[FIC] ดวงใจจอมราชันย์ ภาค1 ตอนที่12
posted on 30 May 2012 23:37 by secrecy-time in LONGFICTIONTitle :: ดวงใจ จอมราชันย์
Status :: Long Fiction.. HBD for Wooyoung [2011.04.30]
Author :: kumameaw
Fandom :: 2PM
Paring :: Nichkhun x Jang Wooyoung
Gente :: Dark Romance
Rate :: PG – 13
Theme song :: หากรู้สักนิด – โย่ง อาร์มแชร์
Note :: ขอโทษที่หายไปนานนะฮะ

ดวงใจ จอมราชันย์
ภาคปฐมบท
ตอน องค์ประกันแห่งธารดารา ๑๒
เพลาบ่ายของวันต่อมา
ท่านอ๋องน้อยจางอูยองนั่งฟังวิธีการปักผ้าคาดเอวจากมินจีอย่างตั้งอกตั้งใจ ร่างน้อยนำไม้ที่มีลักษณะเป็นโครงสี่เหลี่ยมมาขึงผ้าให้ตึง นำเข็มมาร้อยด้ายสีแดง ค่อยๆบรรจงปักลงบนเนื้อผ้าตามที่ได้วาดแบบลายกลีบกุหลาบเอาไว้ โดยมีมินจีคอยสอนในคราแรก และมินอาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ท่านอ๋องน้อยเคยเรียนปักผ้ามาจากพระสนมจางก็จริงอยู่ แต่มิเคยปักบนผ้าคาดเอวที่มีเนื้อที่น้อยนิดเช่นนี้ มินอาจึงกลัวนักว่าเข็มจะทิ่มเนื้อของเจ้านายตัวน้อย
“อ๊ะ!”
ยังมิทันขาดคำ..
“ท่านอ๋องน้อยเพคะ!”
มินจีและมินอาต่างถลาเข้ามาดูที่นิ้วมือเล็กเป็นการใหญ่ มินจีสั่งให้นางกำนัลคนอื่นส่งผ้าขนหนูชุบน้ำมาให้เพื่อห้ามพระโลหิตของท่านอ๋องน้อย
“เหตุใดพวกเจ้าต้องตกใจขนาดนี้ ข้าเพียงแค่โดนเข็มทิ่มนิ้วเท่านั้น ข้ามิเป็นอะไร” อูยองพูดกับนางกำนัลด้วยท่าทีขำขันเพราะไม่อยากให้นางกำนัลของตนคิดมาก ยิ่งมินจีทำท่าจะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อยิ่งน่าขัน
“ถ้าฝ่าบาทนิชคุณทรงทราบเข้า พวกหม่อมฉันต้องหัวหลุดออกจากบ่าแน่เลยเพคะ ที่ทำให้ท่านอ๋องน้อยหลั่งพระโลหิตเช่นนี้”
“มันเป็นความผิดของข้าต่างหากเล่า ท่านพี่จะว่าพวกเจ้าได้อย่างไร อย่าคิดมากเลย เห็นหรือไม่ เลือดหยุดไหลแล้ว”
พูดจบก็ยกนิ้วที่โดนเข็มทิ่มขึ้นมาอวดแก่นางกำนันทั้งสองคน รวมทั้งคนอื่นๆที่ยืนหน้าซีดกันอยู่รอบๆศาลากุหลาบ
“หากท่านพี่นิชคุณจักลงโทษพวกเจ้า ข้าจักขอพระราชทานอภัยโทษให้ พวกเจ้ามิต้องกลัว”
หลังท่านอ๋องน้อยกล่าวจบ ทั้งเหล่านางกำนัลและองครักษ์ผู้ทำหน้าที่ติดตามต่างก็คุกเข่าอย่างโล่งใจ
“เจ้าจักขอพระราชทานอภัยโทษให้ใครรึ ท่านอ๋องน้อยจางอูยอง”
น้ำเสียงอันน่าเกรงขามของกษัตริย์หนุ่มดังขึ้นจากด้านหลัง เหล่านางกำนัลและองครักษ์ต่างก้มหัวและคุกเข่าทำความเคารพ รวมถึงจางอูยองด้วย
“ถวายพระพรท่านพี่”
นิชคุณเดินยิ้มกว้างเข้ามายังศาลากุหลาบ แต่แปลกไปตรงที่ครานี้มีหญิงสาวใบหน้างดงามหมดจดเดินตามหลังมาด้วย อ๋องน้อยแห่งอาทิติยาหน้าเจือนลงทันที แต่ก็ยังรักษามารยาทอันดีเอาไว้โดยการก้มหัวทำความเคารพต่อหญิงสาวที่อูยองคาดเดาเอาไว้ในใจว่า น่าจะเป็นว่าที่องค์ราชินีแห่งธารดารา
กษัตริย์หนุ่มที่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอาท่านอ๋องน้อยไม่ทันได้เตรียมตัว ร่างน้อยยืนบังผ้าคาดเอวที่ปักค้างไว้ มือที่ไขว้ไว้ด้านหลังส่งสัญญาณให้มินอาและมินจีเก็บซ่อนเอาไว้ก่อน เพราะการปักผ้าครั้งนี้อ๋องน้อยจางอูยองตั้งใจจะทำถวายให้แก่นิชคุณเพียงคนเดียว
ร่างสูงนั่งลงตรงที่นั่งที่ยกสูงขึ้น ก่อนจะแนะนำหญิงสาวและผู้ติดตามให้แก่ท่านอ๋องน้อยได้รับรู้
“จางอูยอง นี่คืออิมยุนอา ผู้ที่จะมาเป็นองค์ราชินีองค์ต่อไปของที่นี่ ยุนอา นี่คือจางอูยอง เป็นองค์ประกันแห่งธารดารา”
ฐานันดรช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
อ๋องน้อยอูยองตัดพ้อในหัวใจด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังฝืนยิ้มและทำความเคารพอิมยุนอาตามบรรดาศักดิ์
“ถวายพระพร.. ว่าที่องค์ราชินีพะย่ะค่ะ”
อิมยุนอาก็ทำความเคารพอูยองตอบเช่นเดียวกัน
“ส่วนนั่นคือองค์ชายอิมฮันวู และองค์หญิงอิมอึนบี พระญาติของยุนอา เป็นผู้ติดตามมาอยู่ที่นี่ด้วย จนกว่าจะมีพระราชพิธีแต่งตั้งองค์ราชินี”
ทั้งสามคนทำความเคารพกันและกัน ก่อนจะแยกย้ายขึ้นมานั่งตรงที่นั่ง
อ๋องน้อยอูยองยืนกำมือแน่นตอนที่ว่าที่องค์ราชินีเคลื่อนตัวไปนั่งข้างๆกษัตริย์หนุ่ม ร่างน้อยหวั่นใจว่า นิชคุณจะให้ยุนอานั่งที่นั่งประจำของตน แต่ยุนอาก็เพียงนั่งเยื้องไปข้างหลังนิชคุณเท่านั้น ทำเอาท่านอ๋องน้อยแอบโล่งใจและต่อว่าตนเองว่าคิดอะไรแปลกๆ คงไม่มีใครแปลกประหลาดเท่าเขาแล้วที่มีที่นั่งเป็นตักขององค์กษัตริย์ของธารดารา
อูยองนั่งตรงข้ามกับนิชคุณอย่างรู้มารยาท เพลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เขามิควรทำตัวสนิทสนมกับร่างสูงจนเกินไป เพราะอาจจะเกิดคำครหาทำให้นิชคุณเสียหายได้
อ๋องน้อยอูยองลอบพิจารณาหญิงสาวอยู่เงียบๆ อิมยุนอามีความงดงามทั้งกิริยาและใบหน้า หญิงสาวมีความสวยสง่า สูงศักดิ์ เหมาะสมที่จะเคียงคู่กับนิชคุณยิ่งกว่านางสนมคนไหนๆ
และแน่นอน เหมาะสมกว่าจางอูยอง..
