[SF] Don't Mean Like That

posted on 14 Feb 2011 23:09 by secrecy-time in KHUNYOUNG
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: Don’t mean like that

Status :: one shot

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring  ::  Nichkhun x Wooyoung

Genre :: Romantic

Rate :: PG -13

Theme song :: พูดไม่คิด – Seasonfive << คลิกไปฟัง

 

 

Note :: มันเป็นฟิคที่ไม่เกี่ยวกับวาเลนไทน์ และหลังๆก็ไม่เกี่ยวกับชื่อเรื่อง สนองนี้ดตัวเองล้วนๆ ไม่ได้แกล้งลูกนาน คราวนี้โมเอ้จัดหนักเลยทีเดียว โอวววว..

 

 

 

Don’t Mean Like That !

[ For Valentine Day ]

 

 

 

 

เหนื่อย.. 

 

ตอนนี้จางอูยองเหนื่อยโคตรๆ หลังจากที่กลับจากกองถ่ายละครมหาโหดสองวันติดเขาได้นอนนับชั่วโมงได้ ด้วยความที่เพิ่งเล่นละครเรื่องแรกและต้องเตรียมตัวมากมาย สมาชิกแก้มป่องของทูพีเอ็มจึงต้องฝึกหนักเป็นพิเศษแถมยังได้รับความกดดัน คำติเตียนจากทีมงานเยอะกว่าใคร พอเปิดประตูหอพักเข้ามาได้ก็แทบจะถลาลงไปนอนกับพื้นให้มันรู้แล้วรู้รอด น้ำเนิ้มไม่อาบแม่งและ จางอูยองคิดในใจ เดินหลับหูหลับตาเพราะรู้ว่าตำแหน่งโซฟาของห้องมันอยู่ตรงไหน ป่านนี้ทุกคนคงเข้านอนกันหมดแล้ว เพราะงั้นอูยองก็ขอนอนด้วยเลยละกัน

 

พรุ่งนี้ค่อยมาทานข้าวและอาบน้ำทบต้นทบดอกเลยละกัน อีกอย่างวันนี้ก็โคตรจะหนาว จางอูยองจึงคิดว่าซักแห้งสักวันคงไม่มีใครรู้หรอก

 

 

พรึ่บ!

 

 

เห๊ะ?.. 

 

 

“เพิ่งกลับมาถึงเหรอ ทานอะไรหรือยังล่ะเรา”

 

 

นิชคุณ หรือพี่คุณยืนอยู่ใกล้สวิทช์ไฟในห้อง อูยองปรือตาที่จะปิดแหล่มิปิดแหล่หันไปมองพลางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดสุดๆ คนกำลังจะเดินลงไปนอนบนโซฟา แต่กลับมาเปิดไฟซะสว่างจ้าจนแสบตาไปหมดแล้วเนี่ย แล้วก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่อูยองเหนื่อยจากข้างนอกกลับมาแล้วโดนอีกคนทำแบบนี้นะ หลายวันก่อน นิชคุณมาชวนคุยนู่นคุยนี่ ชวนกันเดินออกไปข้างนอกตอนกลางคืนเพื่อไปหาอะไรกิน บังคับกันกินนมก่อนนอนเพื่อสุขภาพ บลาๆๆ ที่นิชคุณทำให้

 

อูยองรู้ว่าอีกคนหวังดี อ่อ ลืมบอกว่าเราสองคนเป็นแฟนกันอยู่นะ คนรักกันนั่นแหละพูดง่ายๆ แต่บางทีอูยองที่เหนื่อยมากๆก็อยากจะทำตามใจตัวเองอยากพักผ่อนบ้างอะไรบ้าง นิชคุณก็ทำงานหนักเหมือนกันก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่หรือ ว่าถูกรบกวนเวลาที่เหนื่อยมากๆมันน่าหงุดหงิดและน่าโมโหแค่ไหน คนจะหลับจะนอนน่ะเข้าใจมั้ยพี่คุณที่รัก!

