[OS] Jearlousy

posted on 23 May 2010 19:50 by secrecy-time in KHUNYOUNG

.

 

.

 

.

 

Title :: Jealousy

Status :: One shot

Author :: kumameaw

Fandom :: 2PM

Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung

Genre :: Romantic(?)

Rate :: PG – 13

Theme song :: ขี้หึง ซิลลี่ ฟูล

 

 

Note 1 : ฟิคนี้เป็นแท็กฟิคชั่น ขอแท็กมาจากน้องปราง ซึ่งน้องปรางได้แต่งเรื่อง Envy [ChanHo] ไว้ก่อน และได้รับอนุญาตจากน้องปรางแล้วเรียบร้อย มันอาจจะไม่เกี่ยวมาก แต่เราจับประเด็นมาเฉพาะคู่นี้เท่านั้นนะคะ

Note 2 : เพลงมันพาไป ข่าวมันพาไป พยายามไม่ให้เป็นฟิคเครียด เพราะเรื่องที่พีเอ็มเจอก็เครียดมากพอแล้ว

 

 

 

 

JEALOUSY

[ Nichkhun x Wooyoung ]

 

 

  

 

...ยิ้มให้กับฉันหน่อย แค่หึงเล็กน้อย แค่คอยรัก..

 

 

 

ภาพที่ดึงดูดสายตาให้หันมองช่างดูมีความสุข

ภาพที่สายตาจ้องมองมันช่างน่ารัก และน่าชัง...

เขาควรจะอารมณ์ดี ควรจะหัวเราะไปกับภาพที่เห็น ควรจะยิ้มตามคนในสายตา

 

แต่...

 

 

ทำไมนิชคุณต้องมานั่งขมวดคิ้ว หน้าเหวี่ยงในอกร้อนระอุแบบนี้วะ!!!

 

ฮวางชานซอง ฉันให้เวลานายสามวินาทีเอามือออกไปจากแก้มของจางอูยองซะ!

 

 

อยากเดินไปกระชากออกจากกันเสียจริงๆ แต่ติดอยู่ที่ตอนนี้ทูพีเอ็มกำลังนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวเตรียมจะถ่ายแบบเนี่ยสิ เมมเบอร์คนอื่นๆ ทีมงาน สไตลิสต์ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผมอยู่ในห้องเต็มไปหมด นิชคุณถึงได้แต่นั่งนิ่งข่มอารมณ์ทุกอย่างไว้ในใจ

 

ช่วงนี้เป็นอะไร มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและอูยอง แต่เดิมที่เจ้าเด็กดื้อนั่นจะตัวติดกันกับเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร ไม่เขาก็อูยองจะต้องเข้าหาและตัวติดกันไม่ห่าง แต่ช่วงนี้ นอกจากเจ้าเด็กแก้มยุ้ยนั่นจะไม่มาหา มาเล่น มาคอยอ้อนนู่นนี่กับเขาแล้ว พอเขาเข้าหากลับทำเมิน เผลอๆเดินหนีไปหาคนอื่นด้วยซ้ำ

 

..นิชคุณผิดอะไร?

 

 

ไม่ยอมพูดยอมจากันแบบนี้แล้วจะรู้มั้ยว่าทำอะไรผิด แล้วจะรู้มั้ยว่าต้องง้อยังไง??

 

 

แค่นี้ก็หงุดหงิดแทบตายแล้ว แต่จางอูยองไม่ได้มีความแสบเพียงแค่นั้นหรอกนะจะบอกให้ เจ้าเด็กเนี่ย รู้ว่าเขาโมโหง่ายตรงไหน ทำยังไงถึงจะทำให้ผมทรมานใจ อูยองเลยเอาคืนอย่างเจ็บแสบด้วยการไปยิ้มไปหัวเราะกับคนอื่นมากกว่าเขา ก็รู้ทั้งรู้ว่าไม่ชอบ ไม่ชอบที่น้องไปให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า เพราะงี้เลยได้ใจสินะ เลยเอาคืนด้วยการไปอ้อนพี่แทคยอน ไปพยุงกอดพี่จุนซูที่ขาเจ็บ ไปนอนตักอีจุนโฮ และไปเอาแก้มเกยไหล่ฮวางชานซอง แล้วนิชคุณล่ะครับ???

