.
 
 
.
 
 
.
 
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: Timeless – Xiah Junsu ft.Jang ri in 

 

 

 

Note :: จงรักอูยอง จงหลงอูยอง *ร่ายมนต์* ตอนนี้แต่งยากมากกกก เพราะมันมีพิธีอะไรที่เป็นทางการ และต้องใส่จินตนาการเยอะจริงอะไรจริง ตัวหนังสือเยอะด้วย แต่ไม่อยากให้อ่านข้ามกันนะ เพราะมันสำคัญจริงๆ หากมีข้อผิดพลาดหรือไม่สนุกก็ขออภัยด้วยนะคะ

 

 

 

  

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบทยอดดวงใจ  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๕ 

 

 

 

เปลือกตาบางค่อยๆเปิดออกช้าๆ พร้อมกับกระชับอ้อมแขนรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอด ซุกไซร้จมูกลงบนซอกคอหอมกรุ่น รอยยิ้มเบาบางค่อยๆแย้มพรายบนใบหน้าหล่อเหลา เมื่อร่างน้อยในอ้อมกอดขมวดคิ้วเหมือนถูกรบกวนในนิทรารมณ์อันแสนหวาน ก่อนจะหลับต่อไปอีกโดยไม่สนความเป็นไปจากโลกภายนอก มือหนาเอื้อมขึ้นมาบีบจมูกเพื่อก่อกวนคนที่กำลังหลับสบาย ก่อนพูดขึ้นมาอย่างหมั่นเขี้ยว

 

 

 

“ขี้โกงนักนะท่านอ๋องน้อย เจ้านอนหลับสบายเพราะได้ปลดเปลื้องความสุขสม แต่กลับปล่อยให้ข้าต้องทรมานอยู่คนเดียว”

 

“อื้ออ..”  เสียงครางเบาๆดังขึ้นพร้อมทั้งร่างเปลือยเปล่าขยับเข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งโดยไม่รู้ตัว

 

“ช่างเหมือนลูกแมวยิ่งนัก ออดอ้อนออเซาะข้าแต่เช้าแบบนี้ อยากโดนข้าทำโทษใช่หรือไม่”

 

“หืม?”

 

 

 

เมื่อได้ยินคำว่าทำโทษมาแว่วๆ ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาก็เบิกตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ และเมื่อใคร่ครวญความคิดที่กระจัดกระจายตอนตื่นนอนให้กลับมาได้ก็ยิ่งตกใจขึ้นไปอีกเมื่อพบว่า ตนเองไม่ได้สวมใส่อาภรณ์เลย แถมยังนอนกอดอยู่กับกษัตริย์หนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ที่เปลือยกายเช่นเดียวกันอีกด้วย!

 

 

 

“ปล่อยข้านะ!”

 

“หืม? เหตุใดถึงได้ดิ้นหนีข้าเล่า เมื่อครู่ ท่านอ๋องน้อยยังซุกกายพึ่งไออุ่นจากข้าอยู่เลยนะพะย่ะค่ะ”  พูดจาหยอกล้อกวนประสาทกันยังไม่พอ นิชคุณยังกระชับอ้อมกอดให้แนบแน่นยิ่งขึ้นอีกต่างหาก

 

“แต่ตอนนี้ข้ามิได้อยากพึ่งไออุ่นจากกายท่านแล้ว ได้โปรดปล่อยข้า”

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองพยายามดิ้นหนี แต่ยิ่งดิ้นเท่าไรร่างกายที่เปลือยเปล่าก็เสียดสีแนบชิดกับอีกคนมากขึ้นเท่านั้น เล่นเอาผิวกายเริ่มร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด แก้มกลมเปล่งสีระเรื่ออวดแก่สายตาคนขี้แกล้ง จนนิชคุณอดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงไปสูดดมความหอมละมุนบนแก้มเนียนรับอรุณ

 

 

“ฮื้อ..”

 

“แก้มเจ้าช่างนุ่มนิ่มยิ่งนัก ราวกับทารกน้อยก็มิปาน”

 

“เรื่องของข้า ได้โปรดปล่อยข้าก่อนเถิด หากนางกำนัลเข้ามาเห็นเข้า มันจะส่งผลเสียต่อท่านนะ”

 

“ผลดีต่อข้าต่างหาก ทุกๆคนจะได้รู้ว่าเจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวอย่างไรเล่า”

 

“ท่านช่างไร้ยางอายนัก”

 

“เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติในวังหลวง เจ้าหน้าบางเกินไปต่างหาก”

 

“แล้วเหตุใดข้าต้องหน้าหนาเหมือนท่านด้วยเล่า!”

 

 

 

ในที่สุดอ๋องน้อยอูยองก็สะบัดกายออกจากอ้อมกอดกำยำนั่นเป็นผลสำเร็จ ร่างน้อยลุกขึ้นนั่งไปได้ไม่เท่าไรก็ต้องเอามือมากุมขมับ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้มึนหัวแปลกๆและปวดหัวเหลือเกิน ที่สำคัญเรี่ยวแรงจะขยับกายต่อไปยังไม่เหลืออีกด้วย

 

 

 

“เมื่อคืนเจ้าดื่มเหล้าไปมาก ตื่นมาเจ้าเลยปวดหัว ข้าจะสั่งนางกำนัลต้มน้ำอุ่นๆบีบมะนาวใส่มาให้เจ้าดื่มแก้เมาค้าง” นิชคุณลุกขึ้นนั่งเคียงข้างร่างน้อยพร้อมทั้งเล่าให้ฟัง ก่อนจะรั้งคนตัวขาวเข้ามาใกล้ๆ

 

“มันจะหายหรือ?”  อูยองช้อนตาขึ้นถามก่อนจะขยับกายขึ้นไปนั่งบนตักกว้างอย่างรู้งาน ทำเอากษัตริย์หนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจพร้อมกระชับอ้อมกอดให้ร่างเปลือยเปล่ามาพิงแนบอก

 

“มันจะไม่หายสนิทเท่าไรนัก แต่มันจะทำให้เจ้ารู้สึกดีขึ้น เจ้านี่นะ ช่างดื้อรั้นนัก มินอาห้ามก็แล้ว ข้าห้ามก็แล้ว ยังจะรั้นดื่มเข้าไปอยู่ได้ ช่างประชดประชันเสียจริง”

 

“ประชดประชัน? ข้าดื่มเหล้าประชดประชันผู้ใด?”

