[Fic] Deeply Confessions : 15

posted on 30 Oct 2010 23:56 by secrecy-time in DeepLyConfessions
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
 
 
 

Title :: Deeply Confessions

Status :: Chapter 15

Author :: kumameaw

Beta reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Unknow(?)

Genre :: Against / Dark comedy

Rate :: PG – 18

 

 

 

Note :: ตอนนี้หวานๆเอาไว้ให้หายใจ ไม่บีบหรอกจ้า คนแต่งก็ต้องพักบ้างอะไรบ้างเนาะ

 

 

คำเตือน! :: ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคอิงวง(2PM) และผู้แต่งใช้ภาษารุนแรงทำร้ายจิตใจตัวละครมาก ถ้าคุณไตร่ตรองดีแล้วว่า คุณรับได้ที่ศิลปินที่คุณรักจะโดนว่าร้ายในทางฟิคชั่นไม่ใช่ชีวิตจริง ก็ขอให้สนุกกับจินตนาการของเรา แต่ถ้ารับไม่ได้ และยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการก็ปิดเรื่องนี้ไปเถอะ เราเตือนคุณแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ยิ่งสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งหนาวเหน็บมากเป็นเท่าทวีคูณ 

 

 

 

ตอนนี้จางอูยองกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง อยู่ดีๆฮวางชานซองก็จูงมือเขามานั่งเบาะข้างๆระหว่างจะเดินทางไปบริษัท ซึ่งปกติแล้ว เขาจะนั่งข้างนิชคุณทุกๆวัน แต่วันนี้ ชานซองจับเขาให้นั่งกลางระหว่างเจ้าตัวและอีจุนโฮ ส่วนจุนซูก็ไปนั่งแทนที่ของอูยองแทน

 

 

อูยองสงสัยหันมองชานซองทีจุนโฮที แต่ทั้งสองก็นั่งนิ่ง มีเพียงจุนโฮเท่านั้นที่ชวนเขาคุยบ้าง แต่ทุกครั้งที่อูยองหัวเราะและถูกสองน้องชายนี้รุมแกล้ง ทั้งจี้เอว ทั้งกอด พอหยุดหัวเราะได้ เขากลับรู้สึกถึงบรรยากาศเย็นเยียบที่มาจากทางเบาะหลัง ไม่กล้าหันกลับไปมองเลยจริงๆ

 

พอมาถึงบริษัทก็เหมือนว่าฮวางชานซองจะพยายามทุกวิถีทางที่จะเกาะติดเขาแจ มันแปลกที่ปกติทุกวัน ไอ้น้องเล็กคนนี้จะชอบเล่นหัวกับอีจุนโฮมากกว่า ไม่ก็ไปเล่นกับพี่จุนซูไปเรื่อย แต่วันนี้ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหน พอหย่อนก้นลงนั่ง ฮวางชานซองจะรีบมานั่งข้างๆและชวนคุยโน่นนี่ทุกทีไป

 

 

“อูด้ง ฉันมีอะไรอยากถามพี่สักหน่อยน่ะ”

 

 

ชานซองพูดขึ้นมายิ้มๆเมื่อตอนนี้เขาสองคนเดินมายังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของบริษัท วันนี้ทูพีเอ็มไม่ได้มีการซักซ้อมอะไรมาก เพราะแทบทุกวันก็ต้องไปออกรายการเพลงขึ้นโชว์อยู่แล้ว ที่มาก็เพียงเพื่อไม่อยากให้ขาดช่วงการเต้นหรือร้องเพลงเท่านั้น เพราะเราทั้งหมดต้องเดินทางไปร่วมแสดงเป็นวงเปิดคอนเสิร์ตที่อเมริกาให้วันเดอร์เกิร์ลด้วย

 

 

 

“มีอะไรเหรอ? ฉันก็ว่าจะถามนายอยู่เหมือนกัน วันนี้นายดูแปลกๆนะ”

 

“หืม? ไม่นี่”

 

“อย่ามาทำหน้าเป็นใส่เลยไอ้บ้า นายติดฉันแจเลยวันนี้ จะเอาอะไรเหรอ? หรือว่าเกี่ยวกับที่จะถามฉันหรือเปล่า?”

