.
 
 
.
 
 
.
 
 

*** ประกาศ!!! มีใครสนใจ SWEETHEART อีกไหมคะ? ถ้ามีถึง 20 เล่ม เราจะเปิดรีปริ้นท์ค่ะ (เผื่อจะได้รับฟิคหน้าคอนฯกันและก็มีส่งไปรษณีย์ด้วยค่ะ) ใครสนใจ ลงชื่อเล่นไว้ในคอมเมนท์บล็อกนี้ หรือเมนชั่นมาที่ทวิตเตอร์ @kumameaw ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ *** 

ถ้าถึง 20 เล่มจะมาตั้งเอนทรี่เปิดจอง แต่ถ้าไม่ถึง อาจจะ ไม่รีปริ้นท์ช่วงนี้นะคะ(ไม่มีเวลา)

 

 

 

 

 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง Armchair

 

 

 

 

 

Note :: ตอนนี้มันไม่มีอะไร...(?)

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๗ 

 

 

 

 

 

ร่างน้อยในกองผ้าห่มขยับกายยุกยิกในยามสายของอีกวัน เหล่านางกำนัลคนสนิทที่ยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ มองผ่านม่านบาง เห็นท่านอ๋องน้อยของพวกนางค่อยๆขยับกายออกจากผ้าห่ม ก็ร้องถามอย่างรู้งาน

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยทรงตื่นหรือยังเพคะ”

 

“อืม”

 

 

 

มินอาเดินไปเปิดม่านและผูกเอาไว้กับเสาเตียง แสงแดดเล็ดลอดเข้าไปมากกว่าเดิม อ๋องน้อยอูยองรีบหลับตาเพราะแสงจ้าเกินไป ร่างน้อยขยับกายหวังจะลุกขึ้น แต่ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นริ้วอยู่ตรงสะโพก และอาการปวดหัวก็ทำเอาอูยองครางเบาๆและทรุดลงนอนเช่นเดิม

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยอย่าขยับตัวแรงสิเพคะ ฝ่าบาทนิชคุณรับสั่งพวกหม่อมฉันเอาไว้ว่า อย่าให้ท่านอ๋องน้อยขยับตัวมาก เพราะร่างกายท่านอ๋องน้อยอาจจะระบมจากเหตุการณ์เมื่อคืน”

 

 

 

นางกำนัลทั้งสองหัวเราะคิกคัก ทำเอาคนที่ถูกห้ามไม่ให้ขยับตัวมากถึงกับแก้มแดงเถือก หลบสายตาล้อเลียนของนางกำนัลทั้งสองเป็นพัลวันพลางค่อนขอดคนเจ้าเล่ห์ในใจ นิชคุณคงไปทำงานตั้งแต่เช้าเพราะภาระหน้าที่ของกษัตริย์อันยิ่งใหญ่ แต่แล้วเหตุใดจึงรับสั่งกับพวกนางกำนัลเอาไว้แบบนี้ด้วยเล่า! คนที่ไม่อยู่ก็คงจะไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ทว่าเขาต้องมารุมโดนล้ออยู่คนเดียวนี่มันถูกต้องแล้วหรือ

 

คิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็พาลใจสั่นรัว ร่างกายของเขา เป็นของผู้นำแห่งธารดาราอันยิ่งใหญ่โดยสมบูรณ์ เขามิอาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร นิชคุณถึงได้ทำเช่นนั้น อาจจะเพราะเขาเป็นตัวประกันของที่นี่ คนผู้นั้นจึงอยากจะทำตามใจตนเอง อยากกดขี่ข่มเหงให้เขาจำยอมในทุกๆอย่าง นึกแล้วก็น่าน้อยใจยิ่งนัก ชีวิตของจางอูยอง นอกจากมาเป็นองค์ประกันของที่นี่แล้ว เขายังต้องเป็นนางบำเรอของเจ้าเหนือหัวที่นี่อีกด้วยงั้นหรือ

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยเพคะ เหตุใดจึงพระพักตร์ดูหมองเศร้าเล่าเพคะ เพราะพวกหม่อมฉันล้อพระองค์แรงไปหรือเพคะ?” มินอาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสำนึกผิด

 

“ไม่ใช่เพราะเจ้าหรอก อย่าโทษตัวเองเลย” ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยายิ้มบางๆให้นางกำนัลทั้งสองที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อ

