.
 
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: Timeless – Xiah Junsu ft.Jang ri in 

 

 

 

Note :: มาแล้ว ฟิคพีเรียดย้อนยุคสไตล์ภาษาห้วนๆห่ามๆของเรา คิดถึงท่านอ๋องน้อยกันมั้ยคะ ตอนนี้ก็น่ารักน่าเอ็นดูตามเคยค่ะ และทั้งหมดในฟิคเรื่องนี้เราสมมุติขึ้นนะคะ

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบทยอดดวงใจ  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๔ 

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยขยับกายและพลิกตัวอย่างสะลึมสะลือ รู้สึกถึงอาการปวดหนึบบนศีรษะราวกับถูกหินขนาดใหญ่กลิ้งทับ ร่างน้อยพลิกหงายกายมองเพดานอย่างเลื่อนลอย เตียงนอนหนานุ่มถูกม่านบางเบากั้น ดวงตาใสแจ๋วกวาดมองไปรอบๆและรู้สึกว่า ในห้องนี้จะโอนเอนเพียงเล็กน้อยบ่งบอกว่า ตนไม่ได้เดินทางอยู่บนผืนดิน

 

 

“มินอา..มินอาเจ้าอยู่แถวนี้หรือไม่”

 

“เพคะท่านอ๋องน้อย ท่านอ๋องน้อยทรงฟื้นแล้วหรือเพคะ”

 

“เราเป็นอะไรไปหรือ ทำไมถึงได้รู้สึกปวดหัวเช่นนี้”

 

 

นางกำนัลสาวค่อยๆคลานเข่าเข้ามาใกล้เตียงนอน หยิบหมอนอิงตั้งขึ้นแล้วค่อยๆขยับกายอ๋องน้อยอูยองให้พิงแผ่นหลังลงไป

 

 

“เพราะอากาศที่ธารดารากำลังย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเพคะ อากาศช่วงนี้เย็นนัก ท่านอ๋องน้อยของหม่อมฉันเลยป่วยขึ้นมาอย่างไรเล่าเพคะ อีกอย่าง ท่านอ๋องน้อยก็ทรงไม่เคยเดินทางรอนแรมต่างเมืองพระวรกายเลยอ่อนเพลียเป็นธรรมดา เมื่อสองวันก่อน หม่อมฉันปลุกเท่าไรก็มิทรงยอมตื่น และผิวกายก็ร้อนดั่งไฟสุม หม่อมฉันตกใจแทบแย่เลยนะเพคะ”

 

“เราขอโทษที่ทำให้เจ้าตกใจอีกครั้งนะมินอา แต่ตอนนี้เราอยู่ที่ใดกันหรือ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าอากาศที่ธารดาราเย็นนัก แสดงว่าเราอยู่ในเขตแดนของธารดาราแล้วใช่หรือไม่”

 

“เพคะท่านอ๋องน้อย”

 

“แล้วใครพาเรามาที่ห้องนี้”

 

“ห้องนี้คือห้องบรรทมใหญ่บนเรือเพคะ”

 

“เรือ??”

 

“เพคะ เรากำลังเดินทางโดยเรือขนาดใหญ่ และคนที่พาท่านอ๋องน้อยขึ้นมาคือกษัตริย์นิชคุณเพคะ”

 

“...........”

 

 

 

กลีบปากบางเม้มแน่นเมื่อได้ยินนามของคนที่ตนเกลียด นิชคุณ! ชายผู้นั้นลงโทษเขาในแม่น้ำนั่น แล้วยังพูดจาหยาบโลนให้อูยองได้อาย แต่ยิ่งไปกว่านั้น ชายผู้นั้นเอาชนะเขาได้ทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะทำอะไรจางอูยองก็พ่ายแพ้จนหมดรูป

 

 

“ท่านอ๋องน้อยยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่เพคะ”

 

“เราปวดหัวนิดหน่อยน่ะมินอา แต่เราไม่อยากนอนอุดอู้อยู่ในนี้ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเราอยู่บนเรือขนาดใหญ่ เกิดมาข้ายังไม่เคยขึ้นเรือใหญ่เลยสักครา ข้าอยากออกไปชมทิวทัศน์นอกเรือยิ่งนัก”

 

 

 