 

 

เมื่อก่อนทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมา จางอูยองเคยทำกับนิชคุณคนเดียวไม่ใช่หรือ?

 

แล้วนี่นึกอะไรขึ้นมาถึงได้อยากเอาความน่ารักน่าชังไปเผื่อแผ่คนอื่นด้วยห๊ะ!!

 

 

 

 

...ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ ใจฉันร้อน..หากใครมองนาน

ก็เธอดันน่ารัก ขนาดนั้น ให้มองอยู่ได้ไง...

 

 

 

รอยยิ้มนั้นเป็นของนิชคุณ

แก้มย้วยๆนั้นก็เป็นของนิชคุณ

แววตาออดอ้อนออเซาะนั้นก็เป็นของนิชคุณ

ปากบางๆช่างเจรจานั้นก็เป็นของนิชคุณ

ทุกสิ่งทุกอย่างของจางอูยองเป็นของนิชคุณไม่ใช่หรือไง!!

 

 

ไม่อยู่แล้วโว้ยยยยยยยยยยยย!!!!! แม่ง!!  ทนมองไม่ได้!!

 

 

ปัง!!

 

 

........................??

 

.......

 

 

 

เสียงประตูห้องแต่งตัวดังลั่นไปทั่วทำให้เสียงคุยจอแจเมาท์แตกหยุดเงียบลงฉับพลันโดยมิได้นัดหมาย สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังประตูที่น่าสงสารที่โดนกระแทกปิดซะเต็มแรง จากนั้นก็หันกลับมาทำธุระของตนเองอย่างเงียบเชียบ เอาเป็นว่าทุกคนเข้าใจตรงกัน เจ้าชายไทยของเราอารมณ์ไม่ดี-

 

เมมเบอร์ทูพีเอ็มที่เหลือเริ่มหน้าซีด ก่อนจะเอามือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ ยกเว้นก็แต่สมาชิกที่แก้มยุ้ยๆที่สุด และเหมือนว่าเจ้าน้องเล็กของวงจะซีดกว่าใครๆ

 

โอ้ยยยยยยยย!! แม่ง แทคยอนโคตรเครียด ใครไปแหย่ต่อมโมโหมันวะนั่น ใครๆก็รู้ว่าเวลานิชคุณมันโมโหหรือโกรธอะไรมาหายนะมันจะบังเกิด และแน่นอนจะไม่มีใครเข้าใกล้มันในรัศมีสามเมตร เพราะแค่สายตาที่เหวี่ยงมาใส่ก็เย็นยะเยือกสุดๆแล้ว เมมเบอร์ทุกคนจึงรู้ดีว่า ไม่จำเป็น อย่าไปขัดใจพี่ท่านเชียว แต่นี่ใครวะ ใครกันที่ทำให้มันโมโหน่ากลัวปิดประตูดังปังไม่แคร์สื่อขนาดนั้น

 

สายตาของเมมเบอร์ทูพีเอ็มละออกมาจากประตูก่อนจะหันมามองยังเมมเบอร์ตัวขาวแก้มยุ้ยโดยมิได้นัดหมายกันอีกนั่นแหละ

 

ต้องเป็นไอ้นี่แน่ๆ เพราะไม่มีใครทำให้อารมณ์ของนิชคุณขึ้นๆลงๆได้เท่าจางอูยองแล้ว!

 

พอรู้สึกว่าสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องมองที่ตน เจ้าตัวดีที่ว่าก็ทำหน้าหงอยสลดลงทันที พร้อมทำเสียงหงอยๆที่คนฟังอดไม่ได้ที่จะเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงว่า..

 

 

ไม่เกี่ยวกับผมซะหน่อย

 

 

เหรออออออออออออออออออออออออ...