 

“ท่านอ๋องน้อยทรงเสวยข้าวต้มร้อนๆมั้ยเพคะ หม่อมฉันทำมาถวาย ฝ่าบาทนิชคุณทรงรับสั่งเอาไว้ว่า หากท่านอ๋องน้อยตื่นจากบรรทมแล้ว ให้รีบนำมาถวายเพคะ”  มินจีพูดพลางไปยกโต๊ะไม้ตัวเล็กมาวางบนเตียงนอน ส่วนมินอาก็ประคองท่านอ๋องน้อยให้นั่งพิงหลังไว้กับหมอน และมินจีก็ยกชามข้าวต้มร้อนๆมาวางเอาไว้ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของมินอาที่ต้องตักป้อน

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองอ้าปากรับข้าวต้มที่นางกำนัลคนสนิทป้อนให้คำแล้วคำเล่า เขายอมรับว่าเขาหิวเหลือเกิน อาจเป็นเพราะเมื่อวานก็ไม่ได้มีอะไรตกถึงท้อง มิหนำซ้ำตอนกลางคืนยังโดนคนใจร้ายรังแกจนหมดเรี่ยวหมดแรงไปอีก อูยองไม่แปลกใจเลยหากเขาจะทานข้าวต้มฝีมือมินจีจนหมดชามในเวลาอันรวดเร็ว

 

เมื่อทานอาหารเสร็จ นางกำนัลทั้งสองก็เตรียมอ่างน้ำอุ่นใบเล็กและผ้าขนหนูมาเตรียมเช็ดตัวให้อย่างรู้งาน อ๋องน้อยอูยองก้มมองชุดนอนสีขาวบางที่ตนสวมใส่อยู่พลางขมวดคิ้วว่ามันมาอยู่ยนตัวของตนได้อย่างไร มินอาและมินจีจึงช่วยกันแถลงไขให้ฟังราวกับอ่านใจเขาออก

 

 

 

“เมื่อเช้า ฝ่าบาทนิชคุณทรงเรียกหม่อมฉันทั้งสองคนเข้ามา ให้เตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นมาให้เพคะ”

 

“ใช่แล้วเพคะ แล้วฝ่าบาทนิชคุณก็ทรงเช็ดตัว และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านอ๋องน้อยด้วยพระองค์เองด้วยนะเพคะ”

 

 

องค์ประกันแห่งธารดารายื่นแขนออกไปให้นางกำนัลทั้งสองเช็ดให้พร้อมกับตั้งใจฟัง

 

 

“ตอนที่ฝ่าบาทเช็ดตัวให้ท่านอ๋องน้อย พวกเราถูกสั่งให้ยืนรออยู่ด้านนอก มีเพียงม่านบางกั้นไว้ ก็ไม่รู้ว่าเช็ดวิธีไหน พวกหม่อมฉันได้ยินเสียงท่านอ๋องน้อยครางออกมาเป็นระยะด้วยนะเพคะ”

 

“ม..มินจี!” อ๋องน้อยอูยองร้องขึ้นพลางเบิกตากว้างที่นางกำนัลตัวเล็กบรรยายมาเสียละเอียดจนเขาแทบจะเห็นภาพลอยมาเป็นฉากๆ

 

 

 

เหตุใดอูยองถึงไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อเช้าคนเจ้าเล่ห์คนนั้นได้เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ อีกทั้งชุดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนรวมทั้งผ้าห่มก็ยังเป็นผืนใหม่หมด เขาน่าจะรู้สึกตัวบ้าง แต่นี่ไม่เลย อูยองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนเช้าตนเองได้ถูกทำอะไรไปบ้าง

 

 

 

“ฝ่าบาทนิชคุณฝากพวกหม่อมฉันมาบอกท่านอ๋องน้อยอีกว่า...” มินอาหยุดไว้แค่นั้นแล้วลอบสบตากันกับมินจี นางกำนัลทั้งสองหัวเราะคิกก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน

 

 

 

“ข้าได้เอาสิ่งที่คั่งค้างอยู่ข้างในออกหมดแล้ว รวมทั้งทำความสะอาดให้ด้วยจะได้สบายตัว ตอนบ่าย ข้าจะมาทายาให้” 

 

 

 

เมื่อนางกำนัลทั้งสองคนพูดจบก็หัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน ส่วนท่านอ๋องน้อยถึงกับแก้มแดงแจ๋ กลีบปากบางขยับไปมาราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่ทว่ากลับพูดไม่ออกได้แต่เม้มแน่นหน้าแดงก่ำ ในใจก็คอยแต่ก่นด่าคนร้ายกาจคนนั้น

 

คิดจะรับสั่งอะไรก็ไม่นึกถึงใจกันบ้าง แม้นิชคุณไม่อาย แต่จางอูยองก็อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี..