นางกำนัลมินอาทำหน้าลำบากใจ เพราะรู้สึกว่าท่านอ๋องน้อยของนางเริ่มจะซุกซนแล้ว แต่ทว่า คำสั่งของกษัตริย์แห่งธารดารานั้นก็สำคัญยิ่งนัก

 

 

 

“แต่ฝ่าบาททรงรับสั่งว่า ให้ท่านอ๋องน้อยนอนพักอยู่แต่ในนี้ อย่าได้ออกไปโดนลมหรือไอน้ำด้านนอกนะเพคะ”

 

“เราหายแล้ว มินอา แม้แต่เจ้าก็หมดความจงรักภักดีต่อเราแล้วเช่นนั้นหรือ เพราะเราไม่ใช่ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาแต่เป็นเพียงแค่ตัวประกันของพวกต่างเมืองใช่หรือไม่”

 

“ท..ท่านอ๋องน้อย หาเป็นเช่นนั้นไม่เพคะ หม่อมฉันยังจงรักภักดีต่อท่านอ๋องน้อย แต่ทว่า พระวรกายของท่านอ๋องน้อยก็สำคัญยิ่งนะเพคะ”

 

“เจ้าบอกว่าร่างกายเรานั้นสำคัญ แล้วจิตใจของเราไม่สำคัญหรืออย่างไร”

 

 

 

ท่านอ๋องน้อยผู้มีความเป็นเลิศเชิงวาจาวาทะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อจนนางกำนัลมินอานั้นรู้สึกผิด หัวใจนางเจ็บปวดกับวาทะเสียดแทงนั่นจนตัวสั่นและทำอะไรไม่ถูก และเหมือนมีระฆังดังขึ้นช่วยชีวิต เมื่อเจ้าเหนือหัวทั้งปวงเดินเข้ามาในห้องบรรทม

 

 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

 

“เจ้าออกไปก่อน”

 

“เพคะ”

 

“มินอา! เจ้าคิดจะทิ้งเราจริงๆน่ะหรือ ที่แท้ เมื่อครู่เจ้าก็โกหกข้า”

 

 

 

ร่างน้อยสั่นระริกถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางชิดผนัง แววตาสั่นไหวแต่ก็ยังปนไปด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับจะพุ่งเข้าต่อสู้แม้กำลังจะพ่ายแพ้นั่น ช่างดูยั่วยวนเรียกร้องอยากให้พุ่งเข้าไปกดร่างน้อยลงบนเตียงแล้วจัดการฉีกทึ้งอาภรณ์ที่ห่อหุ้มกายออกยิ่งนัก นิชคุณระงับอารมณ์ร้อนที่พลุ่งพล่านในใจ เขายังไม่อยากให้เหยื่อแสนหวานตัวน้อยต้องตื่นกลัวไปมากกว่านี้ จะค่อยๆลิ้มรสอย่างช้าๆ ปรนเปรอความซาบซ่านให้ จนเหยื่อตัวน้อยหยุดการดิ้นรนขัดขืนไปเอง

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อยเพคะ”

 

“ข้าสั่งให้ออกไปก่อน แล้วข้าจะจัดการเอง”

 

“หม่อมฉันทูลลาเพคะฝ่าบาท ทูลลาเพคะท่านอ๋องน้อย”  นางกำนัลย่อตัวแล้วรีบออกไป

 

“อย่าไปนะ”

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองร้องเรียกแต่ทว่าประตูห้องนอนก็ถูกปิดลง ความทรงจำที่ถูกชายคนนี้รังแกยังฉายชัดอยู่ในสมอง อูยองหดปลายเท้าเข้าหากายจนหัวเข่าแนบชิดกับหน้าอก มือเล็กโกยเอาผ้าห่มขึ้นมากองไว้กำบังร่างกายตนเอง สายตาตวัดกร้าวไปหาฝ่ายตรงข้าม

 

 

 

“หากท่านอ๋องน้อยอยากให้นางรู้ว่าเราทำอะไรกัน กระหม่อมจะสั่งให้นางเข้ามานั่งเฝ้าอีกครั้งก็ได้นะพะย่ะค่ะ”

 

“ท..ท่านจะทำอะไรข้า อย่าเข้ามานะ!”  อูยองร้องห้ามเมื่ออีกฝ่ายนั่งลงบนเตียงเดียวกัน