 

 

“ยังไม่ทาน แต่จะนอนแล้ว”

 

“จะนอนได้ยังไงมาทานข้าวก่อนสิ เดี๋ยวก็เป็นกระเพาะอาหารหรอก”

 

 

จิ๊! ตาจะปิดอยู่แล้วเนี่ย ยังจะเดินมาจูงมือลากกันไปห้องครัวอยู่ได้ อูยองหงุดหงิดนะเว้ย ถึงอย่างงั้นก็เถอะก็ยอมให้อีกฝ่ายจูงมา พาให้นั่งเสร็จสรรพ อูยองนั่งมองคนที่กำลังตักข้าวมาให้เงียบๆ

 

 

“ดึกป่านนี้แล้วยังมารอกันอีก ทำไมพี่คุณไม่พักผ่อนนะ พรุ่งนี้มีงานไม่ใช่รึไง”

 

“เป็นห่วง”

 

“แต่ผมง่วงแล้ว ไม่กินได้มั้ย”

 

“อย่าดื้อสิ ตัวผอมลงตั้งเยอะรู้ตัวรึเปล่า”

 

“แล้วไง”

 

“กอดไม่เต็มไม้เต็มมือแล้วนะ”

 

“...............”

 

“...............”

 

“ไปกอดคนอื่นสิ ผมไม่กินแล้ว ไปนอนแล้วนะ ฝันดี”

 

 

 

จางอูยองกำลังพาล เขารู้ตัวเองดี แต่จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง ก็คนเหนื่อยมาก อยากนอน แล้วมาโดนสั่งให้ทำนั่นทำนี่ แถมยังได้ยินคำพูดที่ไม่เข้าหูอีกต่างหาก เขาไม่อยากนั่งมองหน้านิชคุณแล้ว

 

 

“นี่..หงุดหงิดอะไรมา”

 

นิชคุณปราดตัวเข้าหาพร้อมทั้งรั้งต้นแขนอูยองเอาไว้

 

“เปล่า ผมง่วง”

 

“รู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองกำลังพาล”

 

“รู้ครับ แล้วพี่รู้หรือเปล่าว่ากำลังทำตัวน่ารำคาญ

 

“............”

 

 

มารู้ตัวเมื่ออีกคนค่อยๆปล่อยมือออกจากต้นแขนนั่นแหละว่าพูดแรงเกินไป ก็คนมันหงุดหงิด ช่วงนี้พักผ่อนน้อยเลยอารมณ์ร้อน แต่คนอย่างอูยองก็ปากแข็งเกินที่จะขอโทษ ณ ตอนนั้น นิชคุณเดินไปเก็บของในครัวเสร็จสรรพ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตนเองไปเงียบๆ ทำเอาอูยองยืนเอ๋อทำตัวไม่ถูกไปพักใหญ่เลยทีเดียว

 

 

“อะไรกัน ทำตัวเหมือนภรรยาสาวน้อยใจสามีไปได้!”

 

 

บ่นงุ้งงิ้งอยู่คนเดียวก็เดินกระฟัดกระเฟียดไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา พรุ่งนี้เขาไม่มีงาน แต่นิชคุณมีงานช่วงเช้า ตอนบ่ายก็คงกลับมาง้อกันอยู่ดี ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายโกรธกันก่อน คนที่ง้อคือพี่คุณ

 

คนตัวเล็กค่อยๆหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะไม่มีมีเวลาจะมาคิดมากไร้สาระ เพราะเดี๋ยวอีกคนก็มาง้ออยู่ดีนั่นแหละ

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

ไม่ง้อ.. 

 

แถมยังไม่สนใจกันอีกต่างหาก ให้มันได้อย่างนี้สินิชคุณ!

