.

.

.

กด F5 ด้วย ธีมบล็อกใหม่ ไฉไลรับวันเกิดน้องแก้ม

HAPPY BIRTHDAY JANG WOOYOUNG !!

 

ดีเลย์มาหนึ่งวัน แม่ขอโทษนะลูกกก แม่ป่วยจริงๆจังๆ พยายามแต่งฟิคมาสังเวย ชะเอิงเอย

ไม่เม้นฟิคเราไม่ว่า แต่ใครไม่เม้นอวยพรวันเกิดลูกเรา เราขอให้น้องแก้มไม่รัก 55555+

 

และเปิดจองฟิคชั่นโปรเจคแล้วนะคะ ในเอนทรี่ที่แล้วเลย!

 

. 

 

. 

 

. 

 

 

Title :: ดวงใจ จอมราชันย์

Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Gente :: Dark Romance

Rate :: PG – 13

Theme song :: Timeless – Xiah Junsu ft.Jang ri in  <<  คลิกไปฟังประกอบ

 

 

 

 

Note :: มาแนวไหนอะไรยังไง งงตัวเอง ฮ่าๆๆๆ ไว้พี่ชินเขียนฟิคโปรเจคเสร็จก่อนแล้วค่อยให้ปรู๊ฟตอนต่อไป (เรามัดมือชกใครจะทำไม)

 

 

 

   

 

 

 

 

  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

๒๙ เมษายน ๒๔xx ณ วังหลวงแห่งเมืองอาทิติยา

 

ข้าราชบริพารต่างตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย วันรุ่งพรุ่งนี้วังหลวงมีงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ และยิ่งไปกว่านั้น ทั่วทั้งเมืองหลวงอาทิติยาก็ต่างกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานนี้เช่นกัน ท้องถนนต่างก็ประดับประดาไปด้วยริ้วผ้าหลากสี โคมไฟสีแดง ธงรูปดวงอาทิตย์ร้อนแรงประจำตัวองค์กษัตริย์แห่งอาทิติยา ภายในวังนางกำนัลทั้งหลายที่มีหน้าที่แตกต่างกันไปก็กำลังขะมักเขม้นทำงานที่ได้รับ เหล่าองครักษ์ที่ต้องคุ้มกันความปลอดภัยตามที่ต่างๆก็เร่งรีบไปประจำตามตำแหน่ง เนื่องจากในเมืองหลวงมีงาน และองค์ราชาจะเสด็จพบปะเหล่าราษฎร์ เวรยามคุ้มกันจึงต้องรัดกุม

 

องค์ราชาหนุ่มกำลังนั่งเคร่งเครียดในห้องโถงว่าราชกิจบ้านเมืองกับราชครูคนสนิท หลังจากที่เหล่าขุนนางฝ่ายต่างๆมารายงานเรื่องบ้านเมืองและงานจัดเลี้ยงที่จะมีขึ้นในพรุ่งนี้ เขาก็ตัดสินใจไล่ทุกคนไปทำงานของตนเองต่อ และอยู่คุยกับราชครูคิมจุนซูเพียงลำพัง

 

 

 

“ฝ่าบาท เรื่องของท่านอ๋องน้อย ทรงตัดสินพระทัยได้แล้วใช่หรือไม่พะยะค่ะ”

 

องค์ราชาหนุ่มถอนใจก่อนจะพูดขึ้น

 

“ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าหากมีแค่เราสองคน เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดห่างเหินเกินไปกับข้า”

 

“แต่พระองค์ทรงเป็นถึง...”