เหรอจ๊ะ...ถ้าไม่ใช่จางอูยองแล้วจะเป็นใครกันหืม?

 

 

ทะเลาะกันล่ะสิ

 

เปล่านะ...ยังไม่ได้คุยกันเลย จะทะเลาะกันได้ยังไง

 

 

 

แน๊! ทำหน้าเศร้าอีก เบะอีก แก้มพองเข้าไปอีก แล้วแบบนี้เมมเบอร์ที่เหลือจะทำอะไรมันได้วะเนี่ย เห็นแล้วแตะไม่ลง ใจหนึ่งก็กลัวไอ้คนที่ปิดประตูไปเมื่อกี้มันจะมาคว้านท้องเอา แทคยอนคิดแล้วขนลุก จำได้เลย แค่เขาบีบแก้มของอูยองในอินกิกาโยวันนั้น เขาก็โดนนิชคุณสวดยับไม่ยั้ง แม่งไอ้นั่นก็บ้าเกิ๊น แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะเด็กมึงเนี่ย  แต่เอ... แตะ?

 

เมื่อกี้นี้....?

 

รอยหยักในสมองของแทคยอนเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีเสียงดังกิ๊ง! เป็นอันว่ารู้แล้ว

 

ก้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ที่แท้ก็หึง

 

หึงแล้วก็ไม่กล้าทำอะไร เกียมัวมากอ่ะนิชคุณ สมกับเป็นผู้ชายไทยที่เกรงใจเมีย

 

 

เอางี้แล้วกัน ก็ไม่อยากให้ผิดใจกันนานหรอกนะ เพราะเห็นอูยองมันหงอยแบบนี้ก็ทำเอากินข้าวไม่ลงเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากจะยุ่งมาก เพราะงั้นอ๊กแทคยอนสุดหล่อพ่อพระคนนี้จะเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้เอง

 

 

 

แค่คิดก็สนุกแล้วโว้ยยยยยย!!!~

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

...บางทีฉันก็ยั้งไม่อยู่ บางทีฉันก็รู้แต่ทนไม่ไหว

บางทีฉันใจร้อนเกินไป โปรดจงเข้าใจ...

 

 

 

อูยอง ทำไมทานแค่นั้นล่ะ

 

เสียงเมนโวคอลลิสต์เอ่ยถามขึ้นกลางวงข้าวด้วยความเป็นห่วง เอาช้อนเขี่ยข้าวไปมาแบบนั้นมันทำให้อิ่มมั้ยล่ะหื้อ

 

ผมไม่หิวตอบพลางไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าว ไม่อยากเงยหน้าขึ้นมา เพราะถ้าเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องได้มองสบตากับคนที่นั่งตรงข้าม พี่คุณเป็นบ้าอะไร จ้องเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

ไม่หิวก็ต้องกินนะอูยองอา~” เป็นแทคยอนที่คีบเนื้อมาวางให้ในจานข้าว ก่อนจะหดมือกลับอย่างเร็วเมื่อโดนสายตาพิฆาตจากคนที่นั่งตรงข้ามอูยอง

 

แต่เมมเบอร์ทุกคนนั้น ก็เป็นห่วงสุขภาพร่างกายเจ้าเด็กแก้มยุ้ยมากกว่ากลัวถูกฆ่าด้วยสายตา จุนโฮก็คีบผักให้ ชานซองก็ตักซุบให้ แต่จนแล้วจนรอด จางอูยองก็ไม่ยอมแตะสักนิด

 

เมมเบอร์ทั้งสี่คนถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ก่อนจะหันควับแล้วปราดสายตาไปหาคนที่คิดว่าเป็นตัวต้นเหตุอย่างไม่กลัวตาย นิชคุณเห็นดังนั้นก็วางชามข้าวลง ก่อนจะนั่งกอดอกมองคนที่ก้มหน้าเขี่ยข้าวไปมานิ่งๆ

 

 

บอกมาสิ จะเอาอะไร

 

โอยยยยยย พวกกูอยากจะลุกหนีมากไอ้คุณ นี่มึงจะฆ่าน้องใช่มั้ยถึงได้ถามด้วยน้ำเสียงน่าต่อยแบบนั้น คิดผิดมากที่ให้มันเป็นคนเริ่มเปิดประเด็นเนี่ย

 

“...................”  ยังนิ่ง

 

อยากให้ทำอะไรทำไมไม่บอก

 

“.....................”