 

“ก็...เกี่ยวนะ”

 

“งั้นว่ามาเลย”

 

 

 

อูยองพูดพลางถอดเสื้อยืดออกเพื่อเปลี่ยนใส่ตัวใหม่ ชานซองเองก็เช่นกันเพียงแต่ตอนนี้เขากำลังมองพี่ชายร่วมวงอย่างสงสัยและจับผิด แล้วก็ตัดสินใจถามออกไป

 

 

 

“พี่กับคุณฮยอง..มีอะไรปิดบังพวกเราหรือเปล่า?”

 

 

 

อูยองชะงัก..

 

อาการชะงักหลังจากสวมเสื้อเสร็จไม่ได้เล็ดลอดสายตาชานซองแม้แต่น้อย เขาสงสัยมานาน สงสัยทั้งอูยอง นิชคุณและแม้แต่แทคยอนที่ครั้งนั้นชานซองจำได้ว่าจะบอกเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้น แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ยินคำบอกเล่าจากปากพี่ชายที่เป็นเมนแร็ฟเปอร์ของวงสักที จนอะไรๆที่เขาจับสังเกตมา มันเริ่มชัดขึ้น และมันชัดยิ่งขึ้นจนอดทนนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปเมื่อคืนที่ผ่านมาฮวางชานซองเห็นกับสองตาตัวเองว่า นิชคุณจูบจางอูยอง

 

 

 

“ปิดบังอะไรหรือ?”

 

“นั่นสิ พวกพี่ปิดบังอะไรอยู่ เราเป็นทูพีเอ็มนะ”

 

 

 

ฮวางชานซองก็เป็นแบบนี้ เขาอาจจะเป็นน้องเล็กที่ไม่ค่อยชอบพูดอะไรมากมาย มีแต่เล่นไร้สาระไปวันๆ แต่อย่าให้ได้พูด เพราะเขามันพวกพูดไม่ค่อยจะคิดก่อนสักเท่าไร ถ้าอยากรู้ หรือสงสัยอะไร เมื่อหาจังหวะที่ดีได้ เขาก็จะยิงให้ตรงเป้าทันทีโดยไม่เสียเวลาเยิ่นเย้อให้มากความ

 

 

 

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันทำอะไรให้นายสงสัยเหรอ?”  อูยองตอบทั้งๆที่ยังยืนหันหลังให้

 

 

ชานซองอยากจะบอกว่า เยอะเลยแหละที่เขาสงสัย เมื่อเช้าพอแก้วกาแฟร่วงหล่นจากมือนิชคุณมันยิ่งทำให้เขาไม่รีรอที่จะคิดไปในแง่ร้ายเลย พอพูดไปแบบนั้น นิชคุณก็นิ่งอึ้งและยังไม่ปฏิเสธเลยสักนิด เพราะเขายิงตรงเป้าแหละมั้ง เพราะงั้น เขาจะต้องใช้วิธีนี้กับจางอูยองด้วยหรือเปล่านะ

 

 

 

“ไม่รู้สิ มีมั้งแต่ไม่เท่าคุณฮยอง”

 

“หมายความว่าไง……….....ชาน!!!

 

 

 

คำสุดท้ายที่เรียกชื่อเขา คนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหน้าสะดุ้งร้องเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อชานซองเดินเข้าไปประชิดหลังจนหน้าอกโดนกับแผ่นหลังบางของพี่ชายร่วมวง

 

 

“ท..ทำอะไร”

 

 

จางอูยองหนีไปไหนไม่ได้แล้ว เมื่อโดนต้อนจนมุมแบบนี้ ฮวางชานซองใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนตู้ล็อคเกอร์โดยมีเขายืนอยู่ระหว่างกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนระรินรดอยู่ข้างใบหู อูยองยืนนิ่งหลับตาตัวสั่น กำลังรวบรวมแรงทั้งหมดหวังจะผลักใสคนตัวโตกว่าให้ออกไป แต่เสียงพูดของชานซองก็ทำเอาเขาหยุดชะงัก

 

 

 

“เมื่อคืนนิชคุณจูบพี่” 

 

“..อ..อะไรนะ!!”