 

“แต่เจ้าคือสหายร่วมเป็นร่วมตายกับเรานะ คิมจุนซู”

 

“ถึงกระนั้นหม่อมฉันก็มิบังอาจ”

 

“เฮ้อ..เอาล่ะๆ ข้าไม่อยากบังคับใจเจ้าแล้ว ข้าคืออ๊กแทคยอน ผู้ครองเมืองอาทิติยา แต่มิสามารถสั่งให้ลูกน้องทำตามได้ มันน่าขายหน้ายิ่งนัก”

 

“พระองค์อย่าทรงตรัสเยี่ยงนั้นเลยพะยะค่ะ หม่อมฉันคิดว่าเราควรมาคุยเรื่องของท่านอ๋องน้อยกันก่อนเถิด”

 

 

เมื่อจุนซูพูดมาดังนั้น อ๊กแทคยอนกษัตริย์หนุ่มก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมา ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับน้องชายสุดรักดั่งดวงใจ ก็ทำให้แทคยอนพร้อมที่จะสละเรื่องไม่เป็นเรื่องหรือแม้กระทั่งเรื่องบ้านเมืองที่สำคัญทิ้ง เพื่อทุ่มเวลา กายและใจให้แก่เรื่องของท่านอ๋องน้อยพระอนุชา

 

 

“วันพรุ่ง เป็นงานเฉลิมฉลองครั้งสุดท้าย ที่ข้าจะจัดให้แก่น้องชายของข้า”

 

“ท่านอ๋องน้อยจะมีพรชนมายุครบ ๒๒ ชันษาในวันรุ่ง งานเลี้ยงต่างๆที่ตื่นตาตื่นใจคงทำให้ท่านอ๋องน้อยพอพระทัยและยิ่งรักพระองค์”

 

“แต่ข้า ก็จะทำให้เขาต้องเสียใจและผิดหวัง”

 

“หากฝ่าบาทอธิบายให้ท่านอ๋องน้อยได้เข้าพระทัย หม่อมฉันคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร อาจจะทรงไม่พอพระทัยบ้าง แต่ความฉลาดและปราดเปรื่องของท่านอ๋องน้อยจักต้องทำให้ท่านอ๋องน้อยคลายความไม่พอพระทัยแก่พระองค์เป็นแน่”

 

ถึงอย่างนั้น อ๊กแทคยอนก็ยังร้อนรน

 

 

ตั้งแต่ได้ขึ้นครองราชย์หลังจากที่พระบิดาสิ้นพระชนย์ งานล้นมือมิได้ห่างหาย หนำซ้ำพระมารดาและสนมเอกของท่านพ่อก็ยังมาสิ้นบุญตามไปติดๆ แทคยอนก็เหลือเพียงน้องชายต่างแม่ที่เป็นพระญาติคนสำคัญเคียงกาย ท่านอ๋องน้อยของวังที่มีแต่คนรักใคร่เอ็นดู ถึงแม้จะคนละแม่ แต่แทคยอนก็รักเหมือนน้องชายร่วมสายเลือด ตามอกตามใจมิให้แหนงหน่าย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสุขของน้องชาย ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด อ๊กแทคยอนก็พร้อมจะให้ได้ แต่ทว่า ด้วยความที่ตนเป็นถึงกษัตริย์ ต้องคำนึงถึงบ้านเมืองและความสุขของไพร่ฟ้าชาวประชาเป็นสำคัญ เรื่องส่วนตัวจึงจำต้องลดไว้ข้างกาย

 

หากมิเช่นนั้น สงครามครั้งใหญ่ก็จะบังเกิดขึ้นที่เมืองหลวงของอาทิติยา 

 

ระหว่างการล้มตายของไพร่ฟ้าจากสงคราม กับความขุ่นเคืองพระทัยที่ตนจะได้รับจากน้องชาย แทคยอนต้องเลือก

 

 

การเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างเมืองต่างๆ ล้วนมีมาแต่ช้านาน เมืองเล็กต้องมีของบรรณาการแก่เมืองที่ใหญ่กว่า แต่อาทิติยาก็หาใช่เป็นเมืองน้อย อำนาจบารมีของแทคยอนเกรียงไกรมิแพ้ผู้ใดในใต้หล้า แต่หามีแค่อาทิติยาที่เป็นเมืองสำคัญไม่ แคว้นจักรา** อันยิ่งใหญ่มีสามเมืองใหญ่ที่ปกครองไพร่ฟ้าในอาณาเขตของตน สามเมืองที่จะพยายามยกตัวขึ้นเป็นใหญ่เหนือเมืองอื่นๆ คือ

 