กษัตริย์หนุ่มมองใบหน้ากลมที่หม่นหมองราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบแล้วอยากจะดึงเข้ามากอดปลอบแต่ก็ไม่สามารถทำได้ อูยองไม่ยอมมองมาหรือสบตาเขาเลย ร่างน้อยจะรู้หรือไม่ว่าเขาเป็นห่วงแค่ไหน หวั่นใจว่าจางอูยองจะคิดมากไปต่างๆนาๆ
“เมื่อครู่ ข้าได้ยินว่าเจ้าจะขออภัยโทษเรื่องอันใดหรือ”
ร่างน้อยสะดุ้งกายทันทีที่ถูกถาม ก่อนจะหันไปมองเหล่านางกำนัลคนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาเลิกลั่กกันไปหมด
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมและนางกำนัลเพียงแต่พูดคุยเล่นกันเท่านั้น มิได้มีสิ่งใดสำคัญหรอกพะย่ะค่ะ” เอ่ยบอกพร้อมทั้งซ่อนนิ้วมือที่ยังมีโลหิตซึมเล็กน้อยเพื่อมิให้นิชคุณเห็น
กษัตริย์หนุ่มยิ้มบางๆให้แก่จางอูยอง ก่อนจะอธิบายถึงเหตุผลที่ตนพายุนอามาหาอูยองวันนี้
“ท่านอ๋องน้อย วันนี้ข้ามีข่าวมาแจ้งแก่เจ้า..” ข้าเป็นห่วงความรู้สึกเจ้า ข้าจึงมาแจ้งแก่เจ้าด้วยตนเอง ยอดดวงใจของข้า ประโยคหลังกษัตริย์หนุ่มคิดในใจ
“ตามกฏแล้ว ยุนอายังมิได้ถูกแต่งตั้งเป็นราชินี ที่พำนักของยุนอา จักต้องเป็นเรือนรับรอง ข้าจึงอยากให้เจ้า ย้ายออกชั่วคราว ไปอยู่ในที่ที่ข้าจัดไว้ให้”
ที่ซุกหัวนอนที่ท่านพี่จัดไว้ให้ข้า คือคุกหลวงชั้นไหนหรือพะย่ะค่ะ
ร่างน้อยร่ำร้องในหัวใจอย่างทรมาน มิกล้าตัดพ้อออกไปเพราะรู้ว่าตนไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง อูยองเป็นเพียงตัวประกัน ได้พำนักอยู่ในเรือนรับรองติดกับตำหนักขององค์กษัตริย์ของธารดาราก็ถือว่าเป็นบุญแก่ชีวิตเขามากพอแล้ว หากจักต้องถูกขับไล่ไปอยู่ที่อื่น มันก็ไม่น่าแปลกใจตรงไหนเลย
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”
อ๋องน้อยแห่งอาทิติยากลั้นสะอื้นจนตัวสั่นระริก ทุกอิริยาบทอยู่ในสายตาของนิชคุณตลอด อยากดึงมากอดปลอบเหลือเกิน แต่เขาต้องทำทีเป็นนิ่งเงียบเอาไว้ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฏของธารดาราและแผนที่เขาวางเอาไว้ ได้แต่ส่งสายตาไปให้อีกฝ่ายแต่จางอูยองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่มองหน้ากัน คนอื่นๆอาจจะคิดว่าเป็นเพราะความนอบน้อมของฐานะคนเป็นตัวประกันที่ห้ามสบตาเจ้าเหนือหัว แต่นิชคุณรู้ดีว่าไม่ใช่
มีแค่นิชคุณเท่านั้นที่รู้ ว่าจางอูยองกำลังน้อยใจ และสาเหตุหลักก็มาจากความใจร้ายของเขาเอง
“ทูลท่านอ๋องน้อย ข้ายังมิได้ย้ายเข้าวันนี้ ท่านอ๋องน้อยมิต้องกังวลเพคะ ข้าต้องขอโทษท่านอ๋องน้อยที่มาแบบปุบปับเกินไป”
อูยองยิ้มกลับไปให้ว่าที่องค์ราชินี พลางส่ายหน้าเป็นการบอกว่าตนเองนั้นไม่เป็นไร
“ข้าต่างหากเล่าที่ต้องขอโทษท่าน แต่เดิมที เรือนรับรองก็หาใช่ที่พักของข้า ที่ที่ตัวประกันเยี่ยงข้าควรอยู่ คือคุก...”
“ท่านอ๋องน้อย!” กษัตริย์หนุ่มตวาดขึ้นก่อนที่ร่างน้อยจะพูดจบ
ทั่วทั้งศาลาถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบเพราะต่างก็รู้ว่ากษัตริย์ของตนกำลังโกรธ มีเพียงองค์ประกันแห่งธารดาราเท่านั้นที่นั่งก้มหน้าซ่อนแววตาและความรู้สึกน้อยใจเอาไว้
อยากจะตัดพ้อ อยากจะร้องไห้ แต่อ๋องน้อยอูยองก็ไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้นได้เลย
“กระหม่อมขอพระราชทานอภัยหากกระหม่อมพูดอันใดผิดไป” กลืนก้อนสะอื้นก้อนโตลงลำคอ จางอูยองกำลังจะทนไม่ได้อีกต่อไป
“กระหม่อมคิดว่า ฝ่าบาทและองค์หญิงอิมยุนอาคงต้องการชมสวนเพียงลำพัง กระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ”
พูดจบก็ลุกขึ้นถวายความเคารพแล้วรีบเดินจากไป
มินจีและมินอารีบทำความเคารพแล้วตามเจ้านายตัวน้อยของตนออกไปทันที นิชคุณนั่งกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์หงุดหงิด กษัตริย์หนุ่มหันไปส่งสัญญาณให้อีจุนโฮตามไปอารักขาท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยา ก่อนจะหันกลับมาสนทนากับยุนอาต่อไป
เพราะหน้าที่กษัตริย์เขาจักต้องทำดีแก่ว่าที่องค์ราชินีที่ถูกเลือก เพราะอย่างไรเสีย อิมยุนอาก็ต้องเป็นภรรยาของตน เป็นแม่ของลูก เขาและยุนอาต้องให้กำเนิดองค์รัชทายาทแห่งธารดารา เขาจำต้องทำหน้าที่ของกษัตริย์ให้ลุล่วง ต้องแยกแยะเรื่องส่วนตัวให้ได้ หากไม่หนักแน่นพอ นิชคุณก็จะไม่สามารถปกครองธารดาราได้
ใช่ว่าชายหนุ่งจะไม่เคยคัดค้านเรื่องการอภิเษกสมรส แต่เสียงเดียว จะไปสู้เหล่าเสนาบดีทุกฝ่าย รวมทั้งอดีตองค์ราชินีได้อย่างไร เขาจึงต้องยอมเป็นคนเลว เลวที่ต้องทำร้ายจิตใจของผู้หญิงที่แสนดีอย่างอิมยุนอา ต้องอภิเษกกับนางทั้งๆที่ไม่ได้มีใจรัก กักขังจิตใจของนางเอาไว้เพราะหน้าที่ ทำให้นางต้องมาทนอยู่กับผู้ชายเลวๆอย่างเขา
และนิชคุณก็เลวยิ่งกว่า ที่ต้องทำร้ายยอดดวงใจของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว กักขังทั้งร่างกายและจิตใจของท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาเพียงเพราะไม่อยากให้จางอูยองเป็นของใคร ทั้งๆที่ตนจะต้องอภิเษกกับยุนอา แต่ก็ยังหยามเกียรติ์จางอูยอง กักขัง ซุกซ่อน และไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายมีอิสระ
เรื่องราวและปัญหามากมาย อีกทั้งภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้นิชคุณไม่สามารถหาทางออกสำหรับเรื่องเหล่านี้ได้ทันเวลา ฤกษ์อภิเษกก็ใกล้เข้ามาทุกที เขาได้แต่หวังว่า จางอูยองจะยังอดทนต่อไปได้ หวังว่าอูยองจะไม่เกลียดกันเสียก่อน
กษัตริย์หนุ่มกางมือวางบนขมับทั้งสองข้างเพราะรู้สึกปวดหัวมากราวกับมีคนนำที่บีบขมับมาบีบ เขาจะทำอย่างไรดี
มือเรียวของหญิงสาววางเบาๆบนไหล่อย่างเข้าใจ นิชคุณหันไปยิ้มให้แก่อิมยุนอา
“ข้าขอโทษเจ้าด้วยนะ.. น้องหญิง”
“หม่อมฉันเข้าพระทัยฝ่าบาทเพคะ ฝ่าบาทก็ต้องให้เวลาแก่ท่านอ๋องน้อยบ้าง”
ยุนอาขยับเข้าไปใกล้กษัตริย์หนุ่มเพื่อจะกระซิบเบาๆให้ได้ยินเพียงลำพัง ความลับบางเรื่อง ก็มีเพียงบางคนเท่านั้นที่รู้และเข้าใจซึ่งกันและกัน
“ทรงอย่าลืม ว่าท่านอ๋องน้อยจางอูยองไม่รู้ว่าพระองค์กำลังทำอะไร ฝ่าบาทควรลดนิสัยใจร้อนลงนะเพคะ”
“ข้าก็ได้แต่ภาวนาว่าข้าจะไม่โมโหจนทำร้ายจิตใจอูยองไปมากกว่านี้ ท่านอ๋องน้อยของข้าช่างคิดมากและดื้อรั้นนัก”
“ขี้ประชดประชันด้วยเพคะ”
ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ พร้อมทั้งหัวเราะน้อยๆกับนิสัยอันโดดเด่นของคนที่ไม่ได้อยู่ในบริเวณนี้ ท่านอ๋องน้อยจางอูยองมีอุปนิสัยเช่นไร อิมยุนอาได้ประจักษ์ในวันนี้แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็น่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน นางไม่แปลกใจเลย หากจางอูยองจักเป็นผู้กุมหัวใจของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างนิชคุณ
ภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีท่าทีสนิทสนมกันช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉาเสียเหลือเกิน
ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยายืนมองภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวแนบชิดแอบอิงพร้อมทั้งยิ้มให้กันผ่านม่านน้ำตา หลังจากที่เดินออกมา อูยองยังมิได้ตรงดิ่งเข้ายังตัวเรือนรับรอง ร่างน้อยหันกลับมายังศาลากุหลาบอีกครั้งก็เห็นภาพบาดตาจนแทบยืนดูต่อไปไม่ไหว
มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น หยดน้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบ
ต่อจากนี้ไป จางอูยองจะเป็นองค์ประกันแห่งธารดาราอย่างแท้จริง
ต่ำต้อยด้วยค่า และไม่มีความสำคัญต่อใคร
.
.
.
หลังจากสรงน้ำชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่นเสร็จแล้ว ท่านอ๋องน้อยจางอูยองก็เดินเซื่องซืมมายังห้องนอน อีกครึ่งชั่วยามอาหารจะถูกนำมาถวาย แต่จางอูยองไม่มีกระจิตกระใจจะทำอันใด ร่างน้อยจึงเลือกที่จะเข้ามายังห้องบรรทมแทนที่จะนั่งรออาหารอย่างทุกๆวัน
ม่านบางยังถูกผูกติดไว้ที่เสาเตียง ผ้าปูที่นอนหนานุ่ม ผ้าห่มขนสัตว์อันอบอุ่นยังถูกเก็บพับอย่างเป็นระเบียบ อ๋องน้อยอูยองนั่งลงบนเตียงนอน มือเล็กลูบลงบนที่นอนอย่างอาลัยอาวรณ์
“คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้าย ที่ข้าจะนอนตรงนี้แล้ว”
ร่างน้อยมองทุกๆอย่างในห้องนี้พลางบันทึกทุกอย่างไว้ในหัวใจ ครั้งหนึ่งอูยองได้มาอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตประจำวันทุกอย่างภายในเรือนรับรองนี้จนเขารู้สึกผูกพัน แต่ตอนนี้จำต้องลาจากเสียแล้ว และอูยองเองก็ไม่อาจล่วงรู้เลยว่าตนจะถูกย้ายไปที่ใด
ร่างน้อยใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่หางตาออกเมื่อนางกำนัลคนสนิทเดินเข้ามาในห้องบรรทม
“ทูลท่านอ๋องน้อย ได้เวลาเสวยอาหารค่ำแล้วเพคะ”
“ข้าเพียงคนเดียวใช่หรือไม่”
อ๋องน้อยอูยองถามนางกำนัลทั้งสอง แม้จะรู้อยู่แก่ใจดีว่า อย่างไรเสีย นิชคุณก็คงไม่มาที่นี่แน่นอน แต่อูยองก็อดตั้งความหวังไม่ได้
“หาใช่ไม่ คืนนี้ข้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า” เสียงทุ้มต่ำของกษัตริย์หนุ่มดังขึ้นตรงประตูห้องบรรทม มินจีและมินอาถอยห่างแล้วทำความเคารพ ท่านอ๋องน้อยก็ลุกขึ้นจากเตียงมาทำความเคารพกษัตริย์หนุ่มเช่นกัน
“ถวายพระพรฝ่าบาท”
“หืม? เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะท่านอ๋องน้อย?”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมิกล้าเอ่ยสรรพนามของฝ่าบาทอย่างสนิทสนมหรอกพะย่ะค่ะ”
“ทำไมหรือ ทำไมท่านอ๋องน้อยของข้าจึงได้ทำตัวเหินห่างข้าเช่นนี้” พูดด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความน้อยใจพลางนั่งลงบนเตียงและรวบร่างน้อยลงมานั่งยังตักของตนด้วย
“มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องพะย่ะค่ะ กระหม่อมมิควรได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ เพราะกระหม่อมเป็นเพียงแค่ตัวประกัน”
“แต่เพลาอยู่กับข้าเพียงลำพัง ข้าก็ให้อภิสิทธิ์เจ้าแล้วนี่จางอูยอง” พูดพลางจ้องใบหน้าน่ารักของคนบนตัก นิ้วเรียวเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยเล่นบนแก้มนิ่มเบาๆราวกับจะง้อ นิชคุณรู้ดีว่าท่านอ๋องน้อยของตนกำลังน้อยใจ
“ฝ่าบาท..”
