[Fic] Deeply Confessions : 8

posted on 23 Jun 2010 11:43 by secrecy-time in DeepLyConfessions

.

 

.

 

.

 

 

Title :: Deeply Confessions
Status :: Chapter 8
Author :: kumameaw
Beta reader :: Sh-Dragon
Fandom :: 2PM
Paring :: Unknow(?)
Genre :: Against / Dark comedy
Rate :: PG – 18



Note :: ตอนนี้ไม่มีอะไรมากหรอก ถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว (คนอ่านบอก – มึงบอกว่าจะพักๆตั้งนานละนะ)


คำ เตือน! :: ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคอิงวง(2PM) และผู้แต่งใช้ภาษารุนแรงทำร้ายจิตใจตัวละครมาก ถ้าคุณไตร่ตรองดีแล้วว่า คุณรับได้ที่ศิลปินที่คุณรักจะโดนว่าร้ายในทางฟิคชั่นไม่ใช่ชีวิตจริง ก็ขอให้สนุกกับจินตนาการของเรา แต่ถ้ารับไม่ได้ และยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการก็ปิดเรื่องนี้ไปเถอะ เราเตือนคุณแล้ว 

 

 

 

 

 

 

คนอย่างเขามีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง

ขนาดจะมอบความรักให้คนคนหนึ่ง ยังถูกห้ามเลย

 

 

เด็ก หนุ่มในชุดลำรองสบายๆสะพายเป้สีน้ำเงินเข้มใบใหญ่เดินไปบนฟุตบาทข้างถนน เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น มือเล็กเอื้อมขึ้นมาขยับหมวกใบโปรดให้ลดลงมาปิดใบหน้าสักครึ่งเสี้ยวก็ยังดี

วันนี้จางอูยองตัดสินใจตื่นแต่เช้าก่อนเพื่อน รีบเก็บที่นอนในห้องครัวและอาบน้ำให้เร็วที่สุดจึงออกมาหาอะไรกินนอกบ้าน เพียงลำพัง เขาไม่อยากให้ใครสักคนในวงตื่นมาแล้วพบว่าเขาพาตัวเองไปนอนทนปวดหลังที่ห้อง ครัว คงโดนขำน่าดู


และจริงๆแล้ววันนี้ทางบริษัทให้ทุกคนหยุดพัก ผ่อนเพราะอาการเจ็บคอของเขา อูยองจึงไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะเช้า เพราะมีช่วงหนึ่ง ที่เขาลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้นิชคุณ



คิดแล้ว จางอูยองก็หลุดขำตัวเองเบาๆด้วยความสมเพช



ที่ ทำไปทั้งหมดก็เพราะว่ารักนั่นแหละ มันไม่มีข้ออ้างใดๆมาแถแถกแก้ต่างให้ตัวเองแล้ว ทั้งๆที่อีกคนก็ทำร้ายจิตใจกันซะขนาดนั้น แต่เขาก็ยังจะส่งตัวเองไปให้เขาทำร้ายอยู่เรื่อยๆ ก็เพราะมันรักไง รักไปแล้ว แม้ตอนนี้จะอยากหยุดรักก็ตามที แต่ภายในเวลาอันสั้นนี้จางอูยองทำไม่ได้หรอก



ใครบางคนที่เคยรักคนอื่นทั้งๆที่เขาไม่รักตัวเราเลยก็น่าจะเข้าใจดี

ส่วนใครหลายคนที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์กดดันรอบด้านแบบนี้ ก็คงจะด่าว่าเขาโง่ที่ยังไปงมงายอยู่ได้

ถ้าเขาเป็นจางอูยอง ผู้ชายธรรมดาๆ เขาจะไม่กดดันขนาดนี้หรอก

และถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่นิชคุณ ไอดอลชื่อดัง หนึ่งในสมาชิกทูพีเอ็ม เขาก็จะไม่ต้องทนทรมานขนาดนี้



