตั้งแต่ตื่นนอน จนตอนนี้พยายามทำนิ่งขรึมจนเมื่อยหน้า

 

ฮวางชานซองที่ยืนอยู่ห่างๆถึงกลับยิ้มพลางส่ายหน้าไปมา ท่านอ๋องน้อยของฝ่าบาทนิชคุณช่างซุกซนและขี้แกล้งเสียจริงๆ พอเขาสบตาเข้ากับตาเรียวนั่น ท่านอ๋องน้อยก็ยกนิ้วชี้มาวางที่ปากเป็นการบอกให้เขาเงียบไว้และจงให้ความร่วมมือ ชานซองจึงได้แต่ก้มหัวให้น้อยๆและกลั้นขำนางกำนัลทั้งสองคนที่นั่งคุกเขาอยู่บนพื้นต่อไป

 

 

เห็นทีต้องแจ้งให้แก่ฝ่าบาททรงทราบเสียแล้ว ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาช่างซุกซนเหลือเกิน

 

 

 

“พวกเจ้าลงไปทำอะไรตรงนั้น”

 

 

น้ำเสียงทรงอำนาจดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาทุกๆคนในห้องนั่งเล่นถึงกับสะดุ้งตกใจรวมถึงร่างน้อยที่นั่งทับส้นอยู่บนเบาะหนาด้วย อ๋องน้อยอูยองคิดในใจว่าเหตุใดองครักษ์หน้าตำหนักจึงไม่ได้บอกว่าเจ้าเหนือหัวแห่งธารดาราเสด็จมาถึงแล้ว

 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ” นางกำนัลทั้งสองคนถวายพระพรเสร็จก็รีบคลานไปเกาะขานิชคุณกันยกใหญ่ สร้างความงุนงงให้แก่กษัตริย์หนุ่มเป็นอย่างยิ่ง

 

“ถวายพระพรท่านพี่”

 

 

 

นิชคุณหันไปยิ้มให้ร่างน้อยที่นั่งรออยู่บนที่นั่งยกสูงจากพื้นตรงหน้า อยากจะก้าวขาไปหาแล้วดึงมากอดมาหอมแก้มใจจะขาด แต่ติดอยู่ตรงที่นางกำนัลทั้งสองกอดเขาเขาเอาไว้อย่างแน่นหนาจนเขาไม่สามารถก้าวขาไม่ได้ดั่งใจ

 

 

 

“พวกเจ้าเป็นอะไร?”

 

“ฝ่าบาท ฝ่าบาททรงช่วยพวกหม่อมฉันด้วยเพคะ ท่านอ๋องน้อยทรงโกรธหม่อมฉันกับมินอา ตั้งแต่ทรงตื่นจากบรรทมมา ก็ยังมิยอมพูดจากับพวกหม่อมฉันเลยเพคะ”

 

 

นิชคุณหันไปมองตัวต้นเหตุที่สะบัดหน้าหนีออกไปมองข้างนอก

 

 

“เหตุใดจึงโกรธพวกนางหรือท่านอ๋องน้อย”

 

 

 

ยังมิทันที่ร่างน้อยจะได้ตอบ นางกำนัลทั้งสองก็รีบฟ้องทันที

 

 

 

“ก็ท่านอ๋องน้อยน่ะสิเพคะ โกรธที่เมื่อคืนพวกหม่อมฉันไม่เข้าไปช่วยตอนที่ฝ่าบาทจะ...”

 

“มินจี!..เจ้า...ห้ามพูดนะ” คนที่นั่งอยู่ถึงกับร้อนใจ แก้มกลมๆขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

“ท่านอ๋องน้อยหาว่าพวกหม่อมฉันไม่เข้าข้าง แต่กลับไปอยู่ข้างฝ่าบาทเพคะ”

 

“มินอา.. เจ้าเองก็หักหลังข้า!”