 

“เจ้าจำไม่ได้เลยหรือ?”

 

“ข้า...ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”

 

 

กษัตริย์หนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมาทันทีเมื่อพบโอกาสในการกลั่นแกล้งคนน่ารัก

 

 

“น่าน้อยใจนัก เมื่อคืนข้าปรนเปรอความสุขให้เจ้าจนเต็มอิ่ม เจ้ากลับจำมันไม่ได้”

 

“ว...ว่าอย่างไรนะ! ปรนเปรออะไรกัน”  อ๋องน้อยอูยองเริ่มทำตัวไม่ถูก ใบหน้าเริ่มแดงก่ำลามมาถึงใบหูและต้นคอ สายตาตื่นๆลอกแลกๆไปมาช่างน่าแกล้งต่อให้ได้อายยิ่งนัก

 

“เจ้าไม่เชื่อหรือ? เมื่อคืนเจ้าร้องครางใต้ร่างข้าอย่างมีความสุข...”

 

“หยุดพูดนะ!! ข้า...ข้าไม่เชื่อท่าน!”  มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดหูตนเองเป็นพัลวัน ทำเอาเจ้าของตักนั้นแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

 

 

ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาช่างเขินได้น่ารักยิ่งนัก เห็นแบบนี้ยิ่งอยากจะแกล้งให้เขินมากขึ้นไปอีกจริงๆ

 

 

“มินอา! เข้ามาในห้องที”

 

“เพคะฝ่าบาท”  นางกำนัลของอูยองที่ยืนรอรับใช้อยู่หน้าห้องขานรับและค่อยๆเปิดประตูเข้ามา นางย่อตัวคำนับเจ้านายทั้งสองก่อนจะยืนรอรับฟังคำสั่ง แต่ด้วยความที่มินอาสนิทกับอูยองมาตั้งแต่เด็ก เวลาพูดจากันจึงจะไม่ค่อยมีความเกรงใจ ยิ่งเวลาได้พูดแกล้งเจ้านายตนเอง มินอายิ่งคิดว่าเป็นเรื่องสนุก

 

“อ๊ะ! ท่านอ๋องน้อยเป็นอะไรไปเพคะ ทรงประชวรหรือเพคะ เหตุใดพระพักตร์ถึงได้แดงก่ำเช่นนั้น”

 

“ฮ่าๆๆ ท่านอ๋องน้อยของเจ้ากำลังเขินอายกับความจริงอย่างไรเล่า”

 

“ท่านหยุดพูดเสียทีนิชคุณ!”

 

“ก็เจ้าไม่เชื่อข้า ข้าจึงเรียกมินอาเข้ามายืนยำคำพูดของข้าอย่างไรเล่า”

 

“ความจริงอะไรหรือเพคะฝ่าบาท”

 

“เรื่องเมื่อคืน”

 

“อ๋อ...”  นางพยักหน้ายิ้มๆกับกษัตริย์หนุ่มแล้วเหลือบไปมองท่านอ๋องน้อยแสนขี้อายของนางด้วยรอยยิ้มซุกซน

 

“ข้า...ข้าไม่อยากรื้อฟื้นแล้ว ความจริงจะเป็นเช่นไรก็ช่างมันเถิด”

 

“ความจริงที่ว่าเจ้าถูกข้าปรนเปรอความสุขให้จนเต็มอิ่มอย่างนั้นหรือ”

 

“เรื่องนั้นหาเป็นความจริงไม่! ข้า...ข้าไม่มีทางยอมให้ท่านทำแบบนั้นแน่..แม้...แม้ว่าข้าจะเมาก็ตาม”  ท่านอ๋องน้อยพูดตะกุกตะกักแบบไม่มั่นใจในตนเองเท่าไรนัก เพราะเมื่อคืนได้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจริงๆ มือน้อยๆดึงผ้าห่มคลุมกายมาจนถึงต้นคอเพื่อปกปิดความเขินอาย

 

“มินอาเป็นพยานให้ข้าได้นะท่านอ๋องน้อย”

 

“ม...มินอา เจ้าก็อยู่ในห้องนี้งั้นหรือ?”

 

“หาใช่ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ยืนอยู่ด้านนอกกับชานซองและจุนโฮเพคะ”

 

“ทีนี้ใครจะมาเป็นพยานให้ท่าน”  อ๋องน้อยอูยองมุ่ยหน้าไปค้อนแก่กษัตริย์หนุ่มอย่างได้อกได้ใจ

 

“ก็มินอาอย่างไรเล่า”  กษัตริย์หนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“แต่นางมิได้อยู่ในห้องนี้กับเรา!”

 

“แหม...ท่านอ๋องน้อยเพคะ แม้ว่าหม่อมฉันจะไม่ได้อยู่ในห้องบรรทมด้วย แต่ทว่าเสียงครางของท่านอ๋องน้อยก็ดังลั่นออกไปถึงข้างนอกเสียขนาดนั้น จนพวกหม่อมฉันสามคนยืนหน้าแดงแข่งกันอยู่ข้างนอกเลยนะเพคะ คิกๆๆ”

 

“มินอา!!”

 </