[Fic] Deeply Confessions : 11

posted on 12 Sep 2010 16:05 by secrecy-time in DeepLyConfessions

.

 

.

 

 

เอนทรี่นี้จะมีการแจ้งเปิดรับสมัครคนเข้าบอร์ดด้วยนะคะ 

เจอกันท้ายเอนทรี่จ้า~

และฟิคที่จะรีปริ๊นซ์ยังมีอยู่นะจ๊ะ ใครต้องการเมล์มาได้เน้อ 

 

 

Title :: Deeply Confessions

Status :: Chapter 11

Author :: kumameaw

Beta reader :: Shin-Dragon

Fandom :: 2PM

Paring :: Unknow(?)

Genre :: Against / Dark comedy

Rate :: PG – 18

Theme song :: สายตายาว – แดน วรเวช

 

 

Note :: ฟิคชั่นรายสัปดาห์มาแล้วจ้า~

 

 

คำเตือน! :: ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคอิงวง(2PM) และผู้แต่งใช้ภาษารุนแรงทำร้ายจิตใจตัวละครมาก ถ้าคุณไตร่ตรองดีแล้วว่า คุณรับได้ที่ศิลปินที่คุณรักจะโดนว่าร้ายในทางฟิคชั่นไม่ใช่ชีวิตจริง ก็ขอให้สนุกกับจินตนาการของเรา แต่ถ้ารับไม่ได้ และยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการก็ปิดเรื่องนี้ไปเถอะ เราเตือนคุณแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

เราสองคนกำลังพยายาม..กลับไปเป็นเหมือนเดิม 

 

 

 

“พ..พี่คุณ!!”

 

 

เสียงเรียกชื่ออย่างตกใจดังขึ้นในแผงอก ตามมาด้วยแรงดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดออกจากการเกาะกุม นิชคุณยิ่งเพิ่มแรงกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนผ่านไปสักพักอีกคนสู้แรงไม่ได้จึงหยุดดิ้นไปเอง เขาก้มลงมองเสี้ยวแก้มสีชมพูจางๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ นิชคุณคงเอามือไปบิดเอานิ้วไปจิ้มจนอีกคนวิ่งหลบจนแทบไม่ทัน แต่ตอนนี้ในใจเขาก็อยากจะทำแบบนั้นใจจะขาด แต่ติดอยู่ตรงที่ประโยคที่น้องชายร่วมวงคนนี้พูดพึมพำกับตัวเองไปเมื่อครู่ มันทำเอานิชคุณไม่กล้าที่จะผละออกมาเพื่อมองหน้าน้องเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

“พี่จะปล่อยผมได้รึยัง”

 

“เมื่อกี้ยังอยากให้พี่ปลอบใจอยู่ไม่ใช่เหรอ”

 

“พอแล้วครับ”  พี่ควรจะพอได้แล้ว 

 

ก่อนที่จางอูยองจะเผลอไผลและหลงดีใจไปมากกว่านี้ ก่อนที่ผมจะหยุดรักพี่ไม่ได้สักที 

 

 

อยากจะหลงตัวเอง อยากจะดีใจ อยากจะกอดตอบ แต่ทุกคำที่คนคนนี้เคยตราหน้าเขาว่าเป็นพวกผิดเพศก็ยังดังวนซ้ำไปซ้ำมาในสมองไม่หยุด ไม่หยุดเลยสักวัน ยิ่งตอนที่ถูกสายตาพี่คุณจ้องมอง จางอูยองก็รู้สึกว่าตัวเองโดนด่าโดนว่าว่าเป็นเกย์อยู่ตลอดเวลา

 

 

“กลัวแทคยอนมันมาเห็นรึไง”  น้ำเสียงขุ่นเคืองตวัดใส่จนอูยองใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดผลักดันอกคนตัวสูงกว่าจนตัวเองหลุดออกมาได้จากตรงนั้น

 

..อ้อมกอดที่น่าอึดอัด

อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยเข็มนับล้าน ทิ่มแทงเขาจนพรุนไปทั่วทั้งตัว

 

 

“พี่แทคยอนเขาคงเข้าใจครับ ว่าเราเป็น-พี่น้อง-กัน”

 

 

นิชคุณถึงกับคิ้วกระตุกกับประโยคเมื่อครู่ ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าเด็กคนนี้จงใจเน้นย้ำคำว่า –พี่น้อง- ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน จางอูยองยังไม่หยุดรักเขาหรอกเขารู้ ต่อให้ตอนนี้จะกลายเป็นแฟนแทคยอน คนที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหน้าก็เลิกเราเขาไม่ได้อยู่ดี

 

ทำเป็นพยายามเมินเฉย เข้มแข็งและฝืนใจเฉยชาใส่เขาสารพัดไปก็เท่านั้น

 

 

“หึ.. งั้นก็ออกไปพร้อมกันเลยดีไหม เดินกอดคอโอบไหล่แบบนี้...”  นิชคุณปราดเข้าไปกอดคอน้องชายร่วงวงอย่างรวดเร็วจนอูยองสะดุ้งตกใจ  “...แทคยอนมันคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยล่ะ”

 

“..!!!!”

