.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง Armchair   

 

 

 

 

Note :: จัดไปค่ะ ให้สมกับที่รอคอยกันมานาน(ข้ามปีข้ามชาติ- -)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบท  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๖ 

 

 

 

 

 

ประตูห้องรับรองถูกผลักออกโดยแรงโดยไม่ต้องอาศัยนางกำนัลหรือองครักษ์รับใช้ ร่างน้อยที่สวมชุดราชพิธีเต็มยศดูงดงามน่ารักน่าเอ็นดูสาวเท้าเข้าไปข้างใน พอก้าวพ้นผ่านประตูธรณีห้องบรรทม มือเล็กก็ปิดประตูห้องลงกลอนเอาไว้ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามา ก่อนจะรีบเดินไปยังเตียงนอนแล้วซุกหน้าร้องไห้ลงกับหมอนอย่างทรมาน

 

ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาปล่อยโฮจนสะอึกสะอื้นเสียงดัง ไม่สนใจนางกำนัลคนสนิททั้งสองที่รัวเคาะประตูอยู่ด้านนอกด้วยความเป็นกังวล อูยองอดกลั้นความเสียใจมาตั้งแต่ห้องพิธี เมื่อได้อยู่คนเดียวจึงขอแสดงความอ่อนแอออกมาให้เต็มที่ แค่สารที่เขาลงนามยินยอมนั่นก็เปรียบเหมือนหอกดาบพุ่งเข้าประหัตประหารหัวใจให้เกิดแผลเหวอะหวะแล้ว แต่ทว่า..

 

 

“ท่านอ๋องน้อยจางอูยอง..เจ้าคือองค์ประกันแห่งธารดารา..โดยสมบูรณ์” 

 

 

ประโยคนี้ที่ออกมาจากปากชายผู้นั้น กลับทำให้อ๋องน้อยอูยองรู้สึกราวกับว่าดวงใจที่เป็นแผลฉกรรจ์อยู่แล้วถูกกษัตริย์หนุ่มเหยียบซ้ำจนแหลกละเอียด

 

 

 

“ฮ..ฮึก..ฮึก...องค์ประกันงั้นหรือ..ฮึก..มันต่างอะไรจากทาสกันเล่า!..ฮึก..”

 

 

 

เพียงเพราะตนนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์ เพียงเพราะเกิดโดยสายเลือดกษัตริย์และพระสนมเอก ตำแหน่งที่ถูกเรียกจึงฟังแล้วดูดีและมีฐานะเทียบเท่าองค์ชาย แต่หากจางอูยองเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลย เขาก็คือทาสรับใช้ที่มีสิทธิอะไรในชีวิตตนเองนั่นแหละ

 

องค์ประกันแห่งธารดาราผู้นี้ต้องยอมทนทุกอย่างเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง คิดแล้วมันน่าสมเพชนัก จางอูยองซึ่งเกิดเป็นชาย เป็นถึงท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยา แต่กลับไม่ค่อยได้ทำประโยชน์ใดๆให้แก่บ้านเมืองเลย ไม่เคยออกรบ ไม่เคยว่าราชการ มีเพียงช่วยงานท่านพี่แทคยอนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่พอจะได้ทำตัวเป็นประโยชน์กับเขาบ้าง กลับต้องเอาตัวเข้าแลก ไร้ศักดิ์ศรียิ่งนัก!

 

 

เสียงเคาะประตูดังสลับกับเสียงร้องไห้สะอื้นของนางกำนัลสาวด้านนอกเงียบลง แทนที่ด้วยเสียงองค์รักษ์ที่ตะโกนขึ้นมาแทน

 

 

 

“ฝ่าบาทนิชคุณเสด็จ!!”

 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาท ฮึก..ฝ่าบาทเพคะ ท่านอ๋องน้อยทรงขังตัวเองอยู่แต่ในห้องบรรทมเพคะ..ฮึก...หม่อมฉันกับมินจีพยายามร้องเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมเปิดประตูเลยเพคะ” 

 

 

นิชคุณก้มมองนางกำนัลทั้งสองที่คุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปยังประตูห้องนอนที่ปิดอยู่อย่างเงียบเชียบ

 

 

“ฝ่าบาทเพคะ..หม่อมฉันได้ยินเสียงสะอื้นของท่านอ๋องน้อยเพคะ ท่านอ๋องน้อยต้องทรงกรรแสงอยู่เป็นแน่เพคะ..ฮึก..”  มินจีพูดขึ้นบ้าง

 

 

 

กษัตริย์หนุ่มแห่งธารดาราที่เปลี่ยนกลับมาสวมชุดลำลองแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะไล่ทุกคนให้ออกไป เหลือเพียงนางกำนัลทั้งสองที่รออยู่รับใช้ และองครักษ์หนุ่มชานซองและจุนโฮที่ต้องยืนเฝ้าหน้าประตูด้วยกัน นิชคุณลองเคาะประตูไม้เบาๆ

 

 

 

“จางอูยอง.. เจ้าจงมาเปิดประตูให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้”

 

“................”

 

“ท่านอ๋องน้อย ข้าสั่ง! เจ้าได้ยินหรือไม่!”

 

 

 

แกร๊ก!

 

 

ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกทันที ตามด้วยร่างน้อยของท่านอ๋องน้อยที่นั่งคุกเข่าก้มหัวถวายความเคารพ แต่กษัตริย์หนุ่มรู้ดีว่า อีกฝ่ายกำลังประชดประชันตนอยู่

 

 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

 

“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือ หากอยู่กับข้าเจ้ามิต้องถือพิธีรีตองอะไร”

 

“หามิได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นเพียงทาส มิบังอาจทำตามอำเภอใจได้”

 

 

 

กษัตริย์หนุ่มกัดฟันกรอด ถ้าเพียงจางอูยองจะเข้าใจกันสักนิด จะรู้ว่าเขาไม่ได้อยากให้เรื่องราวมันเป็นเช่นนี้เลย แต่คนตรงหน้าก็เพียรพยายามโทษเขาเหลือเกิน แม้อยากจะบอกความจริงแค่ไหน แต่นิชคุณก็ได้ให้สัตย์สัญญากับเพื่อนรักเอาไว้แล้วว่าตนเองต้องยอมเป็นผู้ชายใจร้าย เป็นผู้ร้ายที่แย่งชิงตัวอูยองมา เขาจึงต้องร้ายให้ถึงที่สุด อีกอย่าง เขาก็เป็นคนที่ไม่ได้มีความอดทนมากเท่าไรนัก ชีวิตที่เกิดมาก็ชี้เป็นชี้ตายได้ รวมถึงการอบรมเลี้ยงดูจากบิดาให้แข็งแกร่งและต้องเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี นิชคุณจึงไม่ใช่กษัตริย์ที่จะอ่อนโยนให้กับทุกเรื่อง มิเช่นนั้นเขาจะเป็นกษัตริย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นจักราหรือ

 

และตอนนี้ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยากำลังจะทำให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเอง หากคนอื่นมาประชดประชันเขาเช่นนี้ ป่านนี้เขาสั่งลงอาญาไปแล้ว แม้แต่องค์ชายต่างๆที่เป็นญาติพี่น้อ