 

เงียบแบบนี้พี่จะรู้มั้ยอูยอง!! แล้วเห็นมั้ยคนอื่นเค้าเดือดร้อนไปหมดแล้ว!!!

 

เห้ย! ใจเย็น ไอ้คุณใจเย็นดิวะ ไปตะคอกใส่น้องทำไมเล่า

 

 

คงเพราะอามรมณ์ที่มันสั่งสุมมาเยอะล่ะมั้ง ทั้งหงุดหงิดที่อีกคนเมินใส่ ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ทั้งหึงหวงที่ใครต่อใครก็ต่างโอ๋ ทั้งโมโหที่จางอูยองทำตัวเหมือนว่าเขาไม่มีความสำคัญเลย พอมันอดไม่อยู่ โหมดร้ายของเขาก็ดันมาลงที่น้องจนได้

 

 

ก็ดูสิ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่พอใจอะไรก็ไม่พูด ทำตัวเป็นเด็กไปได้!

 

เออ! ผมมันเด็ก แล้วยังไงล่ะ จะสนใจทำไม!

 

 

 

ลุกพรวดพราดเถียงคนพี่ฉอดๆคอเป็นเอ็น เวลาเจ้าเด็กนี่มันโมโหมันก็วีนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์ที่ไหนเหมือนกันนั่นแหละ ดีนะที่นิชคุณมันเงียบไม่เถียงต่อ ทำไมแทคยอนจะไม่รู้ ไอ้คุณมันยังพอมีสติที่จะประคับประคองอารมณ์ตัวเองไม่ให้โต้กลับ เพราะถ้าหากมันไม่อ่อนลง เรื่องมันต้องบานปลายแน่ๆ แบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่าผู้ใหญ่

 

ส่วนไอ้เด็กแก้มอูมที่จ้องตานิชคุณเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อน่ะ มันเด็กชัดๆ

 

น่ากลัวมากเลยจางอูยอง ตัวก็แค่นั้น แถมตอนโมโหแก้มมันก็แด๊งแดง น่ากลัวเนาะ

 

 

อูยอง ถ้าพี่ไม่สนใจเรา แล้วจะให้ไปสนใจใคร

 

ก็เพราะสนใจมากนี่ไง ถึงได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่น้องทำ ถึงได้มาโมโหกับอีแค่น้องเมินไปเล่นไปอ้อนคนอื่นมากกว่า

 

“.............ผมจะออกไปข้างนอก

 

 

 

แล้วก็เดินออกไป...

 

 

 

 

 

 

 

 

อ้าวเห้ย!

 

 

เมมเบอร์ที่เหลืออ้าปากค้าง ออกไปข้างนอกเนี่ยนะ คนเดียวด้วยเนี่ยนะ

 

 

 

พี่สงบจิตสงบใจก่อนดีกว่า เดี๋ยวผมตามอูยองไปเองอีจุนโฮหันมาบอกนิชคุณพร้อมทั้งพยักหน้าให้กับที่เหลือเป็นการบอกว่า ฝากทางนี้ด้วยนะ ทางโน้นผมจัดการเอง- แล้วก็รีบตามอูยองออกไป

 

 

เป็นอันว่าข้าวเย็นมื้อนี้จืดสนิท ไม่มีใครกินอะไรลงทั้งนั้น นิชคุณเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ถอนหายใจพร้อมทั้งแหงนหน้ามองเพดานอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าอูยองเป็นอะไร ก็ไม่ยอมพูดจากันแบบนี้แล้วเขาจะรู้มั้ยว่าไปทำอะไรให้เคือง มันเริ่มไม่ถูกเลยจริงๆ

 

 

พี่โกรธอูยองเพราะผมหรือเปล่า?”