 

คบกันมาตั้งนานไม่รู้หรือไงว่าจางอูยองเกลียดการถูกเมินเป็นที่สุด! ทำไมไม่สนใจกัน โกรธจริงๆเหรอ? ก็มันไม่ได้ตั้งใจจะว่ารุนแรงแบบนั้น แล้วจะไปรู้เหรอว่าคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าอย่างพี่คุณจะเก็บไปคิดเล็กคิดน้อยกับอีแค่คำว่า “น่ารำคาญ” จะไปรู้เหรอว่าจะไม่มาง้อกัน ถ้ารู้ก็จะไม่พูดหรอกนะ จะไม่พูดเลย

 

 

“คุณฮยอง ออกไปกินไอติมกันมั้ย”

 

“........”

 

“นิคคุณฮยอง..อยากกินไอติม”

 

“............”

 

 

ยังเงียบอยู่ แถมยังไม่มองมาหากันด้วย ไอ้โทรศัพท์มือถือนั่นมันมีความสำคัญมากกว่าจางอูยองคนนี้ขนาดไหนเชียว นั่งฟังเพลงอยู่แล้วไม่ได้ยินกันก็ไม่ใช่ แบบนี้มันจงใจชัดๆ!

 

กำลังจะขยับปากเรียกชื่ออีก ไอ้มักเน่ก็เดินมากอดคอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงโคตรจะร่าเริงว่า..

 

 

“อากาศหนาวๆแบบนี้คุณฮยองคงไม่อยากกินหรอก ไปกับฉันดีกว่า”

 

“เลี้ยงมั้ยล่ะ?”

 

“โหย..อะไรอ่ะ”

 

“ก็ถ้าไปกับคุณฮยอง แล้วฉันจะได้กินฟรีนี่นา ใช่มั้ยครับ” อูยองเดินมานั่งข้างๆ วางปลายคางไว้บนไหล่แถมส่งสายตาปิ้งๆให้อีกนะ

 

 

แต่อีกคนกลับทำเพียงแค่ปลายตามองมาพักหนึ่งแล้วก็หันกลับไปสนใจมือถือตามเดิม .. โมโหแล้วนะ!

 

 

“นี่! พี่จะโกรธอะไรผมนักหนา!!”

 

“อ่า...ไปดีกว่า”  ชานซองเห็นท่าไม่ดีเลยขอตัวก่อนจะโดนหางของพายุไซโคลน

 

 

 

ตอนนี้ทั้งห้องรับแขกหอพักเหลือเพียงเมมเบอร์ทูพีเอ็มแค่สองคน จางอูยองไม่ได้วางปลายคางบนไหล่นิชคุณแล้ว แต่กลับมองหน้าอีกคนด้วยความน้อยใจสุดๆที่อีกฝ่ายไม่สนใจ มือเล็กทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ตรงต้นแขนคนพี่ ปากบางเม้มแน่น แก้มงี้พองเป็นสามเท่าเมื่อเจ้าตัวเล็กโกรธ

 

 

“พี่!”

 

“วันนี้พี่เหนื่อยมาก อยากพักเหมือนกัน” อูยองรู้ เพราะนิชคุณเพิ่งกลับมาจากทำงานข้างนอก แต่ไม่จำเป็นต้องเมินกันขนาดนั้นนี่

 

 

สองมือป้อมๆนั่นออกแรงกำแน่นขึ้นไปอีก แต่เจ้าชายไทยก็ยังคงเก็บอาการเจ็บปวดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง จนอีกคนทวีความโมโหยิ่งกว่าเดิม

 

 

“โกรธกันงั้นเหรอ?”

 

“พี่ยังไม่ได้พูดเลย”

 

“แต่พี่ไม่สนใจผม”

 

“พี่แค่ไม่อยากไปสร้างความรำคาญให้อูยอง พี่ขอตัว”

 

 

 

เมื่อโดนตอกหน้าด้วยคำพูดนั้นเข้าคนตัวเล็กกว่าก็ได้แต่อึ้ง เรี่ยวแรงที่กำแน่นตรงต้นแขนก็พลอยหดหาย เปิดโอกาสให้อีกคนสะบัดออกจนหลุดและเดินเข้าห้องนอนตนเองไปได้ในที่สุด ค