อาทิติยา , ธารดารา และ จันทรานที 

 

(*อ่านว่า อา-ทิ-ติ-ยา , ทาน-ดา-รา , จัน-ทะ-รา-นะ-ที)

 

 

หากกษัตริย์ผู้แสนรอบคอบทั้งสามหาได้ต้องการเป็นใหญ่ด้วยกำลังสงครามไม่ การเสียกำลังไพร่พลเป็นเรื่องรองหากทำการรบด้วยปัญญากันมิสำเร็จต่างหาก ดังนั้น จันทรานทีจึงเริ่มมีแผนเจริญสัมพันธไมตรีกับอาทิติยาก่อน เพราะว่าในสามเมืองนี้ต่างก็รู้ดีว่า แท้จริงแล้ว กษัตริย์ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นคือกษัตริย์แห่งธารดารา จันทรานทีจึงเร่งมีสัมพันธ์อันดีกับอาทิติยาตัดหน้า หวังรวมเป็นหนึ่งแล้วเข้าต่อกรกับธารดารา

 

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้อ๊กแทคยอนเครียดอยู่ในเวลานี้ กษัตริย์แห่งจันทรานทีช่างมีกลอันแยบยลนัก และหากเขาไม่ยอม สงครามระหว่างอาทิติยาและจันทรานทีก็จะเริ่มขึ้น

 

 

เชวซึงฮยอน แห่งจันทรานที ช่างร้ายกาจ ใช้แผนการเจริญสัมพันธไมตรีบังหน้า ทำไมข้าจะไม่รู้ว่ามันต้องการใช้น้องชายข้าเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับข้า”

 

“แต่เหล่าเสนาทั้งหลายต่างมีความเห็นพ้องแล้วว่า ให้พระองค์ทรงมอบท่านอ๋องน้อยไปพำนักที่จันทรานทีเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี”

 

“นี่คือส่งที่ข้ากังวลใจไงเล่าจุนซู...”

 

 

ยังไม่ทันได้พูดต่อ เสียงนางกำนัลหน้าประตูห้องก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

 

“ท่านอ๋องน้อยเสด็จ!”

 

 

ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก ร่างน้อยที่สวมอาภรณ์สีอ่อนงามตา ก็วิ่งเข้ามาหากษัตริย์หนุ่มอย่างเคยชิน รอยยิ้มที่พรายบนใบหน้าทำให้แทคยอนปัดความกังวลเมื่อครู่ทิ้ง ไม่อยากให้สงสัยและไม่อยากเป็นเหตุให้รอยยิ้มนั้นห่างหายไปจากใบหน้าน้องรัก แก้มกลมเนียนขาวโดดเด่นบนใบหน้า เรียกให้ใครต่อใครมองจนหลงใหล ตาเรียวขี้เล่นซุกซนที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังมีประกายใสแจ๋วราวกับลูกกวางแรกเกิด โครงหน้าทั้งมวลล้วนแล้วแต่ให้ใครต่อใครนึกรักและเอ็นดู

 

 

“ถวายพระพรท่านพี่”  ร่างน้อยถวายบังคมเสร็จแล้วจึงเดินเข้าสู่อ้อมกอดคนเป็นพี่ชาย

 

“ว่ายังไงหรือ ท่านอ๋องน้อยจางอูยอง”  แทคยอนประคองแก้มกลมให้เงยหน้าขึ้นมามองตน เพราะรู้ดีว่า ท่านอ๋องน้อยผู้นี้คงมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟัง และคงไม่พ้นเรื่องสนุกๆที่ตนไปเจอมา

 

“อูยองได้ยินว่าท่านว่าราชการบ้านเมืองเสร็จแล้ว จึงมาเข้าเฝ้า แต่ดูท่าทางท่านพี่ยังมีเรื่องต้องคุยกับท่านราชครู..”

 

“พี่คุยเสร็จแล้ว อูยองอยากจะเล่าอะไรให้พี่ฟังใช่หรือไม่”

 

“เจ้าค่ะ”

 

 

คำพูดคำจาที่ท่านอ๋องน้อยผู้น่ารักมักจะใช้กั