[Fic] Deeply Confessions : 16

posted on 16 Nov 2010 23:02 by secrecy-time in DeepLyConfessions

 

 

 

Title :: Deeply Confessions

Status :: Chapter 16

Author :: kumameaw

Beta reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Unknow(?)

Genre :: Against / Dark comedy

Rate :: PG – 18

 

 

 

Note :: บอกไม่ถูกเลยตอนนี้ อ่านเอาฮานะคะ (????)  เจ็บๆ หวานๆ บิทเท่อสวีทอะไรทำนองนั้น คอมเม้นหายไปเยอะเลย กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก ซีเรียสอะไรกันเหรอ? ให้เราซีเรียสคนเดียวก็พอมั้ง

 

 

 

คำเตือน! :: ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคอิงวง(2PM) และผู้แต่งใช้ภาษารุนแรงทำร้ายจิตใจตัวละครมาก ถ้าคุณไตร่ตรองดีแล้วว่า คุณรับได้ที่ศิลปินที่คุณรักจะโดนว่าร้ายในทางฟิคชั่นไม่ใช่ชีวิตจริง ก็ขอให้สนุกกับจินตนาการของเรา แต่ถ้ารับไม่ได้ และยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการก็ปิดเรื่องนี้ไปเถอะ เราเตือนคุณแล้ว

 

 

 

 

 

ความสุขมักจะอยู่กับเราไม่ได้นาน...คงจะจริง 

 

 

 

 

จางอูยองกำลังมองร้านค้ามากมายข้างทางด้วยรอยยิ้ม หัวใจเขาเบิกบานและมีความสุขมากและรู้สึกว่าตนเองจะห่างหายจากอารมณ์นี้ไปนานเหลือเกิน ดวงตาเป็นประกายใสแจ๋วสะท้อนออกมาจากกระจกร้านค้า ไม่หลงเหลือความหม่นหมองใดๆอย่างเช่นที่ผ่านมา สองขาก้าวเดินอย่างปกติ ลมหายใจผ่านเข้าออกจมูกก็ไม่ติดขัดใดๆ

 

 

ขอหนึ่งวัน..

วันนี้วันเกิดของเขา ไม่ว่าจะยังไงก็จะมีความสุขให้เต็มที่

 

 

มือเล็กกระชับแน่นกับมือหนาที่กอบกุมเอาไว้ไม่คลาย บ้างก็ออกแรงรั้งให้เดินตามมาเมื่อเจอของที่ถูกใจจนอยากจะเข้าไปดู คนที่มาด้วยก็ไม่ได้มีท่าทีขัดใจหรืออะไรเลย ก็ยอมเดินตามไปทุกๆร้าน ทุกๆที่ แถมบางทียังทำตัวเป็นพ่อบุญทุ่มควักเงินจ่ายอะไรก็ตามที่อูยองอยากได้อีกต่างหาก

 

 

ไม่ขออะไรไปมากกว่านี้แล้วจริงๆ

 

 

ณ เวลานี้แม้แผ่นดินที่เหยียบย่ำอยู่ข้างหน้าจะค่อยๆแยกออกจากกันแล้วสูบเขาลงนรกไปก็ไม่สนใจ ขอเพียงเวลานี้ เราสองคนทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลังไม่เก็บเอาอะไรมาใส่ใจและขอกอบโกยเอาความสุขเข้าไปในจิตใจให้มากที่สุดก็พอ

 

 

ไม่มีนิชคุณ แห่งทูพีเอ็ม

ไม่มีจางอูยอง แห่งทูพีเอ็ม

สองคนนั้นเป็นใคร พวกเขาไม่รู้จัก

 

มีเพียงนายนิชคุณ หรเวชกุล และนายจางอูยอง ผู้ชายธรรมดาสองคนที่เดินจูงมือไปด้วยกัน หัวเราะต่อซิกกับบรรยากาศสองข้างทางที่แปลกใหม่ ยิ้มให้กับผู้คนที่ไม่เคยพบเจอ ความสุขมันเอ่อล้นจนตื้นตันกันทั้งคู่

 

 

 

“พี่คุณ พี่ว่ามันโอเคมั้ย?” 