 

“อย่าทำเป็นดีใจจนตัวสั่นที่พี่กอดนายเลยอูยอง พี่น้องก็คือพี่น้อง..”  มันยากเหลือเกินที่จะยอมรับว่าเป็นอะไรที่มากกว่านั้นได้  “..จำเอาไว้!!”

 

 

 

อูยองกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ยอมผ่อนแรงต้านเดินไปตามคนที่โอบไหล่ออกไปจากห้องแต่งตัวพร้อมๆกัน แววตาใสสลดลงจนน่าใจหาย ผิดกับอีกคนที่เหยียดยิ้มราวกับสะใจเสียเต็มประดาที่สามารถเอาชนะเขาทุกการกระทำและทุกคำพูด

 

 

ผมจะต้องเลิกรักพี่ให้ได้สิ..นิชคุณ!

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

ทั้งสองเดินมายังรถที่จอดรออยู่ เพราะจุนซูโทรมาหานิชคุณและบอกว่าจะกลับกันแล้ว ขี้เกียจอยู่ต่อ เพราะอยากจะกลับไปพักเอาแรงก่อนจะถ่ายเอ็มวีกันพรุ่งนี้ นิชคุณเดินกอดคอลากน้องชายร่วมวงมาถึงรถ พอประตูเปิดออก สายตาทุกคู่มองมายังเขาสองคนอย่างสงสัย

 

ทั้งๆที่เมื่อก่อนนับว่าเป็นเรื่องปกติ

 

 

“อูยอง” เสียงทุ่มต่ำของเมนแร็ฟเปอร์ของวงเอ่ยเรียกชื่อแฟนตัวเอง ก่อนจะหันไปมองเพื่อนเขาที่กอดคออูยองไม่ยอมปล่อย หน้าตานิชคุณมันช่างกวนประสาท ไม่หลงเหลือคราบเจ้าชายใจดีหน้ากล้องเลยสักนิด

 

 

นายทำอะไรน้อง? 

 

 

นิชคุณปล่อยมือออกจากอูยองก่อนจะหลีกทางให้อีกคนขึ้นไปนั่งที่ประจำของตนเองราวกับบีบบังคับ เพราะที่นั่งในสุดแถวสามจะเป็นของอูยองแล้วตามด้วยเขา การที่เขาทำแบบนี้เหมือนกับว่า บังคับให้อูยองนั่งที่เดิมไปในตัว ไม่ยอมให้น้องไปนั่งข้างๆอ๊กแทคยอน

 

อูยองจำใจต้องก้าวขึ้นไปนั่งที่ตรงนั้นอย่างช่วยไม่ได้ สายตาส่งออกไปขอโทษพี่ชายใจดีอย่างแทคยอนอย่างจนใจ แทคยอนก็ไม่ได้ว่าอะไรพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยไปให้นิชคุณ

 

 

นิชคุณยักไหล่กวนๆก่อนจะขึ้นรถเป็นคนสุดท้ายแล้วปิดประตู ก่อนจะไปทิ้งตัวลงนั่งเบียดจางอูยองที่นั่งตัวลีบติดหน้าต่าง แอบใช้หางตามองคนด้านข้างแล้วจึงทำทีเป็นเหนื่อยล้า ก่อนจะค่อยๆผ่อนตัวเอนพิงเบาะ ก่อนจะวางศรีษะลงบนไหล่เล็กนั่น

 

 

จางอูยองนั่งกำมือแน่นบนหน้าตักทันทีที่ศรีษะอีกคนวางลงมา อูยองอยากผลักไส อยากตะโกนด่า และที่สุดของที่สุด จางอูยองอยากจะร้องไห้

 

ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ต้องการแบบนี้หรือ ไหนตอนนั้นขยะแขยงเขาอย่างกับอะไรดี แต่ตอนนี้นิชคุณกลับทำตัวเหมือนเดิมทุกๆอย่างเหมือนเมื่อก่อน ตอนที่นิชคุณยังไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง เมื่อก่อนนั้นนิชคุณทำแบบนี้มันก็ทำให้เขารักไม่ใช่หรือ แล้วยังจะทำแบบนี้อีก มันก็ยิ่งทำให้เขาเลิกรักไม่ได้ไม่ใช่หรือไง จางอูยองคิดว่า เขาอยากให้นิชคุณด่าทอ ถากถางหรือพูดจาเสียดสีในความผิดเพศของเขามากกว่าอีก มันคงดีกว่าทำแบบนี้

 

อูยองยังไม่พร้อม เขาแค่อยากเลิกรักนิชคุณให้ได้ก่อนได้ไหม แล้วจากนั้นพี่คุณจะกอดจะโอบ หรือจะทำเหมือนเมื่อก่อนก็เชิญเลย!