จางอูยองจะยอมเจ็บ

เพื่อรักษาวงทูพีเอ็มเอาไว้




จะยอมแกล้งฝืนทำเป็นมีความสุข

เพื่อไม่ให้ทุกคนในวงต้องมาสงสัยและเคลือบแคลงใจ





จางอูยองจะยอมเป็นคนที่วิปริตผิดเพศ

เพื่อจะยังเป็นจางอูยองที่รักนิชคุณต่อไป




สอง ขาพาตัวเองมายังร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง ร้านนี้เขากับนิชคุณเคยมาด้วยกัน ไม่ได้อยากจะมาตอกย้ำอดีตหรอกนะ แต่กาแฟร้านนี้อร่อยดี และอีกอย่าง มันมีมุมสงบๆไว้หลบหลีกผู้คนอีกด้วย เด็กหนุ่มไอดอลชื่อดังเดินเข้าไปในร้าน ทั้งร้านยังไม่มีผู้คนเลยสักคน เพราะนี่ยังเช้าอยู่และเขาคงเป็นคนแรกของที่นี่


จางอูยองเดินไป ที่เคาท์เตอร์ ตั้งใจว่าจะสั่งเมนูโปรดคือม็อคค่าปั่น แต่ก็มานึกได้ว่า ตนเองมีปัญหาที่เส้นเสียงจึงเปลี่ยนเป็นลาเต้ร้อนๆแก้วนึงแทน

จากนั้นจึงเดินไปนั่งยังมุมสงบๆในร้าน มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดปิดเครื่องแล้วใส่ไว้ในเป้ตามเดิม




“ขอหนึ่งวันละกันนะ”



ขออยู่คนเดียวสักวัน ขอเป็นจางอูยองผู้ชายธรรมดาๆวันเดียวก็ยังดี

 

เพราะตอนนี้ เขาเหนื่อยมากเหลือเกิน



 

 

.

 

.

 

.



 

เสียง เอะอะโวยวายของมักเน่ของวงทำให้คนที่เมามาจากข้างนอกเมื่อคืนงัวเงียตื่น ขึ้นมาด้วยอารมณ์เมาค้างสุดๆ นิชคุณกางมือนวดขมับทั้งสองข้างเบาๆ ใจอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อยแต่เสียงโวยวายก็ดังมากขึ้น เพราะมันไม่ใช่แค่ฮวังชานซองคนเดียวที่แหกปาก

 

“น้องไปไหน? ไม่ได้นอนกับนายเหรอชาน”

 

เมน โวคอลลิสต์เสียงสวยของวงก็ตะโกนดังขึ้นมาเช่นกัน นิชคุณรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม แทนที่เขาจะได้พักผ่อนนอนยาวแก้อาการเมาค้าง แต่เสียงเพราะๆของพี่จุนซูกลับทำให้เขารำคาญและหงุดหงิดใจ

 

“จุนโฮ เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ชายหนุ่มตัดสินใจถามอีจุนโฮที่เดินผ่านโซฟาไป

“อูด้งหายไป ไปไหนไม่รู้”

“ใช่แล้วฮยอง ติดต่อก็ไม่ได้ด้วย ยิ่งไม่สบายอยู่แบบนั้น โทรไปที่บริษัทก็ไม่มีคนเห็นเลย” ตามด้วยคำแถลงอันยืดยาวของมักเน่ชานซอง

“......................”

 

นิชคุณเงียบไปนาน จนจุนซูที่เดินมาสมทบเอ่ยถามเสียงเรียบ


“นายพอจะรู้ไหม ว่าน้องจะไปที่ไหนบ้าง?”

 

“....................”

 

“คุณ?”

 

“............ผมไม่รู้”

 

..เขาโกหก


แม้ จะไม่ฟันธงได้ว่าตอนนี้จางอูยองจะไปไหน แต่นิชคุณก็พอจะเดาได้ว่า จางอูยองจะไปที่ไหนบ้าง มีอยู่ไม่กี่ที่ที่เจ้าเด็กดื้อคนนั้นชอบไป มีอยู่ไม่กี่ที่หรอก ที่ทุกครั้งเวลาจางอูยองไม่สบายใจจะชอบไปอยู่ที่นั่น นิชคุณหันไปมองยังจุนซูที่จ้องเขาไม่วางตา ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ



“ผมขออาบน้ำแป้บเดียว แล้วผมจะไปตามหาน้อง”



แล้วเดินเข้าห้องไป..