 

“ก็ลงโทษเด็กน้อยแสนซน ที่ตื่นมาก็เริ่มจะก่อเรื่องอย่างไรเล่า”

 

 

 

มือหนาสอดหายเข้าไปในผ้าห่ม เจอปลายเท้าเล็กที่ถูกสวมโดยถุงเท้าจากผ้าเนื้อดี อ๋องน้อยอูยองพยายามถดกายหนี แต่ก็ถูกมือแกร่งคว้าข้อเท้าเอาไว้มั่นจนสะบัดอย่างไรก็หลุดไม่พ้น ครั้นจะใช้เท้าอีกข้างถีบคนขี้แกล้งออกก็ขยับได้ไม่สะดวกนัก เพราะกองผ้าห่มที่โกยมานั้นเป็นอุปสรรคต่อการดิ้นรนเหลือเกิน

 

 

“อ๊ะ!”

 

“เสียงเจ้าช่างไพเราะนัก”

 

“ปล่อยเท้าข้านะ!”

 

“ท่านอ๋องน้อยทรงลืมไปแล้วหรือ เพลาจะนั่งสนทนากับข้า จะต้องนั่งที่ใด”

 

“ไม่เอา..”

 

“หรือจะให้ข้าทวนบทลงโทษเหมือนในแม่น้ำในคืนนั้นอีกกัน”

 

“ไม่..ข้า..ข้าจำได้”

 

“ที่ใด”

 

“ต..ตัก...บนตักท่าน”

 

“แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังนั่งห่างกายข้าเป็นวาเยี่ยงนี้”

 

 

เพราะกลัว! จางอูยองกำลังหวาดกลัวว่าจะถูกคุกคามอย่างเอาแต่ใจอีก แต่เมื่อสบตาเข้ากับแววตาคมกริบ ตัวเขาก็หยุดดิ้นราวกับโดนตรึงเอาไว้ ลมหายใจหอบน้อยๆ ก่อนจะหลับตาแล้วตั้งสติ อูยองจำได้ว่าคราวก่อนตนออดอ้อนด้วยวาจาไพเราะกับคนผู้นี้จึงได้ถูกปล่อยตัวและนิชคุณก็ไม่แตะต้องอะไรเขาอีกเลย ครานี้เขาจะลองดูอีกสักครั้ง

 

 

 

“ฝ่าบาท พระองค์เองก็เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เปี่ยมได้ด้วยคุณธรรมและจิตใจเมตตา เหตุใดต้องมารังแกคนต่ำต้อยเยี่ยงกระหม่อมเล่าพะย่ะค่ะ” คำพูดคำจาเป็นทางการของอ๋องน้อยอูยองทำให้กษัตริย์หนุ่มขมวดคิ้วพร้อมทำหน้าบึ้ง อูยองจึงรู้ว่าตนนั้นพูดจาห่างเหินกับคนตรงหน้ามากเกินไปเสียแล้ว

 

“การที่ข้าให้เจ้านั่งตักข้า มันไม่ได้เป็นการรังแกเลยนะจางอูยอง อีกอย่างตักของกษัตริย์แห่งธารดารามีเจ้าเท่านั้นที่นั่งได้แต่เพียงผู้เดียว

 

“............................”  อ๋องน้อยอูยองนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ฟัง

 

“...........................”

 

“เช่นนั้น ฝ่าบาททรงสัญญากับข้าได้หรือไม่พะย่ะค่ะ”

 

“สัญญาอะไรหรือ”

 

“หากข้ายอมนั่งตักท่านแล้ว ท่านจะไม่ลวนลามข้าบนตักท่าน”

 

“ข้าสัญญา”

 

 

 

อ๋องน้อยอูยองจ้องหน้าอีกฝ่ายโดยไม่ลดละ แต่ความแน่วแน่แห่งคำสัญญานั่นก็ทำให้อูยองเบาใจ มือเล็กขยับผ้าห่มออกจากกาย ก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้กับร่างสูงที่นั่งรออยู่ ร่างน้อยเคลื่อนกายไปนั่งบนตักกว้างอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อทิ้งกายลงนั่งแล้วก็ยังเกร็งอยู่