 

“ตอนที่พี่หลับ นิชคุณแอบขโมยจูบพี่”

 

 

พูดบ้าๆ..พี่คุณเนี่ยนะ?

คนที่ขยะแขยงเขาอย่างกับอะไรดีเนี่ยนะจะมาจูบเขา..

 

 

 

“นายละเมอ หรือไม่ก็ฝันแน่ๆเลยชานซอง แล้วก็เอามือออกไปได้แล้ว”

 

“ผมเปล่าละเมอ ไม่เชื่อพี่ไปถามเอาเองก็ได้”

 

“............”

 

 

จางอูยองเถียงไม่ออก ค่อยๆหันหน้ากลับมา เอาแผ่นหลังพิงกับล็อคเกอร์ และเงยหน้าขึ้นมองน้องชายด้วยแววตาที่สั่นระริก

 

 

“จริงหรือ?”

 

“จริง”

 

 

อูยองรู้ดี แววตาแน่วแน่แบบนี้ ชานซองไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ

 

 

“อย่ามาพูดล้อให้ฉันดีใจนะ”

 

“พี่รักเขา? พี่รักคุณฮยองใช่ไหม”

 

“............”

 

 

 

การที่จางอูยองก้มหน้าเงียบลงแบบนี้ คือคำตอบที่ดีจริงๆ แต่ชานซองกลับสงสัย “รัก”  แล้วทำไมต้องทำสีหน้าเศร้าสร้อยด้วยกันทั้งคู่ นิชคุณน่ะ ถึงไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าเมื่อเช้าก็บ่งบอกถึงความเจ็บปวดไม่แพ้คนตรงหน้านี้เลย

 

 

 

“อูด้ง พี่รักเขาแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนี้ด้วยล่ะ”  ชานซองละมืออีกข้างออกมาจากตู้แล้วบีบแก้มอีกคนเบาๆพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นห่วงใยไป

 

“ก็เขาไม่ได้รักฉันน่ะสิ”

 

“แต่เขาจูบพี่นะ”

 

“ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

 

“คุณฮยองทำอะไรพี่กันแน่ เขาทำร้ายพี่หรือ?”

 

“ไม่หรอกชาน...ฉันต่างหาก ที่ทำร้ายตัวเอง”

 

 

 

อาการฝืนยิ้มแบบนี้ฮวางชานซองคิดว่า มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ

และจางอูยองในสายตาเขาตอนนี้ ทำไมถึงดูเหมือนแก้วที่แตกสลายแบบนี้กันนะ

 

อยากจะซักไซร้ต่อ แต่ดูอาการของคนตรงหน้าแล้วก็ท่าจะไม่ไหว ชานซองคิดว่าจะไปถามเอาจากปากนิชคุณดีกว่า เพราะอย่างน้อยพี่ชายคนนั้นก็ดูแข็งแรงดีกว่าอูยองคนนี้แน่นอน

 

 

ชานซองค่อยๆดึงอีกคนเข้ามากอด มือหนาลูบหัวและแผ่นหลังพี่ชายไปมาเบาๆเพื่อปลอบประโลม อูยองก็ไม่ได้ขัดขืนหรือดิ้นหนี คงเพราะตอนนี้ต้องการแหล่งพักพิงเพื่อพยุงกายที่เหนื่อยล้า ปล่อยให้ใบหน้าซุกลงตรงอกแกร่งของน้องชายคนเล็กของวง อย่างน้อย ขอแค่ตอนนี้เท่านั้น ที่เขาจะเป็นพี่ที่อ่อนแอไร้น้ำยาที่ต้องให้น้องมาปกป้อง แม้จะชอบบอกว่า -อีกไม่นานหรอก จางอูยองจะเข้มแข็งขึ้น-

 

 

..แต่เขากลับทำไม่ได้ซักที

 

 

ยิ่งวันนี้มารู้ว่าเมื่อคืนนิชคุณทำอะไร จิตใจก็ชักจะเปราะบางลงไปอีก

 

 

อูยองคิดว่า ถ้านิชคุณไม่มายุ่งด้วยยังจะดีเสียกว