พอ เข้ามาในห้อง นิชคุณลองกดโทรศัพท์มือถือโทรหาอูยอง แต่กลับมีเพียงเสียงโอเปอร์เรเตอร์ให้ฝากข้อความทิ้งไว้บ่งบอกว่าเจ้าเด็ก จางอูยองปิดเครื่องปิดช่องทางการติดต่อ ร่างสูงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายจากการออกไปเที่ยวกับยุนอึนเฮ เมื่อคืน ซึ่งเขาก็คงจะเมามากจนจำอะไรไม่ได้สักอย่าง


จำไม่ได้ ว่าพูดอะไรไปบ้าง จำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไป จำไม่ได้ว่ากลับมาบ้านได้ยังไง แม้กระทั่งจำไม่ได้เลยสักนิดว่าใครเช็ดตัวและจัดแจงให้เขาได้นอนสบายๆ



ช่างหัวมัน

เขาเองก็ไม่อยากจะพยายามรื้อฟื้นความจำสักเท่าไร



พอ อาบน้ำเสร็จ นิชคุณหยิบของที่จำเป็นลงในกระเป๋า ก่อนจะเดินไปห้องครัวเพื่อหากาแฟดำขมๆดื่มแก้แฮงค์สักแก้ว มือขาวเปิดตู้เย็นออกมาเพื่อจะหยิบน้ำเย็นดื่มก่อน ตาคมสบเข้ากับขวดเก็บความเย็น นิชคุณหยิบมันขึ้นมาเปิดดูว่ามีใครทำอะไรแล้วใส่เอาไว้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเปิดออกแล้วได้กลิ่นของกาแฟดำจัดๆ

 

ใครทำเอาไว้?

 

ชายหนุ่มเดินถือขวดกาแฟออกไปถามทุกคนที่ต่างง่วนอยู่กับการติดต่อคนใกล้ตัวของจางอูยอง



“นี่ใครทำไว้?”

“ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อวานยังไม่เห็นเลย สงสัยคงเพิ่งทำเมื่อเช้า”

“ไม่ใช่พี่แทคยอนแน่ๆ เพราะรายนั้นพอรู้ว่าอูยองไม่อยู่บ้านก็รีบอาบน้ำแล้วออกไปเลย”



มือขาวกำขวดกาแฟแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อจุนโฮพูดจบ



“คงจะเป็นอูยอง ทำไว้ให้นายดื่มแก้เมาค้างล่ะมั้ง” คิมจุนซูออกความเห็นคนสุดท้าย



ร่าง สูงของชายไทยเดินกลับเข้าไปในครัวทันที ก่อนจะเทกาแฟดำลงในซิ๊งค์ล้างจาน ก่อนจะเปิดน้ำจากก๊อกให้มันไหลชะล้างกาแฟสีดำสนิทให้ไหลลงไปตามท่อให้หมด


ถ้าเป็นเด็กคนนั้นทำ..

..เขาก็ไม่อยากกิน



 

.

 

.

 

.



 

จาง อูยองเดินไปเรื่อยๆตามท้องถนนแถบชานเมือง หลังจากออกจากร้านกาแฟร้านโปรดเขาก็นั่งรถเมล์หลบหลีกความวุ่นวายในโซลมา แถวๆชานเมืองทางด้านฝั่งตะวันตก อูยองจำได้ว่า มันมีเนินเล็กๆใกล้ทางรถไฟที่พอขึ้นไปอยู่บนนั้นแล้วจะเห็นพระอาทิตย์ตกที่ สวยงาม


ใช่ว่าจะไม่คิดมากเลยว่า ป่านนี้คนในวงคงเป็นห่วงเขาแย่ แต่เขาขอสักวันนึงเถอะ พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีส้มห่างหายไปจากสายตาเมื่อไร จางอูยองจะกลับไป

กลับเป็นเป็น จางอูยองแห่งทูพีเอ็มคนเดิม


อู ยองเดินลดเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง การได้เดินย่ำเท้าแบบคนปกติตามท้องถนนที่ไม่มีใครจำเราได้มันรู้สึกดีแบบนี้ นี่เอง แต่การได้เดินไปตามความฝันบนเส้นทางที่สวยหรูมันก็น่าภูมิใจไปอีกแบบ ยิ่งมีเพื่อนๆพี่ๆที่ร่วมทางไปด้วยกัน จางอูยองรู้สึกว่ามีความสุขมากมายจนบอกไม่ถูก


แต