 

อูยองลองสวมแว่นตาอันโตๆแล้วหันไปถามความเห็นของคนที่มาด้วย

 

“ก็เข้ากับนายดีนะ แต่ลองสวมอันนี้ดูสิ”  ว่าพลางเอื้อมไปหยิบแว่นตาอีกอันแล้วยื่นให้

 

 

พออูยองถอดอันเดิมออกและว่าจะยื่นมือมารับแว่นที่อีกคนแนะนำไปลองสวมดู แต่นิชคุณกลับดึงมือกลับ คนน้องถึงกับขมวดคิ้วอย่างงงๆ แต่ก็มาเข้าใจเอาตอนหลังว่า คนพี่อยากจะลองสวมให้เอง

 

นิชคุณค่อยๆบรรจงสวมแว่นตาให้จางอูยองช้าๆ มือหนาทั้งสองข้างประกบเข้าที่ข้างแก้มนิ่มแล้วจับให้ใบหน้ากลมๆนั่นหันไปซ้ายทีขวาที เพื่อมองว่ามันเข้ากันไหม

 

 

“แบบนี้ดีกว่านะ พี่ว่าอูยองใส่แล้วน่ารักดี”

 

 

คนที่ถูกชมว่าน่ารักถึงกับยิ้มแป้นแก้มแดงปลั่งจนนิชคุณอดไม่ได้ที่จะหยิกเนื้อนิ่มที่เจ้าตัวหวงนักหวงหนาเบาๆ อูยองยู่หน้าใส่ก่อนจะวางแว่นอันแรกที่ตนลองสวมไว้ที่เดิม

 

 

 

“เอาอันนี้นะ”

 

“อื้ม”

 

 

 

คนตัวเล็กกว่าหันไปพยักหน้าและยิ้มให้แก่พนักงานร้าน จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนิชคุณที่จะต้องคุยภาษาอังกฤษ เจรจาต่อรองราคา ตลอดจนควักเงินจ่ายให้ ชายหนุ่มทั้งสองคนเดินจูงมือออกมาจากร้านด้วยกัน คนพี่จึงถามคนที่ตนกุมมืออยู่อย่างเอาใจว่าอยากจะไปไหนต่อ เจ้าเด็กแก้มกลมส่ายหน้าไปมาและบอกว่าเหนื่อยแล้ว นิชคุณจึงชวนไปร้านกาแฟที่ตนเคยมาครั้งหนึ่งเมื่อตอนยังอยู่ที่อเมริกา พร้อมทั้งคุยโอ้อวดไปตลอดทางเลยว่าเมนูกาแฟรสนั้นรสนี้อร่อยดี จนคนที่มาด้วยชักอยากจะไปลองชิมดูบ้าง

 

 

 

“ถ้าไม่อร่อยอย่างที่โม้ละก็ พี่ตายแน่”

 

“โฮะ! กลัวจังเลย”

 

“พี่คุณ!!!”

 

 

 

คนพี่เริ่มออกวิ่งเมื่อถูกอีกฝ่ายไล่ทุบ เสียงหัวเราะสอดประสานฟังแล้วก็รู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดว่าทั้งคู่มีความสุขมากแค่ไหน มากจนทั้งที่ตอนแรกจะไม่คิดอะไรถึงอนาคตแต่ตอนนี้ชักหวั่นใจกันทั้งคู่ว่า ยิ่งมีความสุขราวกับลอยอยู่ในอากาศแบบนี้ เวลาตกลงไปมันจะเจ็บสักแค่ไหน

 

 

แต่จางอูยองก็ไม่สนใจแล้ว

 

 

หากพ้นเที่ยงคืนวันนี้ นิชคุณจะมาไม้ไหนเขาพร้อมรับหมด จะดีก็ดีตอบ จะมาในแบบพี่ชายเขาก็จะเป็นน้องชาย จะมาร้ายกาจเขาก็จะร้ายกาจใส่ไม่แพ้กัน! ส่วนจะเอาชนะคนคนนี้ได้ไหมเขาไม่อาจรู้ว่าพอถึงเวลานั้นจะมีเรี่ยวแรงร้ายกลับไปหรือเปล่า แต่เขาจะไม่ยอมอยู่นิ่งเพื่อให้อีกคนปั่นหัวอีกต่อไป

 

 

จางอูยอง แห่งทูพีเอ็ม จะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียวแน่นอน

 

 

เพราะรัก... รักมาก..