 

 

ความอึดอัดทรมานจบลงเมื่อรถมาจอดที่ปลายทาง เมมเบอร์ทุกคนต่างก็ทยอยลงจากรถ อูยองนั่งทำตัวไม่ถูกกว่าเดิมเพราะคนที่พิงหลับบนไหล่เขาไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเลยสักนิด หรือจะหลับจริงๆ หลับลึกแบบนี้คงจะเหนื่อยมากสินะ อูยองไม่อยากปลุก ไม่อยากกวน แต่ทำไงได้ เมื่อมาถึงบ้านแล้วก็ต้องลงเสียที

 

 

“พี่คุณ”  เอ่ยเรียกชื่ออีกคนเบาๆพร้อมทั้งเขย่าต้นแขน

 

 

นิชคุณงัวเงียตื่นขึ้นมามองซ้ายขวา สะบัดหัวไปมาสองสามทีแล้วพบว่าตนเองและทุกคนมาถึงบ้านแล้ว นิชคุณมองออกไปนอกรถเห็นแทคยอนยืนรออยู่ที่ประตูก็รู้ว่าคงจะรอแฟนตัวเองที่นั่งข้างเขาอยู่ตอนนี้ ก่อนลงจากรถ ชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะขอบใจคนที่อุตส่าห์เสียสละหัวไหล่ให้นอนพิงมาตลอดทางกลับบ้าน

 

 

ใบหน้าคมเลื่อนเข้าไปใกล้ๆ จมูกโด่งจงใจเฉียดข้างแก้มให้อีกคนสะดุ้งและหลับตาปี๋ ริมฝีปากคลอเคลียข้างใบหู

 

 

 

“ขอบใจนะ..น้องชาย” 

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

บนโซฟาในห้องรับแขกที่มืดมิด มือเล็กค่อยๆควานหารีโมทขึ้นมาเพื่อเปิดทีวี จางอูยองนอนไม่หลับ จะทำยังไงก็ข่มตาหลับไม่ได้ นิ้วเรียวกดเปิดทีวีขึ้น ทำให้ห้องกว้างมีเพียงแสงไฟจากจอสี่เหลี่ยมสะท้อนมายังใบหน้ากลมที่ไม่ค่อยจะสดใส จนแล้วจนเล่า อูยองก็ยังเลือกที่จะดูอะไรเป็นพิเศษไม่ได้ นิ้วมือกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปมาจนกระทั่งมีมือหนามาคว้าออกไป

 

 

“ดูรู้เรื่องเหรอพี่?”

 

“ชานซอง”

 

 

คนที่เป็นมักเน่ของวงที่เดินออกมาจากห้องนอนตอนไหนก็ไม่รู้ ยื่นมือมาแย่งรีโมทไปก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา ชานซองมองไปยังรายการโทรทัศน์เบื้องหน้า หัวเราะเบาๆกับเกมส์โชว์ตลกที่ฉายบนจอ อูยองอยากหัวเราะและยิ้มอย่างมีความสุขแบบนั้นบ้าง

 

 

“พี่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า อูยอง”

 

 

ฮวางชานซองน้องเล็กของวงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง พักหลังๆมานี้ จางอูยองดูไม่ค่อยจะสดใสร่างเริงสมกับเป็นจางอูยองสักเท่าไร ถ้าเป็นเรื่องเส้นเสียงเขาก็พอจะเข้าใจว่ามันน่าเศร้าแค่ไหน แต่มีบางครั้ง ที่ชานซองแอบเห็นประกายแววตาของพี่ชายคนนี้แปลกออกไป

 

 

บางครั้งก็ดูเหมือนจะเจ็บปวดเจียนจะตาย

บางครั้งก็ดูเหมือนหวาดกลัวอะไรสักอย่าง

 

 

ชานซองเป็นห่วง เพราะทุกคนคือครอบครัว และคนที่นั่งข้างๆตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพี่ชายแท้ๆของเขา มันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ อย่าว่าแต่จะเป็นแค่เขา อีจุนโฮเองก็แอบสงสัยจนอดไม่ได้ที่จะเปิดปากคุยกับเขาตรงๆในวันนี้

 

 

เกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับพี่หรือ อูยอง?

