[Fic] Deeply Confessions : 13

posted on 15 Oct 2010 15:22 by secrecy-time in DeepLyConfessions
.
.
... ลืมเค้ารึยางงงงง  TTATT



Title :: Deeply Confessions

Status :: Chapter 13

Author :: kumameaw

Beta reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Unknow(?)

Genre :: Against / Dark comedy

Rate :: PG – 18

 

 

 

 

Note :: เหลือสอบไฟนอลอีก 2 ตัวแน่ะ ฮืออออออออ ตอนนี้มันไม่มีอะไรมาก ปมเล็กๆ บีบจิตเบาๆ หึหึหึ *หัวเราะระรื่น*

 

 

 

 

คำเตือน! :: ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคอิงวง(2PM) และผู้แต่งใช้ภาษารุนแรงทำร้ายจิตใจตัวละครมาก ถ้าคุณไตร่ตรองดีแล้วว่า คุณรับได้ที่ศิลปินที่คุณรักจะโดนว่าร้ายในทางฟิคชั่นไม่ใช่ชีวิตจริง ก็ขอให้สนุกกับจินตนาการของเรา แต่ถ้ารับไม่ได้ และยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการก็ปิดเรื่องนี้ไปเถอะ เราเตือนคุณแล้ว

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 

เพราะโลกใบนี้ คือโรงละครโรงใหญ่ 

 

 

 

 

ช่วงเวลาในการโปรโมทอัลบั้มเดินทางมาจนถึงครึ่งทาง อาการเส้นเสียงอักเสบของจางอูยองดีขึ้นมากหลังจากช่วงเริ่มเป็นใหม่ๆ เพราะงดใช้เสียงเกินความจำเป็นและเจ้าตัวเองก็เลือกที่จะพูดและสื่อสารกับคนอื่นๆให้น้อยที่สุด หากไม่จำเป็นหรืออะไร จางอูยองก็แทบจะไม่พูดกับใครเลย ทุกคนที่รู้ถึงอาการป่วยข้อนี้ต่างก็ไม่ได้เคลือบแคลงใจหรือต้องการที่จะซักไซร้ เพราะต่างก็อยากให้อูยองหายดี

 

 

 

แทคยอนยื่นแก้วน้ำที่มีน้ำอุ่นให้อูยอง คนตัวเล็กกว่ารับไปพร้อมกับขอบคุณเบาๆแล้วยกขึ้นจิบ อูยองยังทานน้ำเย็นไม่ได้ แตะของเย็นๆมากก็ไม่ได้ แม้เจ้าตัวจะชอบบ่นว่าอยากกินนู่นกินนี่ก็ตาม แต่ด้วยคำสั่งอันเด็ดขาดของผู้จัดการวงแล้วก็ไม่มีทางขัดได้อยู่ดี

 

 

 

“เห็นนายกับนิชคุณเข้ากันได้ดีแล้วพี่ก็เบาใจ”

 

 

 

แก้วน้ำอุ่นชะงักค้างไปพักนึงก่อนเจ้าตัวจะยกขึ้นจิบต่อ แววตาวูบไหวที่ซ่อนเอาไว้ตอนก้มหน้าแทคยอนไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะอูยองไม่อยากให้เห็น ไม่อยากให้รู้

 

 

 

“พี่เข้าใจว่าเราต้องใช้เวลา แต่ในเมื่อตอนนี้อะไรๆก็ไม่ได้แย่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่ จริงไหม?”