 

มักเน่ของวงนั่งลงโซฟาอีกตัวแล้วเอ่ยปากถามอย่างเปิดอก แทคยอนและจุนซูก็เดินมานั่งลงใกล้ๆกัน ทุกคนมองมาที่นิชคุณราวกับเขาเป็นนักโทษ แล้วคำถามของชานซองที่ถามจี้จุดนั้นก็ทำเขาปฏิเสธไม่ลง

 

 

ฉันโกรธทุกคน รวมทั้งอูยอง แต่ฉันโกรธตัวเองมากกว่า

 

 

นิชคุณเป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ ทั้งสามคนที่เหลือคิดตรงกัน ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วก็ตั้งใจฟังคำพูดทุกคำที่พรั่งพรูออกมาจากปากของชายไทย

 

นิชคุณโมโหตัวเองที่ไปพาลใส่น้อง และโกรธตัวเองที่ไปหึงน้องกับคนอื่นไปทั่ว แล้วยังต้องมาหงุดหงิดใจที่เคลียร์กัน ณ ตอนนั้นไม่ได้ เพราะติดที่ว่าเราต่างก็เป็นศิลปิน ติดตรงที่ว่าความรักของเขาและอูยองมันบอกใครนอกจากสมาชิกในวงไม่ได้จริงๆ

 

เขาควรจะควบคุมตัวเองให้ดีกว่านี้ ควรจะเข้าใจสถานะในวงการบันเทิงให้ดีกว่านี้

 

ถ้าหยุดรักไม่ได้ ก็ต้องยอมให้มันเป็นความลับ

 

 

 

ฉันจะไปตามน้อง

 

 

 

เมื่อพูดในสิ่งที่อยากพูดจนหมด นิชคุณก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวออกไปข้างนอกเพื่อไปตามจางอูยองให้กลับมาเสียที ป่านนี้ไม่รู้ไปถึงไหน แม้จะไปกับจุนโฮก็เถอะ ข้าวก็ยังไม่ได้กินแบบนั้นไม่รู้ปวดท้องกระเพาะไปแล้วหรือยัง

 

 

ก็ดี แล้วก็ปรับความเข้าใจกันซะ พวกฉันคนกลางก็อึดอัดนะเว้ย ไม่รู้จะเข้าข้างใครคิมจุนซูพูดพลางตบไล่นิชคุณเบาๆ

 

ใช่พี่ แล้วก็เลิกหึงผมกับอูยองได้แล้วนะ เราก็แค่มีข้อตกลงกันและเป็นที่ปรึกษาที่ดีต่อกันเท่านั้นแหละฮวางชานซองพูดขึ้นมาบ้าง

 

เออ เลิกหวงมันกับฉันด้วย ยังไงมันก็เป็นน้องฉันแทคยอนพูดขึ้นเป็นคนสุดท้าย ว่าไปแล้วเขาเองก็ไม่ได้มีส่วนช่วยให้นิชคุณมันคิดได้หรอกนะ ใครก็ช่วยมันไม่ได้ทั้งนั้น เรื่องแบบนี้ มันต้องขึ้นอยู่กับเจ้าตัวและคู่กรณี ก็ดีที่มันคิดได้ก่อน ถ้ายังทะเลาะกันแบบนี้มันก็คงต้องถึงมือพวกเขาอีกสี่คนนั่นแหละ

 

 

แล้วป่านนี้เจ้าเด็กขี้งอนจางอูยองกับอีจุนโฮมันจะเป็นยังไงกันบ้างนะ

 

 

 

 

...ที่เป็นไปนั้น เป็นไปด้วยรัก...แต่อาจจะขี้หึงเกินไป

ก็ใจทั้งใจมีแต่เธอคนเดียว รักเธอคนเดียว

ไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนไป...

 

 

 

 

 

.