พอโดนทำร้ายมาก ก็ใช่ว่าจะยอมเสมอไป หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็ลองสู้ดูบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว ก็ยังรักมากมายอยู่ดี

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

นิชคุณเท้าคางมองคนที่งับหลอดกาแฟเข้าปากแล้วตั้งหน้าตั้งตาดูดกาแฟรสชาติเยี่ยมที่ถูกปั่นจนละเอียดเข้าไปในปากช้าๆ แก้มกลมๆยิ่งกลมมากขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าตัวงับหลอดเอาไว้ อูยองช้อนตาขึ้นมามองทั้งๆที่ปากยังงับหลอดกาแฟเอาไว้อยู่พลางเลิกคิ้วอย่างงงๆว่าเขาไม่ลงมือทานกาแฟที่ตนเองสั่งมาเสียที

 

 

“อร่อยมั้ย?”

 

“ใช้ได้.. ผมชอบกลิ่นกาแฟร้านนี้แฮะ หอมมากเลย”

 

“ไว้วันหลังมากันอีกไหม?”  นิชคุณลองเอ่ยชวน

 

“เอาสิ พี่เลี้ยงนะ”

 

“แหงอยู่แล้ว มีเงินจ่ายหรือ รู้มั้ยที่กินอยู่น่ะแก้วละกี่เหรียญ”

 

“......” คนแก้มกลมส่ายหน้าไปมาทั้งๆที่ยังงับหลอดอยู่

 

“แพงกว่าแว่นตา เสื้อ หมวกพวกนี้รวมกันเสียอีก”

 

“จริงเหรอ?”  อูยองถามตาโต

 

“จริง ทุกอย่างในร้านนี้เป็นของหายาก คัดมาพิเศษจากทั่วโลก เพื่อลูกค้าคนพิเศษ”

 

“.............”

 

 

 

อูยองก้มหน้าก้มตาดูดกาแฟปั่นในแก้วต่อ แก้มกลมๆนั่นแดงขึ้นมานิดหน่อยเพราะคำว่า “คนพิเศษ” จากปากของคนพี่ ใจดวงน้อยก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า คำพูดนั้นมันแฝงอะไรมากเกินไปหรือเปล่า

 

 

 

“เย็นแล้ว กลับกันเลยมั้ย ต้องซ้อมตอนสองทุ่มนะ”

 

“ครับ”

 

“ยังอยากได้อะไรอีกหรือเปล่า”

 

“ไม่แล้วล่ะ แค่นี้ก็เยอะแล้ว ขอบคุณมากนะพี่คุณ”

 

 

 

แววตาทอประกายความจริงใจมาให้ นิชคุณยิ้มบางๆก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวคนน้องไปมาเบาๆ นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ทำแบบนี้กับเจ้าเด็กนี่ แม้เรื่องร้ายๆจะเกิดได้ไม่นาน แต่การที่เขาต้องอยู่ห่างจางอูยองด้วยความรู้สึกที่สับสนและต่อต้านนั้นมันเหมือนกินระยะเวลาไปหลายปีเหลือเกิน

 

 

 

นิชคุณรักจางอูยองเข้าให้แล้ว 

 

 

 

อาจจะรักมานานก่อนที่น้องชายคนนี้จะรักเขาด้วยซ้ำ แต่ทว่าอะไรกัน เขาจึงมองไม่เห็นความรู้สึกนี้สักที มันลึกเกินไปที่จะค้นหาให้เจอ หรือเพราะว่ายังไงเราก็ใกล้ชิดกันทุกวัน มันเลยพาลคิดว่าเป็นแค่ความผูกพันธ์ปกติที่เกิดขึ้นในฐานะพี่น้องร่วมวง หรือเพราะเหตุผลที่มากมายเหลือเกินบนโลกนี้ ที่คอยขีดและจำกัดอะไรหลายๆอย่าง นิชคุณคิดว่า บางทีถ้าเขาและอูยองเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ใช่ศิลปินชื่อดังที่ทุกคนเฝ้ามองและฝากความหวัง เรื่องร้ายๆมันอาจจะไม่เกิดขึ้นมากมายจนกัดกินหัวใจเราทั้งคู่ก็เป็นได้

 

แต่พอรู้ว่าตัวเองรักน้องชายคนนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งอยากครอบครองมากขึ้นเท่านั้น นั่นมันจะกลายเป็นว่า เขาเห็นแก่ตัวเอาความรู้สึกตนเองเป็นที่ตั้ง จะเป็นยังไงถ้าความลับที่ว่า เขาเสน