 

“หม่อมฉันมิได้หักนะเพคะท่านอ๋องน้อย”

 

 

 

นิชคุณยิ้มบางๆให้แก่คนขี้งอนก่อนจะบอกให้ทุกๆคนออกไปรอข้างนอก ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นของเรือนรับรองจึงเหลือเพียงร่างสูงของกษัตริย์หนุ่มและร่างน้อยขององค์ประกันแห่งธารดารา

 

 

 

“ข้าชักไม่อยากจะออกไปนั่งชมสวนข้างนอกเสียแล้วสิ” ตรัสขึ้นมาลอยๆ แต่ก็ทำเอาคนที่นั่งเชิดหน้าถึงกับสะดุ้ง ใบหน้างอง้ำหันควับกลับมามองด้วยความไม่เข้าใจ นิชคุณยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดต่อ

 

“หากพาเจ้าที่มีใบหน้างอง้ำแบบนี้ออกไปชมสวน ดอกไม้ในสวนของข้าจักต้องเหี่ยวเฉาเป็นแน่”

 

 

ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาก็รีบลุกจากที่นั่ง วิ่งเข้าไปกอดเอวของร่างสูงเฉกเช่นที่เคยทำกับพี่ชายของตนเมื่อครั้งอยู่ที่อาทิติยาทันที ร่างน้อยกอดเอวนิชคุณเอาไว้แน่น ใบหน้ากลมช้อนมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อนเพราะกลัวว่า เจ้าเหนือหัวแห่งธารดาราจะไม่พาออกไปชมสวนด้านนอก

 

 

 

“ท่านพี่..”

 

 

นิชคุณก้มมองคนขี้อ้อนที่กอดเอวตนไม่ปล่อย ในวันนี้นิชคุณเข้าใจเพื่อนรักอย่างอ๊กแทคยอนอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า เหตุใดจึงไม่เคยขัดใจน้องชายตนเองได้เสียที ดวงตาใสแจ๋วดุจลูกกวางแรกเกิดจ้องมาอย่างเว้าวอน หากเขาขัดใจร่างน้อยไปอีกคน เขาคงโดนตราหน้าว่าเป็นปีศาจที่ใจร้ายเป็นแน่

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยของข้าต้องการสิ่งใดหรือ?”

 

 

แต่คนขี้แกล้ง ก็คือคนขี้แกล้งอยู่วันยังค่ำ.. 

 

 

“ท่านพี่ทรงสัญญาไว้กับข้าแล้วนี่พะย่ะค่ะ เหตุใดท่านพี่จึงกลับคำเอาตอนนี้เล่า ท่านพี่จงใจให้ความหวังข้า แล้วก็ทำลายมันลงอย่างไม่มีชิ้นดี ท่านพี่ช่างใจร้ายกับข้ายิ่งนัก”

 

 

นิชคุณประคองแก้มนิ่มเอาไว้ทั้งสองข้าง กดจมูกลงไปด้วยความหมั่นเขี้ยวกับวาจาเชือดเฉือนใจคนฟังนั้น เขายังมิได้ห้ามเสียหน่อย แต่จางอูยองก็ตราหน้าเขาราวกับเขาเป็นผู้ใหญ่ใจร้ายไปเสียแล้ว

 

 

 

“ข้าพูดแล้วหรือว่าจะไม่ให้เจ้าออกไปนอกเรือนรับรอง?”

 

“แต่ท่านพี่ตรัสราวกับว่า ไม่อยากให้ข้าออกไป ตรัสราวกับว่าข้าจะไปสร้างความเสียหายให้แก่ดอกไม้ในสวนของท่านพี่”

 

 

กดจมูกลงบนแก้มนิ่มอีกครั้งเมื่อสบตาเข้ากับตาเรียวที่กำลังคลอไปด้วยน้ำตา ท่านอ๋องน้อยจางอูยองกำลังจะร้องไห้เพราะเขาอีกแล้วหรือ เขาแค่อยากแกล้งคนขี้งอนเท่านั้นเอง

 

 

 

“ข้าเพียงอยากให้เจ้ายิ้มและทำใบหน้าร่าเริง มิใช่ทำหน้าบูดบึ้งใส่ข้า”

 

“ที่แท้ท่านพี่ก็ขู่ข้า”

 

“รู้ทันข้าอีกแล้ว”

 

 

ร่างน้อยผละออกจากร่างสูง ใช้มือเช็ดน้ำตาป้อยๆก้มหน้าหรุบต่ำสายตามองพื้น คร