 

 

 

อูยองพยักหน้าเบาๆพลางยิ้มให้และก้มหน้าก้มตาจิบน้ำอุ่นต่อไป

 

 

..จริงไหม? งั้นหรือ

 

 

มันก็ถูกที่ช่วงนี้ทูพีเอ็มยุ่งจนหาเวลาที่จะพักผ่อนแทบไม่ได้เลย มันดีที่ทำให้นิชคุณไม่สามารถมาแสดงความร้ายกาจและใจร้ายใจดำใส่เขา แต่ที่แทคฮยองพูดว่า อะไรๆมันไม่ได้แย่เหมือนเมื่อก่อนนั้น เห็นท่าจะไม่ไช่

 

 

แม้ช่วงนี้ เขาและนิชคุณดูสนิทกันมาก สนิทกันจนใครหลายคนอิจฉาเขาที่ได้รับความใจดีจากคนพี่ อิจฉานิชคุณที่ได้กอดได้หยอกคนน้อง แต่ใครเลยจะมารู้ว่า –อะไรๆ- อย่างที่แทคฮยองเข้าใจว่ามันไม่ได้แย่ มันกลับแย่ลงกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

 

 

ทุกฉาก..

 

..ทุกการกระทำ

 

 

มันคือละครทั้งนั้น ละครที่อูยองและนิชคุณตกลงกันเอาไว้ว่าจะเล่นมันให้ดีที่สุด

 

 

ไม่ว่าจะเป็นยังไง มันก็คือ “ละคร”

ไม่ได้มาจากความจริงใจ ทุกอย่างล้วนเสแสร้งกันเองทั้งนั้น

 

 

ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อ้อมกอด การพูดจาเอาอกเอาใจเหมือนเมื่อก่อน ก็หาความจริงไม่ได้เลยจากอีกคน

 

 

 

สำหรับนิชคุณแล้ว อูยองไม่รู้หรอกว่าอีกคนจะคิดอะไรยังไง

แต่สำหรับอูยอง มันโคตรเจ็บ!

 

 

 

เจ็บที่ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น เขาต้องมาคิดว่ามันคือละครนั่นแหละ อูยองถูกนิชคุณกอด มันก็คือส่วนหนึ่งในบท อูยองถูกนิชคุณลูบหัว มันก็คือละครที่เขาสองคนสร้างขึ้นมา คนดูก็คือแฟนๆ เพื่อนๆในวง ฉากใหญ่ก็คือโลกใบนี้ โลกที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่แทบจะไม่มีที่ให้อูยองยืน ทั้งๆเขาคือตัวเด่นของเรื่อง แต่กลับถูกคำว่า “วิปริต” เบียดจนแทบตกขอบจอ

 

 

 

“แทคฮยอง จริงๆแล้วเรื่องของเรา ถ้าทำให้พี่ลำบาก ผมว่าเรา...”

 

“จะเลิกกันเหรอ?”

 

 

 

แทคยอนถามสวนกลับมาทั้งๆที่อูยองยังพูดไม่จบประโยคดี แทคยอนรู้ว่าอูยองคิดอะไรและรู้สึกยังไงกับคำว่า –แฟน- ที่เขาและน้องกุขึ้นเพื่อตบตานิชคุณ เด็กคนนี้เวลาคิดอะไรหรือรู้สึกอะไรจะพยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยและรอยยิ้มที่น่ารัก หากแต่แววตาที่สะท้อน วูบไหว สั่นระริกนั้น กลับซ่อนความรู้สึกเอาไว้ไม่มิดเลยสักครั้ง

 

 

ความจริงข้อนี้ของอูยอง..สมาชิกทุกคนในวงต่างก็รู้ดี

 

 

 

“พี่ยังไงก็ได้นะ เพราะพี่บอกแล้วไง ว่าพี่แค่อยากจะช่วยเราออกจากนิชคุณมัน แต่ถ้าช่วงนี้มันไม่ร้ายใส่เราแล้ว เพื่อความสบายใจของอูยอง ก็บอกเลิกพี่ได้นะ”

 

“ผมแค่เกรงใจ แทนที่พี่จะได้มีเวลาสนใจเรื่องอื่น พี่อาจจะต้องมาพะวงเรื่องผม”

 

“ถึงเราไม่ได้เป็นแฟนกัน พี่ก็พะวงเรื่องของเราอยู่ดี”

 

 

 

 

อ่า...ทำไมกันนะ ทำไมกัน

ทำไมเขาถึงไม่รักอ๊กแทคยอนตั้งแต่แรก อูยองไปหลงรักคนใจดีแต่จิตใจคับแคบแบบนิชคุณได้ยังไงกัน

