.
 
 
.
 
 
.
 
 
ใครที่รับฟิคเอง เจอกันพรุ่งนี้นะคะ ^O^
 
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: Timeless – Xiah Junsu ft.Jang ri in 

 

 

 

Note :: ทุกอย่างในเรื่องนี้คือสิ่งที่เราสมมุติขึ้นนะคะ แต่อูยองน่ารักคือเรื่องจริงที่สุดค่ะ แอร๊ยยยยยย (อวยตล๊อดดดด) และเนื้อเรื่องจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปค่ะ ไม่รีบ เพราะนี่แค่ภาคแรก

 

 

 

ดวงใจ จอมราชันย์ 

ภาคปฐมบทยอดดวงใจ  

ตอน  องค์ประกันแห่งธารดารา  ๓ 

 

 

 

ตาเรียวค่อยๆปรือขึ้นแววตาใสแจ๋วเปล่งประกายงุนงง ร่างกายรู้สึกปวดเมื่อย และตอนนี้อ๋องน้อยอูยองเพิ่งจะคิดออกว่าตนเองอยู่ที่ไหน บนพลับพลารถม้าที่โคลงเคลงไปมาจนน่าเวียนหัว ภายในตกแต่งหรูหราสมฐานันดรของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พลับพลาเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ที่มีเพียงบรมกษัตราเพียงเท่านั้นถึงจะนั่งได้ อ๋องน้อยอูยองเคยนั่งรถม้าแบบนี้ไปกับท่านพี่แทคยอน แต่การตกแต่งภายในรถคันนี้ยังมีจุดแตกต่างจากที่เคยนั่งมากมายนัก

 

 

 

“อืม”  อ๋องน้อยอูยองครางเบาๆเมื่อพลิกตัว เพราะตอนนี้รู้สึกว่าเหนื่อยล้าเหลือเกิน คงเพราะเขาเองนอนหลับไม่ได้สติในรถม้าเป็นเวลานานกระมัง

 

“ท่านอ๋องน้อย! ท่านอ๋องน้อยทรงฟื้นแล้วหรือเพคะ”

 

“มินอาหรือ?”

 

“เพคะท่านอ๋องน้อย หม่อมฉันเอง โธ่..ท่านอ๋องน้อยของหม่อมฉัน หม่อมฉันร้อนใจเหลือเกิน ท่านอ๋องทรงสลบไปสามวันเต็มๆเลยนะเพคะ ฮึก..”

 

“สามวันเลยหรือ?”

 

“เพคะ ฮึก..หม่อมฉันกลัวว่าท่านอ่องน้อยจะเป็นอะไรไป ท่านอ๋องทรงกระหายน้ำหรือไม่เพคะ นี่เพคะ ทรงเสวยน้ำก่อนนะเพคะ”

 

 

 

นางกำนัลคนสนิทใช้แพรพกเช็ดน้ำตา ก่อนจะรีบไปเทน้ำจากเหยือกกระเบื้องลงในแก้วใบเล็ก แล้วค่อยๆช้อนต้นคอของท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาขึ้นช้าๆ ก่อนจะนำน้ำในแก้วยื่นไปใกล้ๆริมฝีปากบาง อ๋องน้อยอูยองดื่มน้ำในนั้นอย่างหิวกระหาย จนนางกำนัลมินอาต้องรินเพิ่มอีกแก้ว

 

 

 

“ตอนนี้เราอยู่ที่ใด”

 

“คือ..”

 

 

“อยู่ในพลับพลารถม้าของข้า”

 

เสียงที่ดังขึ้นจากด้านข้างทำเอาอ๋องน้อยอูยองสะดุ้งและหันไปมอง

 

“ท่าน!!”

 

 

 

แก้มกลมๆเป็นสีระเรื่อขึ้นมาทันใดเมื่อประสบเข้ากับแววตาเจ้าเล่ห์ดุจสัตว์ป่าหิวกระหายที่พร้อมจะพุ่งเข้าตะครุบเหยื่อตัวน้อย อูยองยังจำได้ดี ก่อนที่ตนเองจะสลบไป ผู้ชายตรงหน้าได้กระทำการจาบจ้วงตนบนหลังม้าอย่างน่าโมโหยิ่งนัก แววตาที่ใสประดุจลูกกวางตวัดค้อนไปให้แก่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเบาพรมขนสัตว์หนานุ่มสมฐานะทันที แต่เมื่อมานึกขึ้นได้ว่า ตนเองเป็นแค่ท่านอ๋องอนุชากษัตริย์แห่งอาทิติยาและได้ถูกมารดาอบรมบ่มนิสัยมาอย่างดี อ๋องน้อยอูยองจึงลุกขึ้นยืนคำนับอย่างนอบน้อม

 

 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

 

“หืม? กิริยามารยาทดีนี่ นั่งลงเถิดท่านอ๋องน้อย ทำตัวให้สบาย”

 

จางอูยองจึงนั่งลงตามแบบที่ติดเป็นนิสัยมาแต่เด็ก

 

“นั่งทับส้น?”