 

 

 

“ฝ่าบาทนิชคุณเสด็จ”

 

 

เสียงองครักษ์ดังขึ้นหน้าประตูใหญ่ อ๋องน้อยอูยองยู่หน้าพลางค่อนขอดในใจ –นึกถึงคนเจ้าเล่ห์ คนเจ้าเล่ห์ก็มา- ร่างสูงของกษัตริย์หนุ่มแห่งธารดาราเดินเข้ามายังห้องพำนักของตัวประกันของตน ผ่านห้องนั่งเล่น เลยมาถึงห้องบรรทมที่อยู่ในสุด เมื่อผ่านธรณีประตูเข้ามาสายตามองคนที่นั่งก้มหน้าอยู่บนเตียงนอน ข้างเตียงมีนางกำนัลสองคนยืนอยู่ มินอาและมินจีถวายพระพรแก่เจ้าเหนือหัว นิชคุณเพียงโบกมือให้ไปยืนอยู่ข้างๆ แล้วเขาก็ก้าวเท้าเข้าไปนั่งบนเตียง 

 

 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระราชทานอภัยที่ข้าไม่สามารถนั่งคุกเข่า..”

 

“ไม่ต้องมีพิธีรีตองหรอกท่านอ๋องน้อย ข้ารู้ว่าเข้าคงเจ็บ”

 

 

 

นิชคุณขยับเข้าไปประคองร่างน้อยให้ขยับมานั่งบนตักตน อูยองขยับตามอย่างว่าง่ายแต่ในขณะเดียวกันก็นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด กษัตริย์หนุ่มจูบลงบนแก้มนิ่มเพื่อปลอบประโลม ทำเอาเจ้าของแก้มหน้าแดงเพราะความเขินอายเนื่องจากยังมีคนยืนอยู่ในห้อง ศอกเล็กกระทุ้งหน้าท้องแกร่งเบาๆเป็นการเตือน แต่คนอย่างนิชคุณน่ะหรือจะฟัง

 

 

 

“เจ้าจะเขินอายทำไม คนเขารู้กันหมดแล้วว่าเราคือคนคนเดียวกัน”

 

“ฝ่าบาท!” มันใช่เรื่องที่จะมาป่าวประกาศหรือ เขาเป็นผู้ชายเช่นเดียวกับนิชคุณก็เป็นผู้ชาย เรื่องแบบนี้มันดูผิดแผกจากธรรมชาติ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงได้พูดราวกับมันเป็นเรื่องปกติเยี่ยงนี้

 

“เคยบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าอยู่กันสองคน มิต้องเรียกข้าเต็มยศหรือสนทนากับข้าอย่างเป็นทางการ”

 

“แต่กระหม่อมมิบังอาจ ฝ่าบาททรงเป็นถึง..”

 

“เป็นถึงสามีของเจ้า”

 

“ฝ..ฝ่าบาท!!”

 

“หรือไม่จริง เมื่อคืนเจ้าเป็นของข้าโดยสมบูรณ์ อยู่กับข้าเจ้าเรียกข้าว่า ท่านพี่ ได้หรือไม่”

 

“กระหม่อม....” อ๋องน้อยอูยองทำสีหน้าลำบากใจ แต่คนเอาแต่ใจก็ยังรบเร้า

 

“เรียกข้าว่าท่านพี่ แล้วเรียกแทนตัวเองว่า น้อง ลงท้ายประโยคด้วยคำว่า เจ้าคะ เจ้าขา เช่นเดียวกับที่เจ้าสนทนากับพี่ชายของเจ้า ได้หรือไม่”

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองเม้มปากจนแก้มพองป่อง พลางคิดถึงผลที่จะตามมา ทำไมเราต้องตามใจชายผู้นี้ด้วย หรือเป็นเพราะเขาเองเป็นแค่ตัว