 

 

 

 

“ฮยอง..งั้น...เราเลิกกันนะฮะ”

 

“ครับ”

 

“เราเป็นพี่น้องกันนะฮยอง ถึงเราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว ผมก็รักฮยองนะ ฮยองเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของผมเลย”

 

 

 

พี่ชายที่ดีที่สุด..เมื่อก่อนคำนี้ อูยองเคยมอบให้นิชคุณ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

 

 

แทคยอนดึงน้องรักเข้ามากอดและลูบหัว ทั้งสองคนต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจที่ต่อไปจะได้ไม่ต้องปั้นหน้าหรือแกล้งว่าเป็นแฟนกันต่อหน้าใครบางคนอีก

 

 

 

ละครตบตาคนอื่นระหว่างจางอูยอง และอ๊กแทคยอนได้จบลงอย่างสวยงาม 

 

 

 

คนพี่ที่ตัวโตกว่ากอดน้องแน่นแล้วโยกไปโยกมาเบาๆ ความรักแบบพี่น้องที่จริงใจลอยอบอวลจนทั่วห้อง จนกระทั่งเสียงกระแอมไอดังขึ้นที่หน้าประตู ทั้งสองผละออกจากกันแล้วหันไปมอง แทคยอนนั้นยังคงรักษาสีหน้าได้อย่างคงที่ ผิดกับอีกคนที่ยืนตัวแข็งทื่อไปแล้ว

 

เสี้ยววินาทีที่อูยองมองเข้าไปในแววตาคมกล้านั้นร่างทั้งร่างก็นิ่งงันไม่สามารถขยับได้เลย แววตาดุดันที่ราวกับว่าอยากจะวิ่งถลาเข้ามาบีบคอเขา

 

 

 

“โทษทีที่มาขัดจังหวะความสุข พอดีมินแจฮยองให้มาตามกลับ”

 

“ขอบใจนะนิชคุณ งั้นลงไปพร้อมๆกันนี่แหละ”

 

 

 

แทคยอนพูดจบแล้วจับมืออูยองเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ อูยองที่ก้มหน้าอยู่ก็เดินตามไปและพยายามไม่มองหน้าพี่ชายอีกคน นี่เขากำลังมีพิรุธอะไรหรือเปล่า เขากำลังเล่นนอกบทใช่ไหม เขาต้องเงยหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเองกับนิชคุณสิ แล้วตอนนี้จางอูยองเป็นอะไร จะมาตัวสั่นก้มหน้าก้มตาหลบอีกคนทำไมกัน

 

 

บรรยากาศในลิฟต์ในสายตาแทคยอนแล้วคงจะดูเป็นปกติที่สุด นิชคุณกับจางอูยองคุยเล่นกันจนเสียงหัวเราะดังก้องลิฟต์ เมนแร๊ฟเปอร์ของวงถอนหายใจเบาๆและร่วมหัวเราะไปด้วยเมื่อคนน้องสุดในนี้ถูกล้อแล้วไม่สามารถเถียงได้ ได้แต่ยู่หน้าแม้มปากพองแก้มอย่างขัดใจ แล้วยังไม่วายตวัดสายตามาค้อนเขาอีกเพราะหาว่าไม่ช่วยปกป้องแล้วยังไปเข้าข้างนิชคุณอีก

 

จนกระทั่งมาถึงห้องโถงของบริษัทชั้นล่าง ทั้งสามคนที่เพิ่งมาถึงเดินเข้ามาสมทบกับคนที่รออยู่ ทว่าทุกคนกำลังจะเดินไปที่รถผู้จัดการวงที่เพิ่งรับโทรศัพท์เมื่อครู่กลับพูดขึ้น

 

 

 

“คุณ จินยองฮยองเรียกไปพบ”

 

 

 

ทุกคนนิ่งเงียบและมองหน้ากันไปมา ต่างก็สงสัยเล็กๆว่าเรีย