 

“การที่กระหม่อมนั่งทับส้น มันผิดกฎมณเฑียรบาลของธารดาราหรือพะย่ะค่ะ”

 

 

 

นิชคุณยกยิ้มอย่างพึงพอใจ กิตติศัพท์ด้านการพูดจาหลักแหลมเฉลียวฉลาดของท่านอ๋องน้อยผู้นี้ คงจะไม่ใช่แค่คำคุยแล้วกระมัง แต่การที่เขาถามนั่นก็เพราะว่า ไม่มีบุรุษหรือสตรีคนไหนที่จะนั่งทับส้นแล้วประสานมือวางทับกันบนหน้าตักแบบนี้ต่างหากเล่า

 

 

 

“ไม่ผิดหรอกท่านอ๋องน้อย เพียงแต่ข้าไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง”

 

“ท่านแม่ของกระหม่อมสอนให้หัดนั่งตั้งแต่เด็กพะย่ะค่ะ และหม่อมฉันก็ติดนิสัยมาจนบัดนี้”

 

“ข้าไม่ว่าอะไรหรอก ดูแล้วก็น่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย”

 

 

 

น้ำเสียงแอบแฝงด้วยเลศนัยมากมายถูกเปล่งออกมาจนทำให้คนฟังขนลุกชัน แต่อ๋องน้อยจางอูยองก็ยังรักษาท่าทีสงบเสงี่ยมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี มีเพียงแก้มกลมที่ขึ้นสีระเรื่ออวดแก่สายตาคนอื่นเท่านั้นที่เจ้าตัวไม่สามารถควบคุมมันได้

 

 

 

“ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะพากระหม่อมและนางกำนัลไปที่ใดพะย่ะค่ะ”

 

“อย่าใช้วาจาห่างเหินกับข้าเยี่ยงนั้นเลยท่านอ๋องน้อย เราสองคนยังไงเสียก็สนิทแนบแน่นกันแล้ว”

 

“ท่าน!!”

 

“เห็นทีท่านอ๋องน้อยจะใช้วาจาสนิทสนมกับข้าเพลาโกรธอย่างเดียวเสียกระมัง”

 

“มิได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นเพียงอ๋อง มิอาจเทียบเคียงกับผู้ที่เป็นกษัตริย์เยี่ยงฝ่าบาท”

 

“แต่เจ้าเป็นกรณียกเว้น จากนี้ไป เราสองคนจะสนทนาด้วยวาจาที่สนิทสนมกัน”

 

“หม่อมฉันขัดคำสั่งได้หรือไม่พะย่ะค่ะ”

 

“ไม่ได้ เพราะเจ้าจะต้องไปอยู่ในเขตการปกครองของข้า ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งข้า จากนี้ไป เจ้าคือองค์ประกันแห่งธารดารา”

 

“..!!!!!”

 

“อย่าตกใจไปเลยจางอูยอง เจ้าคิดว่าที่ข้าชิงตัวเจ้ากับนางกำนัลของเจ้ามา ก็เพื่อจะนำตัวกลับไปส่งแก่พี่ชายเจ้างั้นหรือ ข้าไม่ทำการอันใดโง่ๆเช่นนั้นแน่นอน ท่านอ๋องน้อยที่ถูกฟูมฟักเลี้ยงดูมาท่ามกลางความรักอันบริสุทธิ์ในวังหลวงแห่งอาทิติยา ล้วนแล้วแต่เป็นที่ต้องการทั้งนั้น คนอย่างข้า ไม่คิดจะเดินทางรอนแรมมาไกลแสนไกลเพื่อจะช่วยเจ้ากลับสู่อ้อมอกพี่ชายเจ้าหรอกนะ จะกระทำการอันใด ย่อมต้องหวังผลตอบแทนแน่นอน”

 

“แท้จริงแล้ว ท่านก็เหมือนกษัตริย์แห่งจันทรานที!”

 

“ถูกแล้ว ข้าหมายใจจะให้เจ้าไปเป็นคนของข้าอย่างไรเล่า”

 

“......”  ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาส่ายหน้าไปมาอย่างหมดแรง

 

“มินอา”

 

“เพคะ”

 

“เจ้าออกไปข้างนอก หากข้าไม่เรียก ไม่ต้องเข้ามา”

 

“เอ่อ...”

 

“ข้าคือกษัตริย์แห่งธารดารา เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ?”

 

“พ...เพคะฝ่าบาท ท่านอ๋องน้อย หม่อมฉันทูลลานะเพคะ”

 

 

 

เมื่อนางกำนัลออกไปจากรถม้าแล้ว พลับพลาขนาดกว้างแห่งนี้ก็เหลือเพียงกษัตริย์แห่งธารดาราและท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาสองคน

 

 

 

“ท่านอ๋องน้อย จงมานั่งข้างกายข้า”

 

“กระหม่อมมิบังอาจ”

 

“ข้าสั่ง!”

 

“...............”

 

 

 

จางอูยองรู้ดีว่า หากขัดคำสั่งแล้ว คนอื่นจะต้องเดือดร้อนเพราะตนเป็นแน่ จึงขยับกายไปนั่งลงใกล้ๆกับคนเจ้าเล่ห์เพียงเท่านั้นไม่ได้นั่งข้างกายแต่อย่างใด แต่มีหรือเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อบริสุทธิ์จะตามทันเล่ห์เหลี่ยมของคนที่เจนจัดได้ นิชคุณเอื้อมมือมาคว้าต้นแขนเล็กแล้วกระชากเข้าหาอกกว้าง ช้อนตัวร่างน้อยขึ้นเล็กน้อยแล้วจับให้นั่งลงบนตักของตนเอง

 

 

 

“ฝ่าบาท!!”

 

“อย่าเรียกข้าเช่นนั้น”

 

“ท่าน! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!”

 

“ร่างกายของท่านอ๋องน้อยช่างหอมหวนและนุ่มนิ่มดีเหลือเกิน พี่ชายของเจ้าคงจะเลี้ยงดูมาอย่างดีใช่หรือไม่”

 

“มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน ได้โปร