“ชู่ว..” วางนิ้วลงบนกลีบปากบาง “..ท่านพี่ เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่ ข้าถึงจะสนทนาว่าความกับเจ้า”
กลีบปากบางเม้มแน่น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เหตุใดท่านพี่ถึงได้เอาแต่ใจเยี่ยงนี้พะย่ะค่ะ ท่านพี่จักปั่นหัวข้าไปจนถึงเมื่อใด ท่านพี่ทรงรู้ ว่าสักวันหนึ่งท่านพี่จักต้องมีองค์ราชินีข้างกาย จักต้องมีคนมาพำนักที่เรือนรับรองแห่งนี้ แล้วทำไมท่านพี่จึงให้ข้าและนางกำนัลของข้ามาอยู่ที่นี่ ให้อยู่ในที่ที่สุขสบายเกินกว่าตัวประกันจะได้รับ จากนั้นก็เฉดหัวข้าออกไป ล้อเล่นกับความรู้สึกข้าอยู่หรือพะย่ะค่ะ”
คำตัดพ้อน้อยใจที่กักเก็บมาตั้งแต่กลางวัน พรั่งพรูออกมาดุจสายน้ำหลาก
นิชคุณรวบเอวร่างบางมากอดแนบชิด มองดวงตาที่มีหยดน้ำเอ่อคลอ คาดว่าอีกไม่กี่ลมหายใจ หยดน้ำอันบริสุทธิ์ต้องหลั่งรินออกมาเพราะเขาเป็นต้นเหตุอย่างแน่นอน
“เหตุใดท่านอ๋องน้อยของข้าถึงได้คิดมากเช่นนี้เล่า”
“แล้วจักให้ข้าคิดเช่นไรพะย่ะค่ะ เหตุใดมิให้ข้าไปอยู่ตำหนักนอก หรือไม่ก็ห้องขัง คุกใต้ดิน หรือเรือนอาญาตั้งแต่ต้น ข้าจักได้มิต้องหลงระเริงว่าตนเองนั้นสำคัญ ได้อยู่เคียงข้างตำหนักขององค์ราชา สุขสบายราวกับได้โบยบินอยู่บนท้องฟ้า แต่แล้ววันหนึ่ง พอว่าที่องค์ราชินีกลับมา ข้าก็ถูกหักปีกจนร่วงลงมาสู่พื้นดิน.. เจ็บ..ฮึก..ข้าเจ็บไปหมดเลยพะย่ะค่ะ ฮึก..เจ็บทั้งตัวและหัวใจของข้าเลย”
“จางอูยอง เจ้าเข้าใจจุดประสงค์ของข้าผิดไปหมดแล้ว” บรรจงเช็ดน้ำตาที่ไหลเลอะแก้มนิ่ม พลางสวมกอดร่างน้อยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเข้าแนบอก
“ข้าไม่เข้าใจท่านพี่ ฮึก..ข้าไม่เคยเข้าใจท่านพี่เลย”
นิชคุณมองไปข้างหน้าด้วยความเจ็บปวด ไม่มีใครเขาสักคนอย่างที่อูยองกล่าว ไม่มีใครเข้าใจว่าตอนนี้เขากำลังเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องทำร้ายจิตใจของคนรักด้วยความจำเป็น
ใช้เวลากอดปลอบกันอยู่นานกว่าท่านอ๋องน้อยจะหยุดร้องไห้ ดวงตาและปลายจมูกแดงก่ำทำเอาคนมองใจหาย ใบหน้าที่เคยสดใสร่าเริง มองคราใดก็มีความสุขไปด้วย เพลานี้กลับหมองเศร้าอมทุกข์เอาไว้ราวกับแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ มองแล้วชวนหดหู่ตามไปด้วย
“ท่านพี่ ข้ามีเรื่องจักทูลขอพะย่ะค่ะ”
“มีอันใดหรือท่านอ๋องน้อย หากข้าสามารถให้ได้ข้าจะไม่รีรอ”
“หากข้าต้องไปอยู่ที่อื่น ที่ลำบากแสนเข็ญ ได้โปรดให้ข้าไปเผชิญกับสิ่งทุกข์ยากเหล่านั้นเพียงลำพัง อย่าให้นางกำนัลของข้าต้องตกระกำลำบากไปกับข้า ทั้งมินจีและมินอา ขอให้พวกนางได้อยู่ที่นี่ ให้ตัวประกันอย่างข้าไปตกทุกข์ได้ยากคนเดียวก็พอ ได้หรือไม่พะย่ะค่ะ”
“ท่านอ๋องน้อย!” นางกำนัลทั้งสองคนอุทานออกมาพร้อมๆกัน จากนั้นจึงรีบคลานเข่าเข้ามากอดขาของเจ้านายตัวน้อยทั้งน้ำตา
“ท่านอ๋องน้อยเพคะ ตั้งแต่จำความได้ มินอาก็คอยรับใช้ท่านอ๋องน้อยตลอด ท่านอ๋องน้อยเคยบอกมินอาว่า เรารู้จักกัน เล่นด้วยกัน ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก เราสองคนเปรียบเสมือนเพื่อนกัน เหตุใดท่านอ๋องน้อยถึงจะขับไล่มินอาเล่าเพคะ”
นางกำนัลแห่งอาทิติยาถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร การที่มินอาเรียกแทนตนเองด้วยชื่อของตนนั้น ชาวอาทิติยาถือว่าเป็นการให้ความรักและความเคารพแก่อีกคนอย่างถึงที่สุด เฉกเช่นอูยองเรียกชื่อตนเองเพลาพูดกับองค์ราชาอ๊กแทคยอน มินอาทำเช่นนี้เพราะไม่อยากจากเจ้านายตัวน้อยของนาง
“ท่านอ๋องน้อยเพคะ ถึงแม้ว่าหม่อมฉันจะรับใช้ท่านอ๋องน้อยได้ไม่นานเท่ามินอา แต่หม่อมฉันก็ผูกพันและจงรักภักดีต่อท่านอ๋องน้อยมิแพ้ผู้ใด ท่านอ๋องน้อยไปที่ใด หม่อมฉันขอติดตามไปรับใช้ด้วยเพคะ”
“มินอาก็เช่นกันเพคะ”
นางกำนันทั้งสองคนหันมามองหน้ากันทั้งน้ำตา ก่อนจะกอดขาเจ้านายตัวน้อยคนละข้างแล้วปล่อยโฮออกมาพร้อมๆกัน
“ได้โปรดให้พวกเราไปด้วยนะเพคะท่านอ๋องน้อย”
นิชคุณนั่งมองความวุ่นวายตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความรักระหว่างนายและบ่าว แต่เขาอยากจะขำออกมาดังๆเสียมากกว่า ทั้งสามคนนี้นอกจากจะรักกันมากแล้ว ยังพากันคิดมาก คิดไปเอง แล้วยังตีความกันผิดๆอีกด้วย
“หยุดร้องไห้กันได้แล้ว เจ้าก็ด้วยจางอูยอง คิดเองเออเองจนพานางกำนัลของเจ้าใจเสียหมดแล้วเห็นไหม”
ท่านอ๋องน้อยเช็ดน้ำตาตนเองป้อยๆพลางจะลงไปกอดนางกำนัลทั้งสองหากแต่ถูกกษัตริย์หนุ่มรวมเอวเอาไว้เสียก่อน นิชคุณไม่อยากให้อูยองลงไปนั่งกับพื้นแล้วร้องห่มร้องไห้กอดขาเขาเฉกเช่นกับที่มินจีและมินอาทำหรอกนะ
“ท่านพี่ เหตุใดจึงบอกว่าข้าคิดเองเออเองเล่าพะย่ะค่ะ”
“แล้วเจ้าคิดอันใดอยู่เล่า เจ้าคิดว่าข้าจักให้เจ้าไปอยู่ที่ใด”
“ตัวประกันเยี่ยงข้าก็คงจักถูกส่งไปอยู่คุกใต้ดิน หรือไม่ก็เรือนอาญามิใช่หรือพะย่ะค่ะ”
“นี่อย่างไร ที่ข้าบอกว่าเจ้าคิดเองเออเอง เจ้าคิดหรือว่าข้าจักปล่อยให้เจ้าไปอยู่ที่แบบนั้น เจ้าคิดว่าข้าจักใจร้าย รับสั่งให้นำตัวเจ้าไปคุมขังให้ทรมานหรือ ทำแบบนั้นก็เป็นการทำร้ายตัวข้าเองชัดๆ”
“ข้า...”