เกิดอะไรขึ้นกับวงของเรา?

 

เกิดอะไรขึ้นกับทูพีเอ็ม?

 

 

 

พี่แทคยอนก็ไม่ยอมเปิดปากเล่าอะไรสักอย่าง และที่แปลกไปกว่านั้น คนที่คอยประคบประหงมดูแลจางอูยองทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจก็ไม่ใช่คนเดิม

 

 

พี่คุณก็แปลกไป..

 

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันเครียดเรื่องเส้นเสียงนี่แหละ”

 

“อย่าเครียดไปเลยน่า แฟนๆต้องเข้าใจพี่สิ ยิ่งพี่ไปเครียดเรื่องนี้ มันจะยิ่งหายยากนะ”

 

“ขอบใจนะชาน ฉันคงเหนื่อยด้วยแหละ”

 

 

ชานซองหันกลับมามองหน้าคนที่เสียงอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน

 

 

จางอูยอง พี่ต้องมีเรื่องปิดบังผมอยู่แน่ๆ 

 

 

ครั้นกำลังจะเอ่ยปากถาม สีหน้าแววตาที่ดูเศร้าสร้อยก็ทำให้มักเน่ของวงกลืนคำพูดที่อยากรู้ลงไปในลำคอ มือหนาเอื้อมไปจับศรีษะของพี่ชายแล้วรั้งลงมาให้พิงหัวไหล่ของตน

 

 

จางอูยองไม่ขัดไม่ขืน ยอมพิงลงอย่างเหนื่อยล้าแต่โดยดี

 

 

 

“พักสักแป๊บนะพี่”

 

 

ถ้าพี่ไม่อยากบอก ผมก็จะไม่บีบบังคับ....ตรงๆ!

 

 

“นายล่ะ ไม่ง่วงเหรอ?”

 

 

ชานซองอยากจะตอบเหมือนกันว่าง่วง เขาแค่ลุกมาเข้าห้องน้ำ แต่แสงสว่างจากจอทีวีตรงห้องรับแขกทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเดินมาหา

 

 

“นิดหน่อย แต่ผมอยู่เป็นเพื่อนพี่ได้น่า”

 

“เห้ย! ง่วงก็ไปนอน อย่ามาทำพระเอก ไปนอนเถอะนะ”

 

 

 

-เดี๋ยวฉันจะถูกด่าว่าเป็นเหตุทำให้คนอื่นเดือดร้อน- 

 

 

“พี่ก็นอนสิ”  เจ้ามักเน่ของวงยังดื้อรั้น แต่อูยองรู้ว่าชานซองเองก็เป็นห่วงเขามากแค่ไหน

 

“โอเคๆนอนก็นอน แต่ขอเปิดทีวีไว้สักพักนะ แล้วจะปิดเอง นายก็เข้าไปนอนเถอะไป”

 

“พี่ต้องนอนนะ”

 

“เออน่า นอนแล้วๆ”

 

 

เพื่อความสบายใจของน้อง จางอูยองทำเป็นห่มผ้าและหลับตา ชานซองมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม พี่ชายคนนี้ชอบทำตัวเหมือนเด็กอยู่ตลอดเวลาจนใครหลายคนที่ไม่รู้จักพวกเรา อาจจะคิดว่าหมอนี่แหละคือน้องเล็กของวงไม่ใช่เขา และแน่นอน จางอูยองดูอ่อนแอเหลือเกินเวลานี้ สักวัน ผมจะรู้ให้ได้ว่าพี่เป็นอะไร

 

เสียงประตูห้องนอนของชานซองถูกปิดลง จางอูยองลืมตาขึ้นมามองทีวีอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะถอนหายใจยาวๆแล้วลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพิงลงพนักโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ในใจก็ยังคงคิดฟุ้งซ่านไม่ยอมหยุด วันนี้เขาจะเสียสติเสียให้พอ พรุ่งนี้เขาจะทิ้งเรื่องบ้าๆพวกนี้แล้วสนใจกับงานอย่างเต็มที่

 

 

เพื่อตัวเขาเอง

เพื่อทุกคนที่เป็นห่วงเขา

และเพื่อทูพีเอ็ม

 

 

 

ใบหน้าเรียวแหงนมองเพดานช้าๆ

 

 

เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้น อูยองคิดในใจว่าคงเป็นชานซองอีกเป็นแน่ ดีไม่ดี เจ้าน้องชายนั่นคงกลับไปหอบเอาหมอนกับผ้าห่มมานอนเป็นเพื่อนเขาอย่างที่ชอบทำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามล้อๆ

 

 

“ลืมอะไรเหรอเจ้าเด็กโข่ง หรืออยากมา