“ฟังข้านะจางอูยอง...”
“ข้ามิฟัง! ฮึก.. ท่านพี่จักขับไล่พวกข้าไปอยู่แห่งหนใดก็จงรีบรับสั่งมาเถิดพะย่ะค่ะ อย่าได้หาคำพูดมาปลอบใจพวกข้าเลย”
“เจ้าต้องฟังข้า”
“ข้ามิอยากฟัง..”
“หากเจ้ามิฟัง ข้าจักจูบเจ้า ทำรักเจ้าต่อหน้านางกำนัลของเจ้า จนกว่าเจ้าจะไม่มีแรงเถียงข้า และนอนฟังข้าพูดเฉยๆ ดีหรือไม่”
“ข้า...ข้า....” แก้มกลมแดงก่ำขึ้นมาทันทีที่กษัตริย์หนุ่มกล่าวจบ อ๋องน้อยอูยองรู้ดีว่านิชคุณพูดจริงทำจริง เขาจึงต้องพยายามสงบปากสงบคำเอาไว้ก่อน ร่างเล็กกัดริมฝีปากเอาไว้แน่น มองไปยังนางกำนัลของตนที่ก้มหน้ากลั้นสะอื้นเอาไว้เช่นกัน
“เจ้าจักฟังข้าได้หรือยัง หืม?” จูบแก้มนิ่มไปหนึ่งที พร้อมจ้องมองไปยังดวงตาที่ช่ำน้ำ โน้มใบหน้าลงไปจูบซับน้ำตาให้ร่างน้อยที่ยังคงสะอื้น เมื่ออูยองพยักหน้าแล้ว กษัตริย์หนุ่มจึงเริ่มพูดออกไป
“ข้ายังมิเคยบอกเจ้าสักคำว่าจักส่งเจ้าไปอยู่คุกใต้ดินหรือเรือนอาญา ฟังข้านะอูยอง ข้าจำต้องทำตามกฏของวังหลวงที่มีมาช้านาน ยุนอาต้องพำนักที่เรือนรับรองก่อนอภิเษกกับข้า เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่”
“........” อูยองพยักหน้า เขาเข้าใจดี เพราะที่อาทิติยาก็เป็นแบบนี้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ท่านพี่แทคยอน ยังมิได้เลือกหญิงสาวมาเป็นว่าที่องค์ราชินีเท่านั้น
“ส่วนที่อยู่ใหม่ของเจ้า ข้าจักให้เจ้าไปอยู่ชั่วคราว มิได้อยู่ถาวรเสียหน่อย แม้จะไกลจากวังหลวงไปบ้าง แต่ข้าจักไม่ละเลยเจ้าหรอกท่านอ๋องน้อย ข้าจักไปหาเจ้าเท่าที่ข้าทำได้ ข้าสัญญา”
“ท่านพี่จักให้ข้าไปอยู่ที่ใดหรือพะย่ะค่ะ” ช้อนตาถามเจ้าของตักปริบๆจนนิชคุณอดใจมิได้ มอบจุมพิตเบาๆลงบนริมฝีปากบางไปหนึ่งที
“วังบูรพา”
ทันทีที่กษัตริย์หนุ่มพูดจบ มินจีถึงกับยิ้มและหัวเราะออกมาทั้งคราบน้ำตา
“เจ้ายิ้มและขำอันใดหรือมินจี” มินอาถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกายเพราะอยู่ดีๆก็ขำออกมาเสียอย่างนั้น
“ที่ข้ายิ้ม เพราะข้าดีใจมากต่างหากเล่า ส่วนที่ข้าขำ เพราะข้าขำในความขี้ลืมของตนเอง ข้าลืมไปได้อย่างไรนะ เป็นชาวธารดาราแท้ๆ”
นิชคุณยิ้มให้นางกำนัลตัวเล็กก่อนจะหันมาบอกแก่ท่านอ๋องน้อยที่นั่งทำหน้างุนงงในอ้อมกอด
“ข้าจักพาเจ้าออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ เพราะนักพยากรณ์ได้ทำนายวันออกมาแล้ว อีกสองวันเจ้าจักได้เห็นสิ่งที่เจ้ามิเคยได้เห็นมาก่อนในชีวิต ข้าเอาหัวเป็นประกันว่าเจ้าต้องชอบ”
“อะไรหรือพะย่ะค่ะ ท่านพี่ได้โปรดบอกแก่ข้า” จากที่เป็นเด็กขี้แย ก็กลายมาเป็นอ๋องน้อยขี้อ้อนทันทีทันใด
“ให้มินจีพูดให้ฟังดีกว่า นางน่าจะอธิบายให้เจ้าฟังได้ดีกว่าข้า” พูดจบก็สวมกอดร่างน้อยแนบอก วางปลายคางไว้บนลาดไหล่ พร้อมพยักหน้าให้มินจีเริ่มอธิบาย
นางกำนัลแห่งธารดารากระแอมไอสองสามก่อนจะเริ่มล้อเจ้านายของตนตามประสาเด็กหญิงขี้แกล้ง
“ฝ่าบาททรงเขินอายที่จะพูดเรื่องหวานซึ้งใช่หรือไม่เพคะ คิก..”
นิชคุณยิ้มรับหน้าตาย และเมื่อท่านอ๋องน้อยเอียงหน้ากลับมามอง ชายหนุ่มแสนเจ้าเล่ห์จึงจูบลงบนกลีบปากนั้นอีกครั้งจนอ๋องน้อยอูยองต้องรีบเอียงหน้าหลบก่อนที่จะถูกระดมจูบจนไม่ได้ฟังเรื่องที่มินจีจะเล่าเสียที
“วังบูรพา ถูกสร้างโดยกษัตริย์องค์ที่สามแห่งธารดาราเพคะ ออกแบบให้เหมาะแก่อากาศหนาวจนถึงหนาวจัด เพราะทิศบูรพาของธารดารานั้นจะเป็นภูเขาสูง มีภูเขามากกว่าทิศเหนือหรือเมืองเหนือ ถึงแม้จะเป็นเมืองที่ได้เห็นพระอาทิตย์ก่อนใคร แต่สภาพภูมิอากาศกลับหนาวเย็นจนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเพคะ”
“หิมะ? หิมะที่เจ้าว่า หมายถึงผงน้ำแข็งสีขาว ที่หล่นลงมาจากฟ้าใช่หรือไม่?” อ๋องน้อยอูยองถามอย่างตื่นเต้น
“เพคะท่านอ๋องน้อย ที่เมืองบูรพา จักเป็นเมืองที่ได้เห็นหิมะแรกของทุกปีเพคะ เห็นก่อนเมืองหลวงตั้งหลายอาทิตย์นะเพคะ และที่ฝ่าบาททรงตรัสว่านักพยากรณ์ได้ทำนายวันเอาไว้แล้ว แสดงว่าหิมะแรกของปีนี้ก็คงกำลังจะมาเพคะ”
“ข้าอยากพาเจ้าไปดูหิมะแรกของปีนี้ที่วังบูรพาด้วยกัน วังบูรพา มีศาลาที่สร้างไว้บนภูเขามองลงไปจะเป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา เมื่อหิมะตกลงมาจนเต็มทุ่งหญ้าแห่งนั้นก็จะกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์และงดงาม” ร่างสูงพูดเสริมขึ้นจากนางกำนัล
“ท่านพี่... ท่านพี่จักพาข้าไปดูจริงหรือพะย่ะค่ะ”
“ข้ามิเคยโกหกเจ้าท่านอ๋องน้อย หิมะแรกของปีเจ้าก็จักได้เห็น แสงแรกที่ตกกระทบหิมะในยามรุ่งอรุณเจ้าก็จักได้เห็น พร้อมกับข้า ตรงศาลาแห่งนั้น จะมีแค่เราเพียงสองคน จางอูยอง”
ร่างน้อยขยับกายหันข้างแล้วมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นของกษัตริย์หนุ่ม ตาเรียวคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความยินดี จางอูยองดีใจเหลือเกิน ที่นิชคุณให้ความสำคัญกับตนขนาดนี้
อูยองหันกลับไปฝั่งสิ่งที่มินจีจะเล่าต่อไป
“เพลานี้คงจักมีคู่รักหลายคู่ และชาวธารดาราแห่แหนไปยังเมืองบูรพากันอย่างเนืองแน่นเป็นแน่แท้เพคะ”
“คู่รัก? ทำไมหรือ?” ท่านอ๋องน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัยจนมินจีและนิชคุณผู้เรื่องอดที่จะยิ้มไม่ได้ ชายหนุ่มรวบร่างบางเข้ามาแนบชิดกว่าเดิม กดจมูกลงบนต้นคอสูดกลิ่นหอมประจำกายของท่านอ๋องน้อยอย่างที่ชอบทำ
“เพราะมีตำนานเล่าเอาไว้ว่า หากคู่รักคู่ใดได้สัมผัสหิมะแรกของปีด้วยกัน และนั่งดูหิมะจนเต็มทุ่งหญ้าเพื่อรอแสงแรกของอีกวันไปพร้อมๆกัน คู่รักคู่นั้นก็จะครองรักจนชั่วนิรันดร์เพคะ”
ทันทีที่มินจีพูดจบ หยดน้ำตาก็เกลือกกลิ้งลงบนแก้มทั้งสองข้าง กษัตริย์หนุ่มเชยปลายคางเรียวให้เริ่ดขึ้น อ๋องน้อยอูยองปิดเปลือกตาลงช้าๆ เผยอริมฝีปากรับจุมพิตหอมหวานดุจน้ำผึ้งของนิชคุณอย่างเต็มใจ
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงต่อคำบอกกล่าวของนางกำนัลคนสนิท ถ้าหากเป็นดังที่มินจีพูดมา อูยองจะมีสิทธิ์ตั้งความหวังได้หรือไม่ว่านิชคุณตั้งใจจะพาเขาไปดูหิมะแรกของปีเพราะอะไร
นางกำนัลทั้งสองคนค่อยๆถอยออกไปจากห้องบรรทมอย่างเงียบๆและรู้งาน อ๋องน้อยอูยองได้ยินเสียงปิดประตูแต่ตอนนี้กลับไม่มีสมาธิสนใจอีกต่อไป อูยองกำลังมัวเมาเพราะรสจูบ แผ่นหลังบางสัมผัสกับเตียงนอน กายด้านหน้าถูกทาบทับโดยกษัตริย์หนุ่มที่ยังไม่ยอมถอนปากออก เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันในโพรงปาก มือเล็กบีบแน่นบ่นไหล่หนาเพื่อบ่งบอกว่าตนกำลังจะหมดอากาศหายใจ
นิชคุณถอนริมฝีปากออกมา มองยังดวงหน้าของคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง นิ้วเรียวเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา
“อูยอง เจ้าจะยอมรอดูหิมะแรกกับข้า แล้วนั่งรอแสงแรกที่กระทบทุ่งหญ้าที่เป็นหิมะกับข้าหรือไม่”
“ท่านพี่..”
“ทันทีที่หิมะแรกของปีร่วงหล่นจากท้องฟ้า คู่รักทุกคู่ จักนั่งรอกันข้ามคืนเพื่อดูแสงแรกด้วยกัน ชาวธารดารากล่าวว่านี่คือบทพิสูจน์ความอดทนของคู่รัก ที่จะทนฟันฝ่าความหนาวเหน็บไปด้วยกันจนถึงรุ่งอรุณ มีหลายคู่ที่ทนได้ จนได้เห็นความสวยงามของวันใหม่ พวกเขาครองคู่กันจนตายจากกัน..”
“.........” อ๋องน้อยอูยองช้อนตามองและตั้งใจฟังสิ่งที่นิชคุณพูดอย่างตั้งใจ
“แต่ก็มีหลายคู่ ที่ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ กลับเข้าหาความอบอุ่นในที่พัก และก็มีบางคู่ ที่แข็งตายท่ามกลางความหนาวเหน็บอันโหดร้าย”
“หากท่านพี่ต้องการให้ข้าอยู่ ข้าก็จะอยู่กับท่านพี่ ข้าก็อยากเห็นแสงแรกพร้อมกับท่านพี่พะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้เจ้าสามารถพูดได้ว่าจะอยู่กับข้า แต่เจ้ายังไม่เคยสัมผัสความหนาวเย็นของหิมะ แม้มันจะขาวบริสุทธิ์ งดงาม แต่ก็โหดร้ายในคราเดียวกัน ถึงตอนนั้นหากเจ้าทนอยู่ไม่ไหว ข้าก็ต้องจำใจพาเจ้ากลับเข้าที่พัก”
“ท่านพี่ก็กอดข้าเอาไว้สิพะย่ะค่ะ ข้าเองก็จะกอดท่านพี่ไว้เช่นกัน หากเรากอดกันไว้จนถึงเช้า ข้าเชื่อว่าเราต้องทนได้ และเราก็จะเห็นแสงแรกตกกระทบหิมะแรกของปีไปด้วยกัน นอกเสียจากว่า..ท่านพี่จะไม่อยากกอดข้า”
“เด็กน้อย มีใครบนโลกนี้บ้างที่ไม่อยากกอดเจ้าน่ะ หืม?”
“ท่านพี่”
“แต่ข้า เป็นคนที่โชคดีที่สุด ที่ได้ทำอย่างอื่นมากกว่ากอดเจ้านะ”
ร่างน้อยรีบหลบสายตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์นั้นอย่างเขินอาย กษัตริย์หนุ่มหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะก้มหน้าซุกไซร้ซอคอหอม ขบเม้มสร้างรอยจุมพิตหนักบ้างเบาบ้างเรียกเสียงครางหวานอันไพเราะจากร่างน้อยได้เป็นอย่างดี
มือหนาค่อยๆปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากเรือนร่างขาวเนียน ผิวกายเปลือยเปล่าอุ่นร้อนน่าสัมผัสเผยอยู่ตรงหน้า นิชคุณไม่อาจรั้งรอและหักห้ามใจได้อีกต่อไป บรรจงใช้ริมฝีปากสัมผัสไปทุกพื้นที่ของผิวกายคนใต้ร่าง ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาครางเครือแผ่วเบา ร่างบางสั่นระริกเมื่อริมฝีปากเย็นชื้นแนบลงผิวเนื้อ
ท่าทีที่ไร้เดียงสาแม้จะร่วมรักกันมานับไม่ถ้วนนั้นกระตุ้นอารมณ์รักของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ได้เป็นอย่างดี นิชคุณรีบปลดเสื้อผ้าของตนออก ก่อนจะทาบทับลงไปหาเรือนร่างอันหอมหวานที่นอนรออยู่ แผ่นอกบางหอบกระเพื่อมเพราะแรงอารมณ์ กษัตริย์หนุ่มไม่รอช้า เลื่อนริมฝีปากไปหายอดอกที่ชูชัน ดูดดุนขึ้นมาจนแข็งเป็นไต ท่านอ๋องน้อยส่งเสียงครางหวานไปทั่วห้องบรรทม
กษัตริย์หนุ่มเลื่อนมือลงต่ำ ครอบครองส่วนกลางลำตัวแล้วเริ่มขยับมือ เลื่อนใบหน้าขึ้นไปป้อนจูบริมฝีปากบางที่ยังคงส่งเสียงครางไม่หยุด มือเล็กบีบลงบนไหล่หนา พายุอารมณ์กำลังโหมกระหน่ำจนจางอูยองแทบสำลัก ยิ่งฝ่ามือที่กอบกุมเบื้องล่างขยับเร็วเท่าไร ความเสียวซ่านก็แล่นปราดไปทั้งร่าง ท่านอ๋องน้อยเผลอแอ่นสะโพกขึ้นรับจังหวะฝ่ามือนั้นโดยไม่รู้ตัว
“ท่านพี่..อื้อ..” เบี่ยงหน้าออกมาร้องครางเพราะจวนจะถึงขีดสุดของอารมณ์ ช้อนมองคนบนร่างตาปรือ ร่างน้อยกระตุกกายเต็มแรงเมื่อถึงฝั่งฝัน ปลดปล่อยความต้องการทุกหยาดหยดจนเต็มมือของร่างสูง
นิ้วเรียวค่อยๆชำแรกเข้ามาในร่าง อ๋องน้อยอูยองนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ สะดุ้งกายเมื่อปลายนิ้วแตะลงบนจุดลึกสุด กษัตริย์หนุ่มยิ้มมุมปาก เขาทำรักกับร่างนี้มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาจึงรู้ว่าจุดสำคัญของอูยองอยู่ตรงไหน
“อ๊ะ..ท่านพี่หยุดแกล้งข้า..อื้อ..”
กำปั้นน้อยๆทุบลงบนไหล่รัวๆจนกษัตริย์หนุ่มต้องรวบเอาไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะกดมือทั้งสองข้างของจางอูยองไว้เหนือศีรษะของเจ้าตัว เพิ่มจำนวนนิ้วขึ้นเรื่อยๆ ขยับเข้าไปลึกสุดเพื่อกลั่นแกล้งร่างน้อยให้ทรมาน ก้มมองใบหน้าหวานชื้นเหงื่อที่บิดเบ้เพราะความเสียวซ่าน
“ท่านอ๋องน้อยของข้าช่างน่ารักน่ารังแกเหลือเกิน”
“ท่านพี่!..อื้อ..ใจร้าย..ท่านพี่ทรมานข้า..อ๊ะ..”
“เจ้าต่างหากที่ทรมานข้า มาทำหน้าตายั่วยวนอยู่ใต้ร่างข้า ทำเอาข้าทรมานใจทรมานกายเพราะความต้องการจนแทบจุกอกตาย”
ร่างน้อยกระตุกเฮือกเมื่อนิ้วถูกถอนออกไปอย่างรวดเร็ว เรียวขาถูกแยกออกกว้าง ความแข็งขืนขนาดใหญ่ค่อยๆสอดแทรกเข้ามาจนต้องเกร็งตัว
“เด็กน้อย หากเจ้าเกร็ง เจ้าก็จะยิ่งเจ็บนะรู้หรือไม่” ร่างสูงโน้มใบหน้าลงไปกระซิบ ห่อปากด้วยความเสียวซ่านเมื่อผนังอุ่นร้อนตอดรัดความเป็นชายจนอยากจะกระแทกกระทั้นกายเข้าออกแรงๆให้สมใจอยาก แต่หากทำเช่นนั้น ร่างบางอาจจะทนรับบทรักของเขาไม่ไหว
อูยองไม่ใช่นางบำเรอชายที่เขาเคยร่วมรักด้วย อูยองหอมหวาน น่ารัก และยั่วยวนแบบไม่รู้ตัว แสดงอารมณ์ออกมาโดยมิได้เสแสร้งหรือเอาอกเอาใจเขาเหมือนคนอื่นๆ เขาจึงต้องอดทนและค่อยเป็นค่อยไปจนกว่าร่างเล็กจะปรับตัวได้
นิชคุณขยับกายเข้าออกช้าๆและไม่เร่งรีบ เลื่อนมือไปเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียน ท่านอ๋องน้อยนอนหลับตาแน่น ขบกัดริมฝีปากจนห้อโลหิต ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปจูบเบาๆให้ฟันซี่เล็กเลิกทำร้ายร่างกายเจ้าของมันเสียที
“หากอยากร้องก็จงร้องออกมา กลั้นเสียงครางเอาไว้แบบนั้น เจ้าจักยิ่งทรมาน”
“ท่านพี่..ข้าเจ็บ..”
“อดทนสักประเดี๋ยวเจ้าก็จะไม่เจ็บแล้ว..เฉกเช่นที่เราเคยร่วมรักกันอย่างไรเล่า”
เลื่อนมืออีกข้างไปคว้าสะโพกนิ่มให้ยกขึ้นรับจังหวะรักที่ค่อยๆเพิ่มความหนักหน่วงขึ้น ร่างบางบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน ส่วนปลายสัมผัสโดนจุดกระตุ้นจนร่างน้อยสะดุ้งกาย
เสียงหอบหายใจปนเสียงครางเครือดังกังวานในห้องกว้าง คืนสุดท้ายกับบทเพลงรักอันเร่าร้อนอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ท่านอ๋องน้อยแห่งอาทิติยาเผลอแอ่นสะโพกรับทุกครั้งที่ความเป็นบุรุษเพศโจนจ้วงเข้าสู่ร่างกาย เรียกเสียงครางต่ำด้วยความพอใจจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี นิชคุณขยับกายเร็วขึ้นแรงขึ้นจนร่างน้อยสั่นไหวไปกับบทรักที่แสนหวาน ปลายเท้าเหยียดเกร็งเพราะความสุขสมถาโถมในร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
กษัตริย์หนุ่มมองคนใต้ร่างที่หลับตาพริ้มเพราะความรัญจวน พอใจที่อูยองเริ่มพริ้งเพริศไปกับบทรักที่ตนป้อนให้ ขยับสะโพกรัวเร็วเมื่ออารมณ์กำลังไต่ขึ้นถึงขีดสุด ผนังอุ่นร้อนตอดรัดความเป็นชายจนกษัตริย์หนุ่มครางต่ำในลำคอ
“อูยอง..อา..”
ร่างเล็กหวีดครางลั่นเมื่อบทรักดำเนินมาจนถึงจุดสุดท้ายของอารมณ์ เรือนร่างชื้นเหงื่อสั่นระริก ภายในกายรองรับธารอุ่นร้อนที่พวยพุ่งเข้ามาพร้อมทั้งกอดคนบนร่างเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปไหน กษัตริย์หนุ่มค่อยๆถอนกายออก มอบจูบหวานซึ้งให้ร่างน้อยก่อนจะใช้ศอกค้ำร่างเอาไว้ ก้มมองยอดดวงใจอย่างแสนรัก
“หากว่าพรุ่งนี้ เรามิต้องเดินทางแต่เช้าตรู่ ข้าจักไม่หยุดเพียงครั้งเดียวแน่นอน”
“ท่านพี่! ช่างลามกนัก” กำปั้นเล็กทุบลงบนหัวไหล่ของคนเจ้าเล่ห์
นิชคุณลุกขึ้นคว้าผ้าห่มมาคลุมกายพร้อมกับรั้งร่างน้อยขึ้นมานั่งตัก เอาผ้าห่มห่อร่างเปลือยเปล่าเอาไว้ด้วยกัน
“ก็เจ้ายั่วยวนข้าก่อน หาใช่ความผิดของข้าไม่ มาร้องครางอยู่ใต้ร่างกันแบบนี้ ใครจะไม่อยากลามกกับเจ้าบ้างเล่า”
“ท่านพี่!” หยิกเข้าที่ต้นแขนแกร่งจนนิชคุณร้องโอดโอย แก้มกลมแดงก่ำด้วยความเขินอาย ไม่ว่าจะร่วมรักกันกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อูยองก็ต้องขัดเขินกับวาจาของอีกฝ่ายอยู่ร่ำไป เขามิได้หน้าหนาเฉกเช่นนิชคุณเสียหน่อยที่จะยินดีไปกับคำพูดเหล่านี้
“อย่าโกรธข้าไปเลย เราสวมเสื้อผ้าแล้วไปรับประทานมื้อค่ำกันดีกว่า เจ้ายังมิได้ทานอะไรเลยใช่หรือไม่”
“พะย่ะค่ะ แล้วท่านที่เล่า?”
นิชคุณยิ้มกว้าง ดีใจที่อีกฝ่ายเอ่ยถามด้วยความเอาใจใส่ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มนิ่มไปหนึ่งที ผละใบหน้าออกมามองเจ้าของร่างนุ่มนิ่มด้วยสายตาเจ้าเล่ห์จนคนถูกมองทำตัวไม่ถูก
“อันที่จริงข้าก็ยังมิได้ทานข้าว แต่เมื่อครู่ข้าก็กินเจ้าไปหนึ่งรอบรองท้องแล้ว”
“ท่านพี่!”
“อ๊ะๆ! หากเจ้าทุบตีข้าอีก ข้าจะกินเจ้าจนอิ่มไปถึงเช้าเลย”
ร่างน้อยได้แต่เม้มปากอย่างขัดใจ ตวัดสายตาพลางค้อนให้คนเจ้าเล่ห์วงใหญ่ นิชคุณหัวเราะออกมาเมื่อได้แกล้งให้อีกฝ่ายได้อาย ก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้าแล้วออกไปทานมื้อค่ำด้วยกันครั้งสุดท้ายที่เรือนรับรองแห่งนี้
พรุ่งนี้..
นิชคุณและจางอูยอง จะได้เริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน ณ วังที่มีความวิจิตรงดงามที่สุดของธารดารา รอสัมผัสหิมะแรกของปี และร่วมทดสอบความอดทนที่จะอยู่เคียงคู่กันกับธรรมชาติที่แสนโหดร้ายและเย็นยะเยือก แต่หากพวกเขาทั้งคู่ผ่านพ้นไปได้ ก็จะได้พบรุ่งอรุณอันสดใสและงดงาม
วังบูรพา
โปรดติดตามตอนต่อไป...
Talk :: อร้ายยยยยยยยยยยยยยยย TTATT ตอนนี้มีครบเลยป่ะเนี่ย เหงา เศร้า หวาน ซึ้ง และหื่น =.,= ท่านอ๋องน้อยช่างน่ารักและชอบคิดทำร้ายตัวเองนะเพคะ เหนื่อยแทนฝ่าบาท รักเด็ก หลงเด็กก็ต้องทนนะเพคะ อรั้ยยย TT
อ่ะฮ๊า ยุนมามาดีซะงั้น แล้วอุปสรรคจะเป็นอะไรนะนะนะ?? (เมื่อไรจะจบภาคแรกวะ? ฮืออ) อุปสรรคมีแทบทุกตอน ทีละนิดทีละหน่อยให้จี้ดใจเล่น คาดว่า อีกประมาณ 5 ตอน (มั้ง?) คงจบภาคแรกกัน คิดถึงพี่ซึงฮยอนจังเลย TTATT
ที่วังบูรพาที่ห่างไกลเมืองหลวง อากาศหนาวเหน็บ ท่านอ๋องน้อยต้องไปอยู่คนเดียว จะเป็นอย่างไรบ้างนะ? (คนอ่านเริ่มคันตีน มึงจะพูดให้กูอยากรู้ไปไหน ก้ากกกก) ตอนหน้าจะมาตอนไหนไม่รู้ รู้แต่จุนโฮหล่อมาก (อะไรวะเนี่ย?)
ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามให้กำลังใจท่านอ๋องน้อย อย่าทิ้งท่านอ๋องน้อยนะเจ้าคะ เพราะแค่นี้ก็จะถูกฝ่าบาททิ้งไว้ที่วังบูรพาแล้ว (อุ๊บส์..)
ปล.เจอกันที่วังบูรพาในตอนหน